"หมอบลงครับ!"
เสียงทุ้มต่ำของธันวาตวัดลอดผ่านความมืดมิดที่มีเพียงแสงสีแดงฉานจากสัญญาณเตือนภัยกะพริบวับวาบ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดจากการฝึกฝนภาคสนามถูกกระตุ้นถึงขีดสุด มือเรียวยาวคว้าข้อแขนเรียวบางของรินลดาไว้มั่นแล้วดึงร่างของเธอกลิ้งหลบเข้าหาแนวโต๊ะทำงานไม้มะฮอกกานีเนื้อหนา ทันทีที่สะเก็ดไฟจากการยกระดับระบบความปลอดภัยสาดกระเซ็นผ่านอากาศ กระสุนปืนไรเฟิลเก็บเสียงชุดแรกก็เจาะทะลุกระจกใสกันกระสุนเข้ามาฝังจมอยู่กับผนังปูนด้านหลังด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงดังทึบ
ปัง! ปัง! ปัง!
กลิ่นดินปืนและโอโซนจากระบบไฟฟ้าลัดวงจรตีคละคลุ้งในโพรงจมูก รินลดารับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากฝ่ามือของธันวาที่กุมข้อมือเธอไว้แน่น แม้ในสถานการณ์ที่ความเป็นความตายอยู่ห่างกันแค่เส้นด้าย แต่สัมผัสจากชายหนุ่มกลับไม่มีความตื่นตระหนกเจือปนเลยแม้แต่น้อย ลมหายใจของเขาเข้าออกเป็นจังหวะสม่ำเสมอ สมองส่วนหน้ากำลังประมวลผลข้อมูลเชิงตรรกะอย่างรวดเร็วราวกับเครื่องจักรกลอัจฉริยะ
"ระบบล็อกนิรภัยถูกควบคุมจากเซิร์ฟเวอร์แม่ข่ายภายนอก... ไม่ใช่การแฮกจากระบบภายในอย่างที่พวกมันต้องการให้เราเข้าใจ" รินลดาเอ่ยกระซิบชิดใบหูของธันวา ดวงตาคมกริบภายใต้ความมืดกวาดมองไปรอบห้องเพื่อประเมินทางหนีทีไล่ "สมาร์ทโฟนในกระเป๋าเสื้อของคุณถูกใช้เป็นสะพานเชื่อมสัญญาณ (Bridge Connection) เพื่อถ่ายโอนรหัสผ่านระดับผู้ดูแลระบบ... ธันวา มีคนในองค์กรหักหลังเรา และพวกมันกำลังต้อนเราให้จนมุมลงไปในเครือข่ายใต้ดินของพวกมันเอง"
ธันวาไม่ตอบทันที นิ้วมือข้างหนึ่งเคาะเบาๆ ลงบนพื้นโต๊ะสามครั้ง—รหัสภาษามือที่พวกเขาสร้างขึ้นเพื่อสื่อสารยามคับขัน *'กำลังรอจังหวะการรีเซ็ตระบบไฟสำรองครั้งที่สาม... เตรียมตัวเคลื่อนไหว'*
ในฐานะโปรไฟล์เลอร์ผู้เชื่อมั่นในข้อมูลดิบและพฤติกรรมมนุษย์ ธันวารู้ดีว่าไม่มีระบบใดไร้ช่องโหว่ และไม่มีอาชญากรคนใดไร้รูปแบบการกระทำ (Modus Operandi) รหัสผ่านที่ถูกป้อนเข้าสู่ระบบโดยอัตโนมัติผ่านสมาร์ทโฟนของเขา ไม่ได้เป็นเพียงแค่การดักจับข้อมูลธรรมดา แต่มันคือ "คำเชิญ"
คำเชิญให้ก้าวลงไปสู่ "โลกใบที่สอง" โลกที่ซ่อนอยู่เบื้องล่างโครงสร้างพื้นฐานของมหานครแห่งนี้ เมืองใต้ดินที่ถูกขับเคลื่อนด้วยอัลกอริทึมควบคุมพฤติกรรมมนุษย์ ซึ่งองค์กรเบื้องหลังใช้เป็นสนามทดลองลับมานานหลายปี
เปร๊าะ!
