เช็คเงินสดมูลค่าหนึ่งพันล้านบาทถูกเลื่อนมาตรงหน้าลินิน บนผืนกระดาษราคาแพงระยับนั้น ปรากฏลายมือชื่อของตระกูลใหญ่ที่เคยเหยียบย่ำเธอจนจมดิน ทว่าหญิงสาวกลับไม่แม้แต่จะชายตามองตัวเลขเหล่านั้น เสียงหัวเราะแผ่วเบาในลำคอของเธอดังก้องขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องประชุม VVIP
"ข้อเสนอนี้... ดูถูกความทรงจำของฉันเกินไปหน่อยนะคะ"
ลินินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่เย็นเยียบจนคนฟังต้องสันหลังวาบ เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง ดวงตากลมโตคมกริบราวกับใบมีดกวาดมองผู้ชายตรงหน้าที่ครั้งหนึ่งเธอเคยเรียกว่า ‘คู่หมั้น’ ผู้ชายคนที่เคยผลักเธอล้มลงบนกองขยะในคืนที่ตระกูลของเธอถูกยึดทรัพย์สินทั้งหมด
ปรเมศวร์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาพยายามรักษามาดคุณชายผู้สูงส่งเอาไว้ แต่เหงื่อกาฬที่ผุดขึ้นตามไรผมกลับทรยศความมั่นใจนั้นจนหมดสิ้น
"ลินิน... อย่าใช้อารมณ์ตัดสินใจแบบนี้นะครับ" ปรเมศวร์เผลอใช้คำพูดติดปาก แต่เมื่อเห็นสายตาคมปลาบที่ส่งกลับมา เขาก็รีบเปลี่ยนน้ำเสียงให้ดูอ่อนลงทันที "ตระกูลของคุณล่มสลายไปแล้ว ที่ดินแปลงนี้และบริษัทอสังหาฯ ที่คุณกำลังบริหารอยู่ มันใกล้จะล้มละลายเต็มที เงินหนึ่งพันล้านนี้มากพอที่คุณจะใช้ชีวิตสุขสบายไปทั้งชาติ... รับมันไปเถอะ แล้วถอนตัวจากการประมูลโปรเจกต์นี้ซะ"
ลินินแย้มยิ้ม รอยยิ้มที่หวานหยดแต่กลับซ่อนความดุดันและอำนาจที่ไร้ขีดจำกัดเอาไว้ เธอหยิบปากกาหมึกซึมราคาแพงขึ้นมาหมุนเล่นในเรียวนิ้วอย่างใจเย็น
"คุณคิดว่าฉันคือนกน้อยปีกหักตัวเดิมเมื่อสามปีก่อนสินะคะ..." ลินินทวนคำ เสียงหัวเราะเบาๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากที่เคลือบลิปสติกสีแดงก่ำ "น่าเสียดายจัง... ที่คุณประเมินค่าฉันต่ำเกินไป และประเมินมูลค่าของ 'เศษเสี้ยว' เหล่านี้สูงเกินจริง"
เพล้ง!
ลินินไม่ได้เซ็นชื่อลงบนเช็ค แต่เธอกลับใช้ปลายปากกาฉีกกระดาษแผ่นนั้นออกเป็นชิ้นๆ ต่อหน้าต่อตาปรเมศวร์ เศษกระดาษมูลค่าพันล้านปลิวว่อนร่วงหล่นลงบนพื้นราวกับเศษขยะไร้ค่า สีหน้าของปรเมศวร์บิดเบี้ยวด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยวจนแทบคลั่ง
"เธอ! ลินิน เธอเสียสติไปแล้วหรือไง!" ปรเมศวร์ตบโต๊ะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความเหลือเชื่อ "นี่มันเงินหนึ่งพันล้านนะ! เธอกำลังหาเรื่องใส่ตัวรู้ตัวไหมว่ากำลังสู้กับใครอยู่!"
