จอกสุราหยกขาวถูกกระแทกลงบนโต๊ะไม้ไผ่เสียงดังทึบ น้ำยาสีอำพันกระเซ็นเปรอะเปื้อนคราบโลหิตเก่าคร่ำที่ยังไม่ทันจางหาย หลี่มู่เหวินกวาดสายตามองม้วนแผนที่หนังวัวยับยู่ยี่ตรงหน้า แววตาคมปลาวาฬของเขาหรี่ลงเล็กน้อย ควันไปป์ยาเส้นกลิ่นสมุนไพรหมื่นลี้ลอยอลวนอยู่เบื้องหน้า บดบังใบหน้าครึ่งซีกที่เต็มไปด้วยหนวดเคราและรอยแผลเป็นจางๆ
"เจ้ามั่นใจแล้วหรือว่าข่าวกรองชิ้นนี้ไม่ใช่กับดัก?"
เสียงใสราวกับกระดิ่งหยกสะท้อนกังวานขึ้น ทว่าเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดู เซียนจิ้งจื่อประทับนั่งขัดสมาธิอยู่บนฟูกเบาะด้านตรงข้าม ร่างเพรียวระหงในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปราศจากรอยเปื้อน แม้มนตรามลทินแห่งยุทธภพจะรายล้อมรอบตัวนาง แต่นางยังคงสง่างามราวกับเทพธิดาน้ำแข็งที่หลุดลอยมาจากสรวงสวรรค์ ปลายกระบี่วิญญาณเยือกเย็นพาดวางอยู่บนตัก มือเรียวดั่งลำหยกกุมด้ามกระบี่ไว้หลวมๆ บ่งบอกถึงความระแวดระวังที่ไม่มีวันลดทอนลงแม้แต่เสี้ยว
หลี่มู่เหวินหัวเราะในลำคอ คล้ายขบขันในความระแวดระวังเกินเหตุของนางเซียนผู้นี้ เขายกไหสุราขึ้นกระดốcดื่มอั๊กใหญ่ น้ำรสชาติร้อนแรงบาดคอไหลผ่านลำจอม before เขาจะใช้หลังมือเช็ดริมฝีปากลวกๆ
"แม่นางจิ้งจื่อ... บนโลกใบนี้ หากมัวแต่กลัวว่าก้าวต่อไปจะเป็นกับดัก เกรงว่าพวกเราคงต้องนั่งกินลมชมวิวอยู่ที่สำนักร้างแห่งนี้จนแก่ตายเป็นผีเฝ้าป่าช้ากันพอดี" หลี่มู่เหวินยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ "อีกอย่าง... ข่าวเรื่อง 'คัมภีร์โลหิตกลืนดารา' ปรากฏขึ้นที่เมืองหลวง ย่อมไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน มีคนจงใจโปรยเหยื่อล่อชิ้นโตนี้ให้เหล่าสำนักใหญ่แย่งชิงกัน สุนัขจิ้งจอกหางด้วนตัวนั้นย่อมต้องซ่อนตัวอยู่หลังฉากอันยิ่งใหญ่ที่สุดของแผ่นดิน"
เซียนจิ้งจื่อมิได้ตอบคำทันที นางหลุบตาลงมองคราบเลือดบนแผนที่นั้น ชั่วขณะหนึ่ง แววตาของนางไหววับด้วยความรู้สึกซับซ้อน เมืองหลวง... สถานที่แห่งนั้นมิใช่เพียงศูนย์กลางอำนาจของราชสำนักและยุทธภพ หากแต่เป็นสุสานฝังศพของความทรงจำอันเจ็บปวดที่นางพยายามตัดขาดมาตลอดหลายปี การก้าวเท้าเข้าสู่แดนสนธยาแห่งการแย่งชิงอำนาจ ย่อมหมายถึงการเปิดประตูต้อนรับมหันตภัยที่คาดไม่ถึง
"ที่นั่นมีแต่กลิ่นอายความโลภและอำนาจมืด การชำระล้างมารในเขตพระราชฐานย่อมไม่ง่ายดายเหมือนการไล่ล่าโจรป่าชายแดน" เซียนจิ้งจื่อกล่าวเสียงเรียบ นัยน์ตาคู่คมช้อนขึ้นสบตากับเขาตรงๆ "และที่สำคัญ... ข้าไม่อยากให้เจ้าเอาชีวิตไปทิ้งไว้เพียงเพราะความคะนองปากของตัวเอง"
หลี่มู่เหวินชะงักรอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าไปวูบหนึ่ง ประโยคเมื่อครู่แม้จะฟังดูเย็นชาและห่างเหิน แต่มันแฝงไว้ด้วยความห่วงใยอันลึกล้ำที่นางเซียนผู้ตัดขาดกิเลสไม่เคยเอ่ยปากบอกผู้ใดมาก่อน จอมยุทธ์พเนจรผู้ไร้สำนักทอดถอนหายใจยาวนาน เขาเอื้อมมือไปแตะปลายนิ้วที่กุมด้ามกระบี่ของนางเบาๆ ทว่าเซียนจิ้งจื่อกลับมิได้ชักมือหนี ปลายสัมผัสเย็นเฉียบเยือกเย็นตัดกันกับความร้อนรุ่มในกระแสปราณของเขาอย่างประหลาด
