เสียงล็อกเกียร์โลหะที่ดัง *“คลิก”* สะท้อนก้องกังวานในความมืดมิด ชั่ววินาทีนั้น ธันวารับรู้ได้ทันทีว่าระบบตรรกะและอัลกอริทึมทั้งหมดที่เขาคำนวณมาตลอดทาง... พลาดเป้าอย่างสมบูรณ์แบบ
อากาศภายในห้องใต้ดินที่ถูกปิดตายเริ่มบางเบาลง กลิ่นอับชื้นของสนิมและดินปืนเคลือบคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก หน้าจอสมาร์ตโฟนในมือของเขาดับวูบลงพร้อมกับสัญญาณชีพจรข้อมูลที่ถูกตัดขาดจากภายนอกโดยสมบูรณ์ บนผนังเบื้องหน้า จอแอลอีดีขนาดเล็กกะพริบแสงสีแดงถี่กระชั้น พร้อมกับตัวเลขถอยหลังที่เริ่มเดินเครื่องจากหกสิบวินาที
*59... 58... 57...*
"เกมเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นเองครับ... คุณธันวา"
เสียงทุ้มต่ำที่บันทึกไว้ล่วงหน้าผ่านลำโพงซ่อนรูปดังขึ้นเยาะเย้ย ท่ามกลางความกดดันระดับสูงสุดที่บีบอัดจนแก้วหูอื้ออึง ธันวาไม่ได้ตื่นตระหนกจนเสียศูนย์ สมองส่วนหน้าของโปรไฟล์เลอร์อัจฉริยะยังคงทำงานด้วยความเร็วสูงเพื่อประเมินโครงสร้างทางกายภาพของกับดักชิ้นนี้ พื้นห้องที่เขาเหยียบอยู่เป็นแผ่นเหล็กไฮดรอลิกที่มีกลไกการยุบตัวตามน้ำหนัก ด้านบนคือเพดานคอนกรีตเสริมเหล็กที่กำลังเคลื่อนตัวต่ำลงมาทีละน้อยด้วยแรงกดมหาศาล หากคำนวณจากอัตราเร่งและน้ำหนักของแผ่นปูน อีกสามสิบวินาที ร่างกายของเขาจะถูกบดอัดจนแหลกเหลว
ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องมืดทึบอย่างละเอียดรอบคอบ เขาสังเกตเห็นรอยเชื่อมต่อของโลหะที่ไม่สนิทบริเวณมุมห้อง และสายไฟแรงดันสูงที่เดินลอยไว้อย่างลวกๆ ซึ่งเป็นจุดอ่อนทางวิศวกรรมที่ฆาตกรจงใจทิ้งไว้ หรืออาจจะเป็น... กับดักซ้อนกับดักที่ออกแบบมาเพื่อล่อให้เหยือกก้าวพลาดเข้าไปในวงจรไฟฟ้าแรงสูง
"อย่าขยับครับธันวา"
เสียงกระซิบที่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือหัว รินลดากระโจนลงมาจากช่องระบายอากาศด้านบนอย่างเงียบเชเชียบราวกับเงา ร่างเพรียวบางในชุดปฏิบัติการสีดำสนิทเคลื่อนไหวด้วยความคล่องแคล่วและแม่นยำ ทักษะระดับอดีตเจ้าหน้าที่พิเศษของเธอถูกงัดออกมาใช้ในเสี้ยววินาทีเป็นตาย
"รินลดา... คุณลงมาทำไม ที่นี่อันตรายเกินไป ระบบความปลอดภัยถูกรีเซ็ตแล้ว" ธันวาเอ่ยท้วงด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด แม้สถานการณ์จะคับขัน แต่แววตาของเขากลับสะท้อนความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเยือกเย็น
"ถ้าฉันไม่ลงมา คุณคงกลายเป็นปุ๋ยอยู่ใต้คอนกรีตแผ่นนี้ไปแล้วล่ะครับโปรไฟล์เลอร์" รินลดาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แววตาคมกริบฉายแววเด็ดเดี่ยว มือเรียวยาวหยิบเครื่องมือถอดรหัสขนาดพกพาออกมาจากกระเป๋าคาดเอวอย่างรวดเร็ว
เวลาบนหน้าจอดิจิทัลลดลงเหลือเพียง 24วินาที เสียงกลไกเฟืองเหล็กบดเข้าหากันดังสนั่นหวั่นไหว เศษฝุ่นและละอองปูนร่วงกราวลงมาประจันหน้า ความกดอากาศที่เพิ่มสูงขึ้นทำให้ลมหายใจเริ่มติดขัด
"โครงสร้างนี้ควบคุมด้วยระบบเซ็นเซอร์ความดันคู่ครับ" ธันวาปรับตัวเข้าสู่โหมดร่วมมืออย่างรวดเร็ว ดวงตาจดจ้องไปยังกล่องควบคุมไฟที่อยู่ห่างออกไปสองเมตร "ถ้าเราตัดสายไฟสีแดง ผิดพลาดแม้แต่มิลลิเมตรเดียว กระแสไฟฟ้าสามหมื่นโวลต์จะวิ่งผ่านแผ่นเหล็กที่เรายืนอยู่ทันที"
"ฉันรู้..." รินลดาเอ่ยสั้นๆ เธอนั่งคุกเข่าลงบนแผ่นเหล็กที่สั่นระริก เหงื่อเม็ดโตไหลซึมลงตามกรอบหน้าคมคาย ปลายนิ้วเรียวที่ถือคีมตัดโลหะพิเศษไม่มีอาการสั่นแม้แต่น้อย แม้ความตายจะอยู่ห่างไปแค่เอื้อมก็ตาม
นี่คือบททดสอบความเชื่อใจและเคมีที่หลอมรวมกันระหว่างนักแกะรอยผู้ยึดมั่นในเหตุผลกับอดีตสายลับผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน ทั้งสองคนประสานสายตากันเพียงเสี้ยววินาที ไม่จำเป็นต้องมีคำพูดใดๆ เพิ่มเติม ความเข้าใจอันลึกซึ้งถูกส่งผ่านผ่านทางแววตา
"สาม... สอง..."
