เสียงก๊อปแก๊ปของส้นสูงราคาแพงกระทบพื้นหินอ่อนขัดเงาดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วโถงจัดเลี้ยงหรูหรา บรรยากาศที่เคยอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความสำเร็จและความเย่อหยิ่งของเหล่าตระกูลไฮโซกลับถูกแช่แข็งลงในพริบตา เมื่อร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มในชุดสูทตัดเย็บพิเศษจากอิตาลีปรากฏกายขึ้น พร้อมกับแฟ้มเอกสารสีดำสนิทที่ถูกหนีบไว้ใต้แขนอย่างมั่นใจ
ดวงตาคมกริบของ "ธนวินท์" กวาดมองไปรอบห้องก่อนจะมาหยุดนิ่งที่ร่างของลินิน—หญิงสาวในชุดเดรสยาวสีไวน์แดงที่ยืนสง่างามอยู่เคียงข้างภัทร บอดี้การ์ดหนุ่มผู้มีแววตาดุดันราวกับพยัคฆ์ซุ่มรอตะครุบเหยื่อ
"ไม่คิดเลยนะคะว่าคนตระกูลพงศ์ธร จะยังมีความหน้าด้านพอที่จะโผล่หัวมาเหยียบสถานที่ ที่คนระดับเขาไม่ต้อนรับ" ลินินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชาจนคนฟังต้องสะท้าน เธอยกแก้วไวน์ในมือขึ้นจิบช้าๆ ท่าทางไม่สะท้านสะเทือนแม้แต่น้อย
ธนวินท์มุมปากกระตุกยิ้มฝืนๆ เขากวาดสายตาสำรวจอดีตคู่หมั้นสาวที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเขี่ยทิ้งอย่างไร้เยื่อใยเพราะเธอตกอับ แต่วันนี้... ผู้หญิงตรงหน้ากลับดูทรงอำนาจและแพรพราวไปด้วยรัศมีที่เขารู้สึกว่ายากจะเอื้อมถึงเสียแล้ว
"ลินิน... ผมไม่ได้มาเพื่อหาเรื่อง เราคุยกันดีๆ ได้นะ เรื่องหมั้นของเราในอดีต มันเป็นแค่ความเข้าใจผิด..." ธนวินท์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ แต่ยังไม่ทันจะถึงตัว ร่างหนาของภัทรก็ก้าวขวางขึ้นมาบังหน้าลินินไว้ทันที พร้อมกับรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจนธนวินท์ต้องผถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยอัตโนมัติ
"ถอยไป ไอ้สุนัขรับใช้ แกมีสิทธิ์อะไรมาแตะตัวฉัน!" ธนวินท์แหวใส่ด้วยความอับอายเมื่อถูกบอดี้การ์ดขัดขวางท่ามกลางสายตาคนนับร้อย
ภัทรไม่สะท้าน เขาปรายตามองเอกสารในมือของธนวินท์ด้วยหางตาก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง "สุนัขตัวนี้มีหน้าที่ปกป้องนายหญิงของมันจากพวกเศษสวะ... และดูเหมือนว่าคุณกำลังทำให้อากาศตรงนี้เป็นพิษนะคะ คุณธนวินท์"
คำพูดที่จี้ใจดำและท่าทีเย่อหยิ่งของบอดี้การ์ดสาว (ในร่างชายหนุ่มผู้ทรงภูมิ) ทำให้ธนวินท์หน้าชาวา โกรธจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน แต่เขาต้องอดกลั้นไว้เพราะมีแผนการใหญ่กว่านั้นซ่อนอยู่ในแฟ้มเอกสารสีดำ
"หุบปากซะ! แกมันก็แค่ผู้ชายขายตัวที่เกาะผู้หญิงกิน!" ธนวินท์ตวาดลั่นก่อนจะหันมามองลินินด้วยสายตากรุ้มกริ่มที่ซ่อนความเจ้าเล่ห์ไว้มิดชิด "ลินิน เธอกำลังถูกหลอก ผู้ชายคนนี้มันไม่ได้รักเธอจริง มันหวังแค่สมบัติและอำนาจของเธอต่างหาก ดูนี่สิ..."
ธนวินท์สะบัดแฟ้มเอกสารในมือออก กางกระดาษแผ่นหนึ่งให้ทุกคนในงานได้เห็นชัดๆ
"นี่คือสัญญาจำนองที่บริษัทของเธอกำลังจะหลุดมือ... และผู้ที่กว้านซื้อหนี้ทั้งหมดไว้ ก็คือตระกูลพงศ์ธรของฉันเอง!"
เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทันทีในห้องจัดเลี้ยง บรรดาแขกเหรื่อต่างซุบซิบนินทาและมองมาที่ลินินด้วยสายตาสมเพชระคนตื่นเต้น พวกเขาคิดว่าราชินีผู้กำลังจะผงาด กำลังจะถูกกระชากลงมาจากบัลลังก์ในชั่วพริบตา
ลินินนิ่งเงียบ เธอมองเอกสารแผ่นนั้นด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนก หรือแม้แต่ความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
ธนวินท์ได้ใจ เขายิ้มกริ่มอย่างผู้ชนะ ก้าวเข้าไปใกล้ลินินอีกนิดเพื่อกระซิบด้วยน้ำเสียงกระف้าง "ถ้าไม่อยากให้บริษัทที่เธอกู้คืนมาต้องพังพินาศคามือเธออีกรอบ... คุกเข่าลงแล้วขอร้องฉันต่อหน้าทุกคนสิ ลินิน แล้วฉันจะพิจารณาต่อสัญญาให้"
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาจับจ้องมาที่ลินิน ราวกับกำลังรอคอยฉากจบอันแสนน่าสมเพชของผู้หญิงที่เคยอวดดี
ภัทรขยับตัวเล็กน้อย มือหนาเอื้อมไปแตะข้อศอกของลินินราวกับจะส่งสัญญาณเตือน แต่มือเรียวบางของลินินกลับยกขึ้นห้ามไว้เสียก่อน เธอยกยิ้มมุมปาก—รอยยิ้มที่ทำให้ธนวินท์รู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างไร้สาเหตุ
"คุณคิดว่าหนี้มูลค่าสามพันล้านนั่น... เป็นของบริษัทฉันจริงๆ อย่างนั้นเหรอคะ ธนวินท์?" เสียงหวานใสเอ่ยถามขึ้นอย่างใจเย็น
ธนวินท์ชะงัก "หมายความว่ายังไง?"
ลินินหันไปพยักหน้าให้ภัทรเล็กน้อย บอดี้การ์ดหนุ่มจึงหยิบแท็บเล็ตสีดำสนิทออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูท ปลดล็อกหน้าจอด้วยระบบสแกนใบหน้า ก่อนจะส่งสัญญาณเชื่อมต่อกับจอ LED ขนาดยักษ์กลางห้องจัดเลี้ยงทันที!
*พรึบ!*
ภาพบนจอแสดงผลเปลี่ยนเป็นกราฟิกการเงินระดับโลก และชื่อบัญชีผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ตระกูลพงศ์ธร... ที่ตอนนี้ ตัวเลขสีแดงฉานกำลังแสดงสถานะ "ล้มละลาย" และถูกเทคโอเวอร์อย่างเบ็ดเสร็จโดยนิติบุคคลนิรนามแห่งหนึ่ง
"ตระกูลพงศ์ธรของคุณ... ใช้เงินกู้ยืมจากนอกระบบเพื่อมาซื้อหนี้กากๆ ของฉันสินะคะ?" ลินินก้าวเข้าไปใกล้ธนวินท์ทีละก้าว ราวกับเสือสาวที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม "น่าเสียดายจัง... พอดีว่าบัญชีที่ค้ำประกันเงินกู้ทั้งหมดของคุณตอนนี้ ถูกฉันซื้อขาดไว้ตั้งแต่เมื่อวานตอนเที่ยงแล้วล่ะค่ะ"
ธนวินท์หน้าซีดเผือด สีเลือดบนใบหน้าหายวับไปในพริบตา มือที่ถือแฟ้มเอกสารสั่นเทาจนกระดาษเกือบหลุดมือ "เป็นไปไม่ได้! ฉันตรวจสอบหมดแล้ว..."
"คุณคิดว่าคนระดับฉัน จะปล่อยให้หนอนบ่อนไส้อย่างพวกคุณมาแว้งกัดได้เป็นครั้งที่สองหรือคะ?" ลินินหัวเราะในลำคอเบาๆ น้ำเสียงของเธอดังก้องไปทั่วห้องที่เงียบสงัด "ภัทรคะ... เชิญแขกไร้มารยาทคนนี้ออกไปทีค่ะ อ้อ... แล้วอย่าลืมส่งหมายศาลฟ้องล้มละลายให้คุณพ่อของเขาด้วยนะคะ ท่านน่าจะรอฟังข่าวดีนี้อยู่พอดี"
ในวินาทีที่ธนวินท์กำลังจะอ้าปากกรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่ง ประตูห้องจัดเลี้ยงด้านหลังก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งด้วยเสียงดังสนั่น พร้อมกับการก้าวเข้ามาของเจ้าหน้าที่ตำรวจเศรษฐกิจในเครื่องแบบเต็มยศถึงสนาย พร้อมหมายจับในข้อหาฉ้อโกงประชาชนและฟอกเงินคาบเกี่ยวระหว่างประเทศที่ถูกชูขึ้นสูงหราต่อหน้าธนวินท์!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับความสะใจนี้นะคะ
ทายาทหมื่นล้านปะทะบอดี้การ์ดส้นสูง•ตอนที่ 10
รอยร้าวในความสัมพันธ์เดิม
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทหมื่นล้านปะทะบอดี้การ์ดส้นสูง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!