"ฉันรู้ดีค่ะว่ากำลังสู้กับฝูงสุนัขที่หิวโหย" ลินินลุกขึ้นยืนบ้าง ความสูงและออร่าที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกดดันให้ปรเมศวร์ต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว "และคนที่กำลังจะจนมุม... ก็ไม่ใช่ฉัน"
ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องประชุมก็ถูกผลเปิดออกอย่างแรง
ภัทร บอดี้การ์ดหนุ่มในชุดสูทเข้ารูปสีดำสนิทก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและเงียบเชียบ แววตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าอันหล่อเหลาราวกับรูปสลักกวาดมองรอบห้องเพื่อประเมินความปลอดภัย ก่อนที่เขาจะโน้มตัวกระซิบเบابที่ข้างหูของลินินด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ได้ยินกันเพียงสองคน
"ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับคุณลินิน หุ้นทั้งหมดของตระกูลปรเมศวร์ถูกกว้านซื้อจนหมดเกลี้ยงในตลาดหลักทรัพย์เรียบร้อยแล้วครับ... และตอนนี้ ทางธนาคารกลางเพิ่งอนุมัติวงเงินสำรองฉุกเฉินให้เราเรียบร้อยเช่นกันครับ"
ลินินยกยิ้มมุมปาก ความสะใจแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ ดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังปรเมศวร์ที่ตอนนี้หน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย เมื่อได้ยินคำว่า 'กว้านซื้อหุ้นจนหมดเกลี้ยง'
"คุณปรเมศวร์คะ..." ลินินก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มทีละนิด เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดัง ก๊อก... ก๊อก... ราวกับเสียงนาฬิกามรณะที่กำลังนับถอยหลังเวลาชีวิตของเขา "เงินหนึ่งพันล้านที่คุณเอามาฟาดหัวฉันเมื่อกี้... เกรงว่ามันคงไม่พอแม้แต่จะซื้อ 'กาแฟสักแก้ว' ในเครือบริษัทใหม่ที่ฉันเพิ่งซื้อกิจการมาเมื่อเช้านี้เลยนะคะ"
ปรเมศวร์ตัวสั่นเทา เข่าแทบทรุดลงไปกองกับพื้น มือทั้งสองข้างกำ
"เป็นไปไม่ได้... บริษัทของคุณไม่มีทางมีเงินทุนหมุนเวียนมากมายขนาดนั้น! พวกคุณไปเอาเงินมาจากไหน!" ปรเมศวร์แผดเสียงตะโกนอย่างคนเสียสติ ความเย่อหยิ่งทระนงตนก่อนหน้านี้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่เกาะกินขั้วหัวใจ
ลินินไม่ตอบคำถามนั้น เธอเพียงแต่หันไปพยักหน้าให้กับภัทร
บอดี้การ์ดหนุ่มร่างสูงก้าวไปที่หน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ พร้อมกับกดรีโมทเปิดม่านมู่ลี่อัตโนมัติออกเผยให้เห็นทัศนียภาพของเมืองหลวงเบื้องล่าง และภาพที่ปรากฏต่อสายตาก็ทำให้ปรเมศวร์ถึงกับเบิกตากว้าง ลมหายใจสะดุดกึกทันที
เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสีดำด้านสลักตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลอันทรงอำนาจ ค่อยๆ ลดระดับลงจอดบนลานจอดดาดฟ้าของตึกสูงตระหง่านแห่งนี้อย่างสง่างาม พร้อมกับร่างของชายชราผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการการเงินระดับประเทศก้าวลงมา พร้อมแฟ้มเอกสารสีทองในมือ
ภัทรหันมามองลินินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความภักดีและความภาคภูมิใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดังพอจะทำให้ทุกคนในห้องได้ยินชัดเจน
"ท่านประธานใหญ่แห่งกลุ่มบริษัทข้ามชาติส่งตัวแทนมารับคุณลินินไปประชุมผู้ถือหุ้นใหญ่แล้วครับ... และพวกเขากำลังรอให้คุณไปเซ็นสัญญา 'ขับไล่' ตระกูลปรเมศวร์ออกจากสภาอุตสาหกรรมในอีกสิบนาทีนี้ครับ"
ปรเมศวร์ทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นทันที สมองขาวโพลนไร้ซึ่งหนทางหนี ลินินก้มมองดูอดีตคู่หมั้นที่ครั้งหนึ่งเคยเหยียดหยามเธอด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ เธอกดรอยยิ้มเยาะเย้ยบนริมฝีปากอย่างงดงาม ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่ชายตากลัมามองอีกเลยแม้แต่น้อย
---
ขอบคุณที่ติดตามความสะใจและเคมีสุดฟินในตอนนี้จาก "เค้กวานิลลา" นะคะ
ทายาทหมื่นล้านปะทะบอดี้การ์ดส้นสูง•ตอนที่ 15
ไม่ขายแม้แต่เศษเสี้ยว
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทหมื่นล้านปะทะบอดี้การ์ดส้นสูง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!