*คลิก!*
ประกายไฟสีฟ้าสว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงตัดผ่านฉนวนยาง ร่างของรินลดากระตุกเล็กน้อยจากแรงสะท้อนของกระแสไฟฟ้าที่รั่วไหล แต่เธอกลับใช้มืออีกข้างคว้าข้อมือของธันวาไว้แน่น แล้วออกแรงดึงสุดกำลังส่งร่างของเขากลิ้งหลุดพ้นจากรัศมีของแผ่นเหล็กที่ยุบตัวลงมาพอดิบพอดี
*โครมใหญ่!*
แผ่นปูนเพดานกระแทกเข้ากับพื้นเบื้องล่างอย่างรุนแรงจนเกิดแรงสั่นสะเทือนสะท้านไปทั้งตึก ฝุ่นคละคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ความเงียบสงบเข้าปกคลุมอีกครั้งท่ามกลางกลิ่นไหม้ของฉนวนไฟฟ้า
ธันวานอนหอบหายใจ
อกกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง ร่างกายเต็มไปด้วยร่องรอยขีดข่วนและคราบฝุ่นหนาเตอะ เขายันตัวลุกขึ้นช้าๆ ก่อนจะหันไปมองสหายร่วมเป็นร่วมตายที่นอนหอบอยู่ไม่ไกลกันนัก รินลดายันข้อศอกขึ้นพยุงตัว ใบหน้าเปื้อนเขม่าดำแต่รอยยิ้มมุมปากยังคงมีความเย่อหยิ่งและมั่นใจในแบบฉบับของเธอ
"รอดตัวไปอีกหนึ่งรอบนะครับ... คุณธันวา" รินลดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดตลกเล็กน้อย เพื่อผ่อนคลายบรรยากาศที่ตึงเครียด
ธันวาถอนหายใจยาวเหยียด แววตาที่เคยเย็นชาทอประกายความอบอุ่นขึ้นมาวูบหนึ่ง เขายื่นมือออกไปดึงร่างของเธอให้ลุกขึ้นยืน "ขอบคุณครับรินลดา... ถ้าไม่มีคุณ ผมคงคำนวณพลาดไปจริงๆ"
ทว่า ในขณะที่ความโล่งใจกำลังแผ่ซ่านเข้ามาแทนที่ความตึงเครียด หน้าจอสมาร์ตโฟนที่เคยดับสนิทไปแล้ว กลับสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้งโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า!
หน้าจอไม่ได้แสดงข้อความขู่ฆ่าแบบเดิม แต่มันปรากฏภาพถ่ายดาวเทียมแบบเรียลไทม์ของ "ห้องนิรภัยลับ" ใต้ดินอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ลึกลงไปใต้ฐานทัพเก่าที่พวกเขาเคยคิดว่าถูกทำลายไปแล้ว และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... มีจุดสีแดงกะพริบแสดงรหัสสัญญาณชีพของบุคคลที่สาม ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดในอดีตที่ธันวาคิดว่าเสียชีวิตไปแล้วเมื่อสิบปีก่อนกำลังยืนอยู่ ณ ที่แห่งนั้น พร้อมกับเสียงสังเคราะห์จากระบบที่ดังขึ้นผ่านลำโพงโทรศัพท์ว่า...
*“ยินดีต้อนรับสู่บททดสอบขั้นที่สอง... พี่ชาย”*
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขปริศนากับเรามา ณ ที่นี้นะครับ
อัลกอริทึมลวงฆ่ากับนักแกะรอยผู้ไร้ร่องรอย•ตอนที่ 7
ก้าวแรกที่ผิดพลาด
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมลวงฆ่ากับนักแกะรอยผู้ไร้ร่องรอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!