เสียงก๊อกแป้นพิมพ์ของคอมพิวเตอร์พกพาในห้องพักชั่วคราว ดังก้องเป็นจังหวะเหมือนเข็มนาฬิกานับถอยหลัง สารบบข้อมูลของอัลกอริทึม 'ไคโร' ที่เราดึงมาจากเซิร์ฟเวอร์สำรองเมื่อคืนกำลังประมวลผลไฟล์ภาพจำลองใบหน้าของเหยื่อรายที่สี่อย่างเชื่องช้า ความร้อนจากตัวเครื่องแผ่ซ่านผ่านโต๊ะไม้เก่าๆ จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นไอน้ำมันเครื่องและฝุ่นผงอิฐจากโกดังร้างที่เราใช้เป็นฐานปฏิบัติการชั่วคราว
"ถ้าคุณยังบังคับให้มันประมวลผลเร็วกว่านี้ด้วยการตบแป้นพิมพ์แรงๆ แบบนั้น ชิปประมวลผลคงได้พังก่อนที่เราจะรู้ว่าไอ้ฆาตกรเงาสวมรอยเป็นใคร"
เสียงของรินลดาดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เธอไม่ได้หันมามองผมด้วยซ้ำ มือเรียวของเธอกำลังถอดชิ้นส่วนปืนพกสั้นซีแซด 75 ออกมาวางเรียงรายบนผ้าสะอาดอย่างเป็นระเบียบ เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ เป็นท่วงทำนองที่ผมเริ่มคุ้นชินหลังจากเราต้องหลบหนีการตามล่าร่วมกันมากว่าสัปดาห์
ผมชะืองักนิ้วที่กำลังเคาะโต๊ะ ปรายตาไปมองร่างโปร่งในชุดเสื้อแจ็คเก็ตกันหนาวสีเข้มที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนลังไม้ แม้ภายนอกเธอจะดูผ่อนคลาย แต่กล้ามเนื้อทุกมัดบริเวณหัวไหล่และสันหลังของเธอยังคงเกร็งตึง สัญชาตญาณของอดีตเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการพิเศษไม่เคยหลับใหล แม้กระทั่งในยามที่รอบตัวไร้ซึ่งเสียงฝีเท้าของศัตรู
"ผมไม่ได้ตบ ผมแค่... กดด้วยน้ำหนักที่คำนวณมาแล้วว่าเหมาะสมกับการส่งคำสั่งรีเฟรชระบบ" ผมตอบเสียงเรียบ พยายามรักษาอุณหภูมิความเย็นชาที่เป็นเกราะกำบังตัวเองมาตลอด
"ความเหมาะสมที่คุณว่า มันทำให้หน้าจอคอมพิวเตอร์สั่นจนตาฉันลายแล้วครับ... อ้อ ขอโทษที เผลอติดสำนวนคุณมา" รินลดาเงยหน้าขึ้น มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา แต่กลับสร้างความรู้สึกประหลาดบางอย่างในอกของผม ความรู้สึกที่เหมือนกับว่า กำแพงเหล็กกล้าที่ผมสร้างไว้เพื่อปิดกั้นโลกภายนอก กำลังถูกรอยร้าวเล็กๆ แทรกซึมผ่านคำพูดกวนประสาทของเธอ
ผมถอนหายใจเบาๆ หันกลับมาสนใจหน้าจอต่อ ข้อมูลพิกัดการเคลื่อนไหวของเหยื่อรายล่าสุดปรากฏขึ้นเป็นจุดสีแดงกระพริบถี่ๆ บนแผนที่สามมิติของเมืองหลวง จุดที่น่าสนใจไม่ใช่ตัวเลขพิกัด แต่มันคือ "รูปแบบ"
"คุณเห็นจุดตัดตรงวงเวียนเศรษฐกิจนั่นไหม" ผมเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นโทนจริงจังแบบที่ใช้เวลาวิเคราะห์พฤติกรรมอาชญากร "มันไม่ใช่ความบังเอิญที่เหยื่อทุกคนถูกลักพาตัวในช่วงเวลาที่สัญญาณไฟจราจรขัดข้องติดต่อกันสามนาที"
รินลดาละสายจากชิ้นส่วนปืน เธอขยับตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของผม กลิ่นจางๆ ของไอน้ำฝนและกลิ่นปืนสะอาดๆ ลอยเข้ามาแตะจมูก ระยะห่างระหว่างเราลดลงจนผมได้ยินเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเธอ
เธอก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับหน้าจอ ปลายนิ้วเรียวยาวชี้ไปที่จุดสีแดงบนแผนที่ "ระบบควบคุมการจราจรกลางถูกเจาะจากภายนอก... ไม่ใช่สิ ถ้ามองจากร่องรอยการส่งแพ็กเก็ตข้อมูล มันถูกตั้งโปรแกรมให้รีเซ็ตตัวเองโดยอัตโนมัติจาก *ภายใน* เครือข่ายของตำรวจนครบาลต่างหาก"
