ทายาทหมื่นล้านปะทะบอดี้การ์ดส้นสูง•ตอนที่ 9

ดินเนอร์ท่ามกลางดงศัตรู

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
กลิ่นอายของแชมเปญชั้นเลิศและเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่จงใจปล่อยออกมาให้ได้ยินถนัดหู คือสิ่งแรกที่ต้อนรับเราทันทีที่ประตูห้องจัดเลี้ยงวีไอพีของโรงแรมระดับเจ็ดดาวถูกผลักเปิดออก ลินินหยุดฝีเท้าลงชั่วเสี้ยววินาที ไม่ใช่เพราะความหวาดหวั่น แต่เป็นเพราะรอยยิ้มมุมปากของเธอกำลังยกขึ้นอย่างพึงพอใจเมื่อกวาดสายตามองฝูงไฮโซปลอมๆ ที่พร้อมจะรุมทึ้งเธอราวกับไฮยีนา "ดูเหมือนว่ากลิ่นของความจนมันจะตลบอบอวลจนรบกวนจมูกพวกเราเสียแล้วนะคะคุณชาย... อุ๊ย! ดิฉันลืมไป ว่าตอนนี้อดีตคุณหนูตระกูลใหญ่เขาตกอับจนต้องเอาบอดี้การ์ดมาเดินควงแก้เขินแทนคู่หมั้นมหาเศรษฐีที่เพิ่งทิ้งไปแล้วนี่คะ" เสียงแหลมสูงของ "คุณหญิงวิภา" ดังแทรกเสียงดนตรีคลาสสิกเข้ามาทันที สายตานับสิบคู่ในห้องโถงหรูหราพากันหันมามองเป็นตาเดียว ทว่าลินินกลับไม่ได้แสดงอาการสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ชุดราตรีเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นผิวขาวผ่องดุจหิมะและออร่าความเย่อหยิ่งที่ถูกยกระดับขึ้นด้วยอำนาจเงินมหาศาลในบัญชีที่พวกมันไม่มีวันจินตนาการถึง ลินินก้าวเท้าเข้าไปข้างหน้าด้วยจังหวะที่มั่นคงและสง่างาม ปลายส้นสูงสีแดงเพลิงกระทบพื้นหินอ่อนเกิดเสียงก้องกังวานราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังความพินาศของคนพวกนี้ "ความจนมันอาจจะมีกลิ่นสำหรับคนที่มีสมองว่างเปล่าและใช้ชีวิตอยู่ด้วยการเกาะคนอื่นกินอย่างคุณหญิงนะคะ..." ลินินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่บาดลึกถึงกระดูกดำ "แต่สำหรับดิฉัน... กลิ่นที่ลอยอยู่ตอนนี้คือกลิ่นของความโง่เขลาที่กำลังรอเวลาถูกกวาดล้างต่างหากค่ะ" ใบหน้าของคุณหญิงวิภาเผือดสีลงทันตาเห็นด้วยความโกรธจัด ขณะที่เหล่าแขกเหรื่อรอบข้างเริ่มซุบซิบกันด้วยความประหลาดใจ ทว่าความตึงเครียดกลับถูกเบี่ยงเบนไปเมื่อร่างสูงสง่าของ "ภัทร" บอดี้การ์ดหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาขนาบข้างในระยะประชิด มือหนาเอื้อมไปโอบกระชับเอวบางของเธอไว้อย่างถือวิสาสะตามสัญชาตญาณการคุ้มกัน แต่ทว่าสัมผัสนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความร้อนรุ่มที่ทำเอาลมหายใจของลินินสะดุดไปชั่วขณะ *“ห้ามเข้าใกล้ตัวผมในระยะประชิดเกินหนึ่งคืบ... เว้นแต่ว่าคุณจะมีข้อแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าพอที่จะทำให้ผมยอมทำลายกฎนั้นด้วยตัวเองครับ”* คำพูดจากค่ำคืนก่อนลอยกลับเข้ามาในหัวของลินินอย่างชัดเจน ขณะที่ใบหน้าคมคายของภัทรโน้มลงมาใกล้จนกระซิบชิดใบหูด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ได้ยินกันเพียงสองคน "ดูเหมือนคุณกำลังสนุกกับการเล่นกับไฟนะคะคุณลินิน... แต่ระวังตัวหน่อยเถอะครับ เพราะผมอาจจะไม่ได้แค่ยืนมองเฉยๆ ถ้าไฟมันเริ่มลามมาถึงตัวผม" ลินินเหลือบสายตาขึ้นมองชายหนุ่ม สบเข้ากับนัยน์ตาสีดำสนิทที่ฉายแววท้าทายและลุ่มลึกเกินกว่าจะเป็นแค่บอดี้การ์ด เคมีอันตรายระหว่างทั้งคู่แผ่ซ่านออกมาราวกับสนามแม่เหล็กที่ดึงดูดและผลักไสในเวลาเดียวกัน ท่ามกลางสายตาดดูถูกเหยียดหยามของพวกตระกูลใหญ่ที่คิดว่าตนเองคุมเกมอยู่ "ถ้าคุณกล้าพอที่จะรับมือกับกองเพลิงที่ฉันจุด... ภัทร ฉันก็ไม่รังเกียจที่จะให้คุณมาเป็นคนช่วยเติมเชื้อไฟหรอกนะ" ลินินกระซิบตอบด้วยรอยยิ้มเย้ายวนที่หาดูได้ยาก "ยินดีรับใช้ครับ... นายหญิง" ภัทรยิ้มมุมปาก คำว่า 'นายหญิง' ที่หลุดออกมาจากปากเขาไม่ได้ฟังดูเหมือนการประชดประชัน แต่มันกลับเต็มไปด้วยความจริงจังที่หนักแน่นราวกับคำสัตย์ปฏิญาณ ทันใดนั้น เสียงปรบมือเยาะเย้ยก็ดังขึ้นขัดจังหวะ "อนันต์" อดีตคู่หมั้นหนุ่มผู้ทรยศของลินินก้าวออกมาจากกลุ่มผู้มีอิทธิพล ใบหล่อเหลาที่เคยเต็มไปด้วยความมั่นใจบิดเบี้ยวด้วยความริษยาเมื่อเห็นอดีตคู่หมั้นของตนดูโดดเด่นและทรงพลังกว่าวันที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูลเสียอีก "ปากเก่งไม่เปลี่ยนเลยนะลินิน คิดว่าการควงบอดี้การ์ดหน้าตาดีมางานนี้จะทำให้เธอมีหน้ามีตาขึ้นมาได้งั้นเหรอ? ตระกูลของเธอล่มจมไปแล้ว! หุ้นทั้งหมดอยู่ในมือฉัน! เธอเป็นแค่ตัวตลกที่ไม่มีแม้แต่สิทธิ์จะยืนอยู่บนพรมแดงนี้ด้วยซ้ำ!" อนันต์ตะคอกใส่ด้วยความเหลืออด พร้อมกับสัญญาณมือเรียกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงแรมให้เข้ามาจัดการ "เชิญแขกที่ไม่มีสิทธิ์ออกไปจากงานนี้ซะ!" เหล่าการ์ดร่างยักษ์สี่คนก้าวเข้ามาล้อมรอบลินินและภัทรทันที บรรยากาศในห้องจัดเลี้ยงเงียบกริบ ทุกคนต่างรอดูจุดจบอันน่าสมเพชของหญิงสาว ทว่าลินินกลับไม่มีทีท่าหวาดกลัวแม้แต่น้อย เธอยังคงจิบแชมเปญในแก้วอย่างใจเย็น ราวกับพวกมันเป็นเพียงฝุ่นละอองที่น่ารำคาญ ภัทรขยับตัวเตรียมจะก้าวออกไปจัดการกับพวกมันด้วยมือเปล่า แต่ลินินกลับยกมือขึ้นแตะแขนเขาไว้เป็นเชิงห้าม ดวงตากลมโตคู่สวยมองตรงไปยังอนันต์ด้วยแววตาสมเพชเวทนา "ไม่มีสิทธิ์งั้นเหรออนันต์? นายแน่ใจเหรอว่าคนที่มีสิทธิ์ในตึกนี้... คือแก" ลินินหยิบสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษขึ้นมาด้วยท่าทางสบายๆ นิ้วเรียวกดทัชสกรีนเพียงไม่กี่ครั้งก่อนจะส่งสัญญาณบางอย่างออกไป ทันใดนั้น ไฟทั่วทั้งห้องจัดเลี้ยงระดับเจ็ดดาวก็ดับวูบลงเหลือเพียงความมืดสนิท ก่อนที่หน้าจอยักษ์กลางห้องจะสว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับตัวเลขมหาศาลและเอกสารสิทธิ์การถือครองที่ดินและหุ้นทั้งหมดของโรงแรมแห่งนี้ เสียงฮือฮาดังระเบิดขึ้นทันทีที่หน้าจอแสดงชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดคนใหม่... **"คุณลินิน วรโชติเมธี"** อนันต์หน้าถอดสีเข่าแทบทรุดเมื่อเห็นตัวเลขมูลค่ากว่าหมื่นล้านที่ปรากฏหร่าอยู่ตรงหน้า ขณะที่คุณหญิงวิภาถึงกับลมจับกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจสุดขีด ลินินก้าวเข้าไปใกล้อนันต์ที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนริมฝีปากอิ่มสวย "ยินดีต้อนรับสู่โรงแรมของฉันนะคะ อนันต์... และในฐานะเจ้าของคนใหม่ คนแรกที่ฉันจะไล่ออกในวันนี้ ก็คือแกกับครอบครัวปลิงๆ ของแกนี่แหละค่ะ" ในวินาทีที่ความเงียบงันและความตกตะลึงเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้อง ประตูบานใหญ่ด้านหลังห้องจัดเลี้ยงก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งด้วยเสียงดังสนั่น พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลปริศนาในชุดสูทราคาแพงที่เดินตรงเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารสีดำสนิทในมือ—บุคคลที่ทำให้สีหน้าของลินินเปลี่ยนไปเป็นความตกใจระคนสงสัยในชั่วพริบตาเดียว! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "เค้กวานิลลา" มาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทหมื่นล้านปะทะบอดี้การ์ดส้นสูง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%