อัลกอริทึมลวงฆ่ากับนักแกะรอยผู้ไร้ร่องรอย•ตอนที่ 11

ปฐมบทการแตกหัก

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
กลิ่นออนโซนและคาร์บอนจากการลัดวงจรของระบบไฟฟ้าแรงสูงคละคลุ้งไปทั่วห้องใต้ดิน ในขณะที่แสงไฟฉุกเฉินสีแดงฉานสาดส่องกระทบกับละอองฝุ่นที่ลอยเคว้งคว้าง ชวนให้นึกถึงบรรยากาศในห้องผ่าตัดไร้ความปรานี ทว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าความมืดมิดและกลิ่นไหม้ ก็คือความเงียบงันที่เข้าปกคลุมราวกับกาลเวลาถูกหยุดไว้ "ถอยหลังไปสามก้าว ธันวา" เสียงกระซิบที่ราบเรียบแต่เฉียบคมดั่งใบมีดโกนดังขึ้นจากความมืด รินลดาไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างออกจากจุดยืนเดิมแม้แต่น้อย ปลายกระบอกปืนพกเก็บเสียงสีดำด้านในมือของเธอไม่ได้เล็งไปที่เงาดำลึกลับตรงหน้า หากแต่หันมาขนาบข้างลำตัวในมุมที่พร้อมจะเหนี่ยวไกสวนกลับได้ในเสี้ยววินาที ท่าทางและการเคลื่อนไหวที่คำนวณมาอย่างแม่นยำระดับมิลลิเมตรเช่นนี้ ยืนยันสมมติฐานที่ธันวาพยายามปฏิเสธมาตลอดทางได้เป็นอย่างดี ธันวาปรายตามองหญิงสาวผู้ร่วมเป็นร่วมตายกับเขามาหลายสัปดาห์ หัวใจในอกเต้นระรัวไม่ใช่ด้วยความหวกลกลัว แต่เป็นเพราะระบบเหตุผลและตรรกะในสมองกำลังประมวลผลข้อมูลนับพันชุดที่เพิ่งปะติดปะต่อเข้าด้วยกันอย่างไม่น่าเชื่อ "อัลกอริทึมการหลบหนีขององค์กร 'ซินดิเคท' ที่เราแกะรอยมาตลอดสามสัปดาห์ ไม่ใช่เพราะมันถูกออกแบบมาอย่างไร้ที่ติ... แต่เป็นเพราะมันถูกเขียนขึ้นด้วยมือของคนที่มีรหัสประจำตัวระดับผู้ดูแลระบบต่างหากล่ะ" ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท ปราศจากความประหลาดใจ แต่แฝงไว้ด้วยความผิดหวังลึกซึ้งที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้กรอบแว่นสายตา "และคนคนนั้น ก็ไม่ได้บังเอิญถูกส่งมาประกบผมเพื่อช่วยสืบคดี... แต่เธอคือคนที่จงใจโยกย้ายผมเข้ามาอยู่ในกระดานหมากนี้แต่แรก ใช่ไหมครับ รินลดา" เงาดำสวมฮู้ดที่ยืนอยู่ตรงหน้าหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าแต่ทรงพลังนั้นสะท้อนไปตามผนังคอนกรีตเปลือย ก่อนที่ร่างนั้นจะค่อยๆ เอื้อมมือขึ้นปลดฮู้ดออก เผยให้เห็นเส้นผมสีเข้มที่รวบไว้ลวกๆ และใบหน้าที่แม้จะเปื้อนเขม่าควันแต่ก็ยังคงความงดงามเยือกเย็น ทว่าสิ่งที่ทำให้ธันวาต้องหรี่ตาลงคือรอยแผลเป็นรูปบาร์โค้ดจางๆ ที่หลังใบหูข้างขวา—รอยแผลแบบเดียวกับที่เขาเคยพบในแฟ้มลับคดีอาชญากรรมไซเบอร์เมื่อห้าปีก่อน "นายฉลาดเกินไป ธันวา... ฉลาดจนน่ารำคาญ" รินลดายกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่มีความอบอุ่นหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย ดวงตาคู่สวยที่เคยฉายแววห่วงใยยามที่พวกเขาร่วมกันฝ่าดงกระสุน บัดนี้กลับว่างเปล่าและเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก "นายคิดจริงๆ หรือว่า ตำรวจระดับล่างอย่างนายจะมีปัญญาเจาะเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลระดับชาติของกรมอัยการได้ง่ายๆ ถ้าไม่มีใครคอยเปิดประตูหลังให้?" ธันวากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็น6สันชัดเจน ข้อมูลทั้งหมดในหัวเริ่มเรียงตัวเป็นระเบียบตามหลักการของโปรไฟล์เลอร์ การกระทำทุกอย่างของรินลดาตั้งแต่วันแรกที่พบกัน การที่เธอรู้จุดอ่อนของคนร้าย การที่เธอเข้าถึงพื้นที่หวงห้ามได้อย่างแนบเนียน และการที่เธอมักจะก้าวล้ำนำหน้าเขาไปหนึ่งก้าวเสมอ ทุกอย่างไม่ใช่ความบังเอิญ แต่มันคือ "แผนการล่อเหยื่อ" "คุณไม่ได้ต้องการร่วมมือกับผมเพื่อทลายองค์กรนั้น... แต่คุณต้องการใช้ผมเป็น 'คีย์การ์ด' ในการเข้าถึงข้อมูลดิบชุดสุดท้ายที่ถูกเข้ารหัสไว้ด้วยรูปแบบความคิดของผมต่างหาก" ธันวาเอ่ยทวนสมมติฐานของตนเอง ดวงจ้องมองคู่สนทนาเขม็ง "เพราะอัลกอริทึมฆาตกรรมของพวกมัน... ถูกสร้างขึ้นเลียนแบบจิตวิทยาการฆาตกรรมของพ่อผมที่เสียชีวิตไปแล้ว และวิธีเดียวที่จะถอดรหัสจิตวิทยานั้นได้ คือต้องใช้ดีเอ็นเอทางความคิดของผม... สายเลือดสายตรงของผู้สร้าง" แปะ... แปะ... แปะ... เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นจากบุคคลปริศนาในชุดคลุมสีดำที่ยืนอยู่ริมหน้าต่าง ร่างนั้นก้าวพ้นจากเงาแสงไฟฉุกเฉิน เผยให้เห็นรอยยิ้มกว้างที่น่าขนลุกบนใบหน้าของชายวัยกลางคนสวมแว่นตากรอบทอง ผู้ซึ่งธันวาจำได้ทันทีจากแฟ้มคดีอาชญากรข้ามชาติระดับเรดทูเดย์—ดร.