เสียงระบบไฟฟ้าตัดขาดดังขึ้นพร้อมกับความมืดที่กลืนกินทุกสิ่งลงไปชั่วขณะ ก่อนที่หลอดไฟฉุกเฉินสำรองดวงสุดท้ายจะสว่างขึ้นด้วยแสงสีฟ้าอ่อน ธันวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงในเสี้ยววินาทีที่กระสุนนัดสุดท้ายหยุดลง มือขวาชักอาวุธพกประจำกายขึ้นมาขึ้นลำกล้องอย่างแม่นยำ สายตาคู่คมกวาดมองผ่านช่องประตูที่เปิดอ้าออกเล็กน้อย
กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทกว่าสิบนาย สวมหน้ากากกันแก๊สพิษที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อลดการสะท้อนแสง กำลังเคลื่อนพลเข้ามาด้วยกระบวนท่าทางยุทธวิธีระดับมืออาชีพ ไม่มีเสียงพูดคุย มีเพียงเสียงฝีเท้าที่สอดประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกควบคุมด้วยโปรแกรมชุดเดียวกัน
"ตามผมมาครับ" ธันวาหันไปพยักหน้ารินลดา
พวกเขาทั้งสองไม่ได้พยายามวิ่งหนีออกทางประตูหน้าซึ่งถูกปิดตายด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ แต่ธันวากลับเลือกพังแผงระบายอากาศขนาดใหญ่ที่เชื่อมต่อกับท่อส่งความเย็นใต้ตึก แรงกระแทกจากท่อนเหล็กในมือของรินลดาทำให้ฝาตะแกรงหลุดออกอย่างง่ายดาย ก่อนที่ทั้งคู่จะหายลับเข้าไปในความมืดเบื้องล่างอย่างรวดเร็วก่อนที่หน่วยจู่โจมจะพังประตูเข้ามาถึงตัวเพียงเสี้ยววินาที
---
กลิ่นอับชื้นของสนิมเหล็กและน้ำมันเครื่องผสมผสานกันอย่างหนักหน่วง ทันทีที่ธันวาและรินลดาก้าวพ้นจากอุโมงค์ระบายอากาศลงมาสู่พื้นที่เบื้องล่าง บรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนราวกับหลุดเข้ามาสู่อีกมิติหนึ่ง
เบื้องหน้าของพวกเขาคือโถงขนาดมหึมาที่ถูกสร้างขึ้นภายในอุโมงค์รถไฟใต้ดินสายเก่าที่ถูกยกเลิกโครงการไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ผนังคอนกรีตเสริมเหล็กถูกประดับด้วยจอภาพขนาดมหาสับนับร้อยจอ ที่กำลังฉายข้อมูลสถิติประชากร การเคลื่อนไหวทางการเงิน และภาพถ่ายใบหน้าของประชาชนนับล้านคนแบบเรียลไทม์ ทุกๆ ข้อมูลถูกวิเคราะห์และจัดหมวดหมู่ด้วยเส้นสายสีแดงและเขียวที่วิ่งพลุกพล่านบนหน้าจอ คล้ายกับโครงข่ายประสาทเทียมขนาดมหึมาที่กำลังมีชีวิต
นี่คือ "เซิร์ฟเวอร์ฮับ" ของอัลกอริทึมที่ทำหน้าที่ทำนายและควบคุมพฤติกรรมของเมืองทั้งเมือง
"ยินดีต้อนรับสู่โลกใบที่สองครับ, คุณธันวา"
เสียงปรบมือดังขึ้นเบาๆ จากมุมมืดของโถงกว้าง ร่างสูงโปรดในชุดสูทตัดเย็บอย่างประณีตปรากฏกายขึ้นภายใต้แสงไฟสลัว ใบหน้าของชายผู้นั้นสวมหน้ากากโลหะครึ่งซีกที่แกะสลักเป็นลวดลายวงจรดิจิทัล ดวงตาข้างที่มองเห็นทอประกายความเยือกเย็นและชาญฉลาด
ธันวาหรี่ตาลงเล็กน้อย สมองกำลังประملผลข้อมูลเชิงลึกจากลักษณะท่าทาง น้ำเสียง และรอยยิ้มที่มุมปากของชายปริศนาคนนี้ *'อัตราการก้าวเดินสม่ำเสมอ ความมั่นใจสูง การวางตำแหน่งยืนอยู่ในมุมอับสายตาที่มีรัศมีป้องกันตัวสมบูรณ์แบบ... ชายคนนี้ไม่ใช่แค่หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการ แต่เป็นสถาปนิกผู้สร้างระบบนี้ขึ้นมาเอง'*