"วางใจเถอะแม่นาง... ข้ายังอยากอยู่ดูรอยยิ้มของเจ้าในวันที่ยุทธภพสงบสุข ย่อมไม่ยอมตายง่ายๆ เป็นอันขาด" หลี่มู่เหวินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลจริงจัง ซึ่งหาได้ยากยิ่งจากปากของเขา "อีกอย่าง... การเดินทางไปเมืองหลวงครั้งนี้ ข้าไม่ได้ไปเพื่อเป็นวีรบุรุษ แต่เราจะไปทวงคืนความยุติธรรมให้กับคนที่ถูกลืม"
บรรยากาศภายในห้องพักแรมอันทรุดโทรมพลันเงียบงัด มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและเสียงถ่านไม้ในเตาผิงที่ปะทุขึ้นเบาๆ สติปัญญาและหัวใจของคนทั้งสองถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันผ่านความเงียบงันอันทรงพลังนี้
"ถ้าเช่นนั้น..." เซียนจิ้งจื่อลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างระหงแผ่รังสีปราณกระบี่บริสุทธิ์ออกมาวูบหนึ่งจนฝุ่นละอองรอบตัวปลิวว่อน "เราจะออกเดินทางกันในยามวิกาลนี้ มุ่งหน้าสู่ประตูทิศเหนือของเมืองหลวง"
"ตามบัญชาแม่นางเซียน" หลี่มู่เหวินหัวเราะร่วน พลางตวัดกระบี่คู่ชีพขึ้นพาดบ่าอย่างไม่ยี่หระ เขากระโดดทะยานผ่านหน้าต่างออกไปสู่ความมืดมิดเบื้องนอก ร่างทั้งสองทะยานฝ่าสายหมอกยามค่ำคืนราวกับนกกระเรียนคู่พเนจร มุ่งหน้าสู่นครหลวงที่ตั้งตระหง่านรอคอยการชำระล้าง
ทว่า... ในขณะที่เงาร่างทั้งสองกำลังเหยียบย่างผ่านป่าทึบเขตติดต่อประตูเมืองหลวง ฝPเท้าอันเงียบเชียบของหลี่มู่เหวินก็ต้องหยุดชะงักกะทันหัน เซียนจิ้งจื่อที่ทะยานตามมาติดๆ ทิ้งตัวลงยืนบนกิ่งไม้ใหญ่ข้างกายเขาอย่างนุ่มนวล แววตาของนางคมกริบดั่งคมกระบี่เมื่อกวาดมองไปยังเบื้องหน้า
ความผิดปกติแผ่ซ่านไปทั่วผืนป่า กลิ่นอายโลหิตเข้มข้นลอยมาตามสายลมยามวิกาล และที่ใจกลางลานโล่งเบื้องหน้า มีร่างนับร้อยของเหล่ามือสังหารแห่งสำนักเงาทมิฬนอนเรียงรายเกลื่อนกลาด ทุกร่างไร้ซึ่งลมหายใจโดยมีร่องรอยแผลกระบี่เพียงหนึ่งเดียวที่กลางหน้าอก—ร่องรอยกระบี่ที่เป็นเอกลักษณ์ของสำนักที่ควรจะสูญสลายไปเมื่อยี่สิบปีก่อน
และเหนือซากศพเหล่านั้น มีร่างของชายชุดดำผู้สวมหน้ากากครึ่งซีกกำลังยืนรอคอยพวกเขาอยู่ พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าที่ดังสะท้อนก้องกังวานในความมืดมิด
"หลี่มู่เหวิน... เจ้าเด็กเหลือขอ ในที่สุดก็กล้าโผล่หัวมาตายที่นี่สินะ"
เซียนจิ้งจื่อชักกระบี่ออกจากฝักครึ่งหนึ่งทันที ประกายแสงสีฟ้าเย็นเยียบสะท้อนแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึง เพราะบุคคลที่ยืนอยู่เบื้องหน้านั้น... คือคนผู้เดียวกับที่นางเคยลงมือสังหารด้วยมือของตนเองเมื่อสิบปีก่อน!
ขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่ยุทธภพอันลึกล้ำนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ
เซียนสุราเมามาย
เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส•ตอนที่ 13
รุ่งอรุณแห่งความขัดแย้ง
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสุราไร้สำนักกับนางเซียนผู้ตัดขาดกิเลส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!