ผมเหลือบมองเสี้ยวหน้าของเธอที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม แววตาของรินลดาเปลี่ยนจากความผ่อนคลายเมื่อครู่เป็นความเฉียบคมระดับพรีเดเตอร์ ทักษะการอ่านข้อมูลเชิงลับของเธอมักจะมองเห็นสิ่งที่ผมมองข้ามเสมอ ในขณะที่ผมใช้ตรรกะและโปรไฟล์ทางจิตวิทยาในการตามหา "ตัวตน" ของฆาตกร เธอคือผู้ที่เข้าใจกลไกและระบบโครงสร้างมืดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง
"ถูกต้อง" ผมพยักหน้าช้าๆ "และนั่นหมายความว่า คนที่บงการเกมนี้อยู่ ไม่ได้มีแค่ความรู้ด้านไอทีระดับสูง แต่ต้องมีอำนาจในการสั่งการระบบความปลอดภัยของรัฐด้วย... เขาคือคนใน หรือไม่ก็... อดีตคนของหน่วยงานที่คุณเคยสังกัด"
บรรยากาศในห้องเงียบลงไปถนัดหู มีเพียงเสียงพัดลมระบายอากาศของคอมพิวเตอร์ที่ยังคงคำรามเบาๆ รินลดาไม่ได้ตอบทันที เธอยืดตัวตรง สายตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างที่กระจกถูกฝนสาดเป็นทางยาว ความเงียบนี้ไม่ได้น่าอึดอัดเหมือนอย่างเคย แต่มันคือความเงียบของนักล่าสองคนที่กำลังจูนคลื่นความถี่ทางความคิดเข้าหากัน
"ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง..." รินลดาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงต่ำลง ไร้ซึ่งร่องรอยความหยอกล้อเมื่อครู่ "แปลว่าพวกมันไม่ได้แค่ตามล่าเราเพื่อปิดปาก... แต่พวกมันกำลังต้อนเราเข้าไปในพื้นที่ที่พวกมันวางกับดักไว้ตั้งแต่แรก"
"ผมรู้" ผมตอบรับทันควันโดยไม่ต้องคิด "และนั่นคือเหตุผลที่เราจะไม่ออกเดินทางตามพิกัดที่มันส่งมา"
รินลดาหันขวับมามองผม คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อย "หมายความว่ายังไง? ถ้าเราไม่ไปที่นั่น เราจะหาเบาะแสของเหยื่อรายต่อไปจากไหน?"
ผมลุกขึ้นยืน เผชิญหน้ากับเธอในระยะประชิด ความสูงของเราทำให้ผมต้องก้มมองเธอเล็กน้อย แต่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นไม่มีทีท่าว่าจะหลบเลี่ยง เธอยังคงจ้องมองผมด้วยความสงสัยใคร่รู้
"เราจะใช้จุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของมัน" ผมยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มที่นานๆ ครั้งจะได้เห็น "อัลกอริทึมของไคโรถูกสร้างขึ้นโดยยึดติดกับความสมบูรณ์แบบ มันต้องการผลลัพธ์ที่คาดเดาได้ แต่จิตมนุษย์... โดยเฉพาะจิตของคนที่ไม่มีอะไรจะเสียอย่างเราสองคน เป็นสิ่งเดียวที่ระบบคาดเดาไม่ได้"
ผมเอื้อมมือไปหยิบแท็บเล็ตบนโต๊ะ มาพิมพ์คำสั่งสั้นๆ ลงไป หน้าจอเปลี่ยนเป็นโปรแกรมจำลองเส้นทางลับที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต
"เราจะแยกทางกันตรงจุดตรวจทางหลวงหมายเลขสี่" ผมเริ่มแจกแจงแผนงานด้วยน้ำเสียงมั่นคง เด็ดขาด และรวดเร็ว "คุณใช้ทักษะการแทรกซึมเข้าไปในศูนย์ข้อมูลสำรองของกรมการขนส่ง เพื่อดึงข้อมูลบันทึกภาพกล้องวงจรปิดแบบเรียลไทม์ที่ไม่ผ่านการคัดกรอง ส่วนผมจะเดินทางไปที่โกดังร้างเขตอุตสาหกรรมเก่า เพื่อทำตัวเป็นเหยื่อล่อให้ระบบของไคโรวิ่งมาหาผม"
รินลดาชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ "คุณบ้าหรือเปล่าธันวา? การทำตัวเป็นเหยื่อล่อเดี่ยวๆ โดยไม่มีแนวหลังคุ้มกัน มันเท่ากับการเดินเข้าปากเสือชัดๆ!"