"คุณคือคนที่ส่งรหัสผ่านเข้ามือถือผม เพื่อดึงตัวเราลงมาที่นี่สินะครับ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไม่แสดงอาการหวาดกลัวแม้แต่น้อย ปลายกระบอกปืนในมือยังคงเล็งตรงไปที่จุดศูนย์ถ่วงของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ "การลงทุนลงแรงสร้างสถานการณ์ทั้งหมด เพื่อแลกกับการต้อนหนูสองตัวเข้ากรง... ดูเหมือนว่าอัลกอริทึมของคุณกำลังมีปัญหาเรื่องการคำนวณความเสี่ยงสินะครับ"
ชายสวมหน้ากากหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงนั้นก้องกังวานไปทั่วโถงอุโมงค์อันเงียบสงบ เขายกมือขึ้นปัดอากาศเบื้องหน้าเบาๆ หน้าจอหลักขนาดใหญ่ด้านหลังก็เปลี่ยนภาพเป็นแผนภาพโครงสร้างทางพันธุกรรมและประวัติอาชญากรรมของครอบครัวธันวา—ข้อมูลลับที่ถูกเก็บไว้ในแฟ้มคดีปิดตายเมื่อสิบปีก่อน
"ความเสี่ยงเหรอครับ? เปล่าเลย... อัลกอริทึมไม่ได้คำนวณความเสี่ยง แต่มันคำนวณ 'โชคชะตา' ที่คุณหลีกเลี่ยงไม่ได้ต่างหาก" ชายปริศนาก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกสามก้าว ก่อนจะหยุดยืนอยู่ใต้แสงไฟสลัวที่ส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีก "คุณตามหาความจริงเกี่ยวกับการตายของครอบครัวมาตลอดสิบปีใช่ไหมครับ? ลองหันไปมองที่จอภาพด้านขวาของคุณสิ... แล้วคุณจะรู้ว่า จริงๆ แล้วใครกันแน่ที่เป็นคนเขียนโปรแกรมคำสั่งในคืนนั้น"
รินลดาขยับตัวเข้ามาขนาบข้างธันวา มือเรียวเอื้อมไปแตะแขนเสื้อของชายหนุ่มเบาๆ เป็นเชิงเตือนสติ แต่เมื่อสายตากวาดไปเห็นข้อมูลที่ปรากฏขึ้นบนจอภาพมหึมา ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
บนหน้าจอแสดงผลโค้ดโปรแกรมยุคเก่าที่คุ้นเคย—โค้ดลับชุดเดียวกันกับที่องค์กรลับของเธอใช้ในการลบตัวตนของสายลับ และใต้โค้ดเหล่านั้น มีชื่อของ "ผู้ใช้หลัก" (Master User) ปรากฏเด่นชัดด้วยตัวอักษรสีแดงกระพริบ
ชื่อนั้นไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นชื่อของธันวาเอง
ธันวานิ่งงันไปชั่วขณะ ลมหายใจสะดุดกักค้างอยู่ในลำอก ดวงตาคู่คมจับจ้องไปที่ตัวอักษรบนหน้าจอด้วยความรู้สึกที่ปั่นป่วนอย่างรุนแรง ข้อมูลดิบและเหตุผลทั้งหมดที่เขายึดถือมาตลอดชีวิตกำลังพังทลายลงในพริบตาเดียว
ก่อนที่ธันวาจะทันได้เอ่ยปากถามอะไรเพิ่มเติม หน้าจอภาพทั้งหมดทั่วทั้งโถงอุโมงค์ก็ดับวูบลงพร้อมกันอีกครั้ง เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดเปลี่ยนเป็นเสียงระฆังดิจิทัลที่นับถอยหลังเป็นภาษาถอดรหัส
*[ระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติ: เปิดใช้งานโปรโตคอลล้างบาง (Purge Protocol)]*
*[ตรวจพบผู้บุกรุกระดับความปลอดภัยสูงสุด: เริ่มต้นกระบวนการอัปโหลดจิตสำนึกเข้าสู่เครือข่าย... 3... 2... 1...]*
รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นบนใบหน้าภายใต้หน้ากากของชายปริศนาก่อนที่ร่างของเขาจะเลือนหายไปกับม่านควันดิจิทัลที่พวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นเบื้องล่าง ขณะที่ประตูเหล็กหนานับสิบบานรอบโถงอุโมงค์กำลังเลื่อนปิดตายล็อกขังพวกเขาทั้งสองไว้ในกรงมรณะแห่งนี้อย่างสมบูรณ์แบบ!
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
อัลกอริทึมลวงฆ่ากับนักแกะรอยผู้ไร้ร่องรอย•ตอนที่ 12
โลกใบที่สอง
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมลวงฆ่ากับนักแกะรอยผู้ไร้ร่องรอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!