มาร์คัส โคน ผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์และอาชญาวิทยาเชิงพฤติกรรมที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสิบปีก่อน "ยอดเยี่ยม สมกับที่เป็นลูกชายของศาสตราจารย์ผู้ล่วงลับ การวิเคราะห์สถานการณ์ภายใต้แรงกดดันระดับนี้ ถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมินระดับ SSS ของโครงการ 'รีเซ็ตมนุษยชาติ' อย่างสมบูรณ์แบบ" มาร์คัสกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเร้าใจ ราวกับกำลังชื่นชมผลงานศิลปะชิ้นเอก รินลดาหันไปมองมาร์คัสด้วยหางตาเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาหาธันวา มือที่ถือปืนลดระดับลงเพียงเล็กน้อย แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความลังเลที่ซ่อนอยู่ใต้ความเด็ดเดี่ยว "ธันวา... นายไม่มีทางเลือกอื่นหรอก โลกใบนี้มันเน่าเฟะเกินกว่าจะเยียวยาด้วยกฎหมายปกติ ระบบอัลกอริทึมที่พวกเรากำลังสร้างขึ้น จะคัดกรองคนชั่วก่อนที่พวกมันจะลงมือทำความผิดเสียด้วยซ้ำ มาร่วมมือกับฉันเถอะนะ... เราจะสร้างความยุติธรรมที่แท้จริงขึ้นมาด้วยกัน" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเตือนของระบบคอมพิวเตอร์สำรองที่ดังติ๊ดๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ ธันวานิ่งงันไปครู่ใหญ่ สมองของเขาประเมินความเสี่ยงและทางเลือกทั้งหมดที่มีในเวลานี้ การปะทะกันตรงๆ มีโอกาสรอดไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ การยอมจำนนหมายถึงการตกเป็นเครื่องมือของอาชญากรไซเบอร์ที่อันตรายที่สุดในศตวรรษ ทว่า ในวินาทีที่รินลดาคาดว่าชายหนุ่มจะปฏิเสธอย่างหัวชนฝาตามนิสัยรักความยุติธรรม ธันวากลับค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด แว่นตาภายใต้แสงไฟสีแดงสะท้อนประกายความคมกริบที่แปลกประหลาด มุมปากของโปรไฟล์เลอร์หนุ่มยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่ทำให้รินลดาถึงกับต้องชะงักและขมวดคิ้วด้วยความสังหรณ์ใจ "ความยุติธรรมที่คุณว่า... มันคือความยุติธรรมจริงๆ หรือเป็นแค่คำอ้างของคนที่อยากเป็นพระเจ้ากันแน่ครับ รินลดา" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "และที่สำคัญที่สุด... คุณมั่นใจได้อย่างไรว่า คนที่กำลังถูกหลอกให้เดินเข้าสู่กับดักในตอนนี้... คือผม... ไม่ใช่พวกคุณ?" สิ้นเสียงพูดของธันวา หน้าจอแท็บเล็ตและระบบไฟฉุกเฉินทั่วทั้งตึกก็ดับวูบลงพร้อมกันสนิท กลายเป็นความมืดมิดสนิทไร้แสงสว่างใดๆ ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤตดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วชั้นใต้ดิน พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นนับสิบคู่ที่กำลังกรูเข้ามาปิดล้อมทางออกทุกด้านอย่างเป็นระเบียบ ระบบล็อกนิรภัยอัตโนมัติของห้องทำงานถูกดีดตัวปิดตายด้วยรหัสผ่านชุดใหม่ที่ไม่มีใครคาดคิด—รหัสผ่านที่ถูกป้อนเข้าระบบโดยสมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อของธันวาเอง ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไขปริศนากับเรามาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมลวงฆ่ากับนักแกะรอยผู้ไร้ร่องรอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%