"มันไม่ใช่การเดินเข้าปากเสือ รินลดา" ผมพูดแทรกขึ้น น้ำเสียงนุ่มนวลขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อยแต่หนักแน่น "มันคือการสร้างตัวแปรใหม่ที่ระบบคำนวณไม่ถึง คุณเก่งเรื่องการเจาะระบบและเอาตัวรอดจากกระสุน ส่วนผมเก่งเรื่องการล่อให้ศัตรูเผยไต๋ออกมาตอนที่พวกมันคิดว่ากำลังจะชนะ... เราต่างมีหน้าที่ที่ไม่มีใครทำแทนกันได้"
เธอมองหน้าผอยู่นาน เหมือนกำลังชั่งน้ำหนักคำพูดของผมด้วยตราชั่งแห่งเหตุผลและความรู้สึก สุดท้าย ลมหายใจยาวๆ ก็ถูกพ่นออกมาพร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก
"คุณนี่มัน... ดื้อรั้นเป็นบ้าเลยนะธันวา" เธอกล่าวส่ายหัวเบาๆ แต่แววตากลับเปล่งประกายความยอมรับในตัวผมอย่างชัดเจน "ก็ได้... แต่ถ้าคุณพลาดท่าถูกมันจับตัวไปก่อนที่ฉันจะดึงข้อมูลเสร็จ ฉันจะตามไปยิงหัวคุณซ้ำด้วยมือของตัวเองแน่"
"ผมจะจำคำเตือนนั้นไว้ครับ" ผมพยักหน้ารับ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเราทั้งคู่ เคมีที่เคยขัดแย้งและเต็มไปด้วยความระแวงในวันแรก บัดนี้ถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันด้วยความเชื่อใจและความเข้าใจที่เติบโตขึ้นท่ามกลางอันตราย
ผมหยิบเสื้อโค้ตมาสวมทับ จัดเตรียมอุปกรณ์สื่อสารและอาวุธป้องกันตัวขนาดย่อมเข้าที่ รินลดากลัดกระเป๋าใส่อุปกรณ์ของเธอไว้ที่สะโพกอย่างคล่องแคล่ว ท่าทางของเธอยืนยันว่าเราพร้อมแล้วสำหรับการเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต
ทว่า ในขณะที่ผมกำลังจะเอื้อมมือไปปิดสวิตช์ไฟหลักของห้องพัก เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับต่ำสุดที่ฝังไว้ในระบบเครือข่ายลับก็ดังขึ้น *ติ๊ด... ติ๊ด...*
ไม่ใช่เสียงจากภายนอก... แต่มันมาจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ผมเพิ่งจะพับเก็บไปเมื่อครู่!
หน้าจอสีดำสนิทกลับสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้งโดยไม่มีใครแตะต้อง ตัวอักษรสีแดงฉานนับร้อยบรรทัดไหลทะลักลงมาบนจอด้วยความเร็วสูง ก่อนจะหยุดนิ่งสนิท และปรากฏข้อความทักทายสั้นๆ ที่ทำเอาเลือดในกายของผมเย็นเฉียบลงชั่วขณะ
**[ ระบบตรวจพบความพยายามในการเข้าแทรกแซงจากภายนอก ]**
**[ เป้าหมาย: อัลกอริทึมไคโร v.4.2 ]**
**[ สถานะ: บอสลับ 'โปรไฟล์เลอร์หมายเลขศูนย์' ได้ตื่น ใช้งานการตอบโต้อัตโนมัติแล้ว ]**
ภาพสะท้อนบนหน้าจอมืดสนิทไม่ได้มีแค่เงาของผมกับรินลดาอีกต่อไปแล้ว... แต่มีเงาร่างที่สามของใครบางคนกำลังยืนยันตัวตนอยู่เบื้องหลังเราผ่านกล้องวงจรปิดที่ถูกแฮกเข้ามาในห้องนี้อย่างสมบูรณ์แบบ!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปด้วยกันในตอนนี้นะครับ
---
[โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง]
อัลกอริทึมลวงฆ่ากับนักแกะรอยผู้ไร้ร่องรอย•ตอนที่ 16
เคมีที่เข้ากัน
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมลวงฆ่ากับนักแกะรอยผู้ไร้ร่องรอย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!