"ถ้าคุณคิดจะใช้สายตานั้นมองฉันเป็นครั้งที่สอง ฉันแนะนำให้ควักมันออกมาแล้วโยعทิ้งลงถังขยะเสียจะดีกว่าค่ะ... คุณภัทร"
เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกเอ่ยขึ้น ท่าاصยท่าทีที่นิ่งสนิทแต่ทรงพลังจนทำให้บรรยากาศภายในห้องประชุมใหญ่ของตึกระฟ้าใจกลางเมืองดิ่งวูบลงไปถึงจุดเยือกแข็ง ลินินไม่ได้ขยับตัวหนีจากรัศมีสายตาของบอดี้การ์ดหนุ่ม ร่างระหงในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปสีดาร์กช็อกโกแลตขับเน้นให้ผิวพรรณเธอดูกระจ่างใสตัดกับเรียวปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีแดงก่ำ เธอปรายตามองหน้าจอสมาร์ทโฟนที่ยังคงสว่างวาบ ก่อนจะเลื่อนปลายนิ้วเรียวยาวปัดหน้าจอปิดล็อกอย่างไม่ใส่
ภัทรไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทรัดกุมสีดำสนิทขยับเข้าไปใกล้เพียงครึ่งก้าว กลิ่นอายความเป็นอันตรายและแผงอกที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้เนื้อผ้าชั้นดีให้ความรู้สึกปลอดภัยในเวลาเดียวกัน แววตาคมกริบของเขาไหววูบเพียงชั่วเสี้ยววินาที—ร่องรอยของความระแวดระวังที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความสุขุม
"ผมไม่ได้มองด้วยความสงสัยในตัวคุณครับ... เอ่อ, ค่ะ" ภัทรแก้คำพูดอย่างรวดเร็วด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลที่จงใจปรับให้เข้ากับรสนิยมของเธอ มุมปากหนายกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ "ผมแค่กำลังคิดว่า... เอกสารการเงินชุดที่สามที่คุณกำลังจะเปิดในอีกสามนาทีข้างหน้า น่าจะทำให้พี่ชายต่างแม่ของคุณสำลักกาแฟจนลืมหายใจมากกว่า"
ลินินแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน หากแต่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่สะสมมานานหลายปี
"กรุณาเรียกเขาว่า 'อดีตผู้บริหาร' จะถูกต้องกว่านะคะ คุณภัทร เพราะหลังจากการประชุมบอร์ดบริหารวาระพิเศษในอีกสิบห้านาทีนี้ 'คุณกรวินท์' จะเหลือสถานะเป็นแค่คนว่างงานที่ต้องหาเงินมาคืนบริษัทหลายร้อยล้านบาท"
เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวภายใต้กางเกงสแลคเข้ารูปก้าวเดินอย่างมั่นคง รองเท้าส้นสูงยี่ห้อดังกระทบกับพื้นหินอ่อนเกิดเสียงดัง 'กริ๊บ... กริ๊บ...' เป็นจังหวะที่ราวกับเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความพินาศของใครบางคน ภัทรขยับกายก้าวตามติดเบื้องหลังในระยะห่างที่พร้อมจะปกป้องเธอจากทุกภัยอันตราย—ไม่ว่ามันจะมาจากกระสุนปืนหรือมีดโกนอาบยาพิษในคราบนักธุรกิจหน้าเลือด
ณ ห้องประชุมใหญ่ชั้นที่ห้าสิบ บรรยากาศอบAวลไปด้วยความตึงเครียด กรวินท์ ประธานบริหารรักษาการคนปัจจุบันกำลังนั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีระริกระรื่น ใบหน้าคมคายที่ถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะ เขากำลังพูดคุยหัวเราะอยู่กับกลุ่มผู้ถือหุ้นอาวุโสที่ถูกเขาซื้อตัวไว้ด้วยผลประโยชน์ก้อนโต
"โครงการอสังหาฯ โซนริมแม่น้ำนั่น ถ้าไม่ได้ผมอนุมัติงบฉุกเฉินห้าร้อยล้าน ป่านนี้บริษัทเราคงล้มละลายไปแล้วครับท่านผู้ถือหุ้น" กรวินท์เอ่ยขึ้นเสียงดังราวกับต้องการประกาศให้ทุกคนในห้องได้ยิน ความมั่นใจของเขาล้นปรี่จนแทบจะล้นทะลักออกจากอก
ประตูกระจกนิรภัยบานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงโดยไม่ต้องรอให้ใครอนุญาต
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องประชุมทันทีเมื่อร่างของลินินก้าวเข้ามา พร้อมด้วยบอดี้การ์ดหนุ่มที่ยืนตระหง่านอยู่ด้านหลังราวกับเทพแห่งความตาย
กรวินท์หุบยิ้มฉับพลัน ดวงตาทอแววดูถูกเหยียดหยามทันทีที่เห็นน้องสาวต่างแม่ "อ้าว... นึกว่าใคร ที่แท้ก็เด็กฝึกงานที่พ่อส่งมาเรียนรู้งานนี่เอง ลินิน เธอมีสิทธิ์อะไรถึงกล้าเดินเข้าห้องประชุมบอร์ดบริหารแบบนี้? แล้วนั่น... พาผู้ชายหน้าตาดีแต่ไร้หัวคิดเข้ามาทำไมด้วย หรือว่าหมดปัญญาทำงาน จนต้องหาบอดี้การ์ดมาเดินอวดรวยแก้เขิน?"
เสียงหัวเราะเยาะดังขึ้นเบาๆ จากฝั่งพรรคพวกของกรวินท์
ลินินไม่ได้แสดงอาการโกรธเคือง เธอเพียงแค่ยกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนปกเสื้อสูทอย่างใจเย็น ก่อนจะหย่อนกายลงนั่งที่เก้าอี้ประธานฝั่งตรงข้ามอย่างถือดี
"ฉันไม่ได้มาเพื่ออวดรวยค่ะคุณพี่ชาย... แต่ฉันมาเพื่อทวงคืนสิ่งที่ 'คุณปล้น' ไปจากบริษัทต่างหาก"
คำพูดนั้นทำให้กรวินท์หน้าถอดสีไปวูบหนึ่ง แต่เขาก็รีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติก่อนจะหัวเราะเสียงดังกลบเกลื่อน "พูดจาเพ้อเจ้ออะไรของเธอ ลินิน? หลักฐานก็ไม่มี สติก็คงจะเลอะเลือนตามแม่เธอไปสินะ!"
ลินินไม่โต้เถียง เธอหันไปพยักหน้าให้ภัทรเล็กน้อย
บอดี้การ์ดหนุ่มก้าวออกไปข้างหน้า เปิดกระเป๋าเอกสารหนังแท้สีดำสนิท หยิบแฟ้มเอกสารหนาปึกและแฟลชไดรฟ์สีเงินวาววับออกมาวางลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้ากรวินท์ เสียงกระทบของวัตถุกระทบกับผิวโต๊ะดัง 'ตุบ' หนักหน่วงราวกับค้อนที่ทุบลงบนหัวใจของคนทำผิด
"เชิญเปิดดูหน้าสี่สิบห้าของรายงานการเงินฉบับปรับปรุงใหม่ซิคะ... คุณกรวินท์" ลินินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนน่าขนลุก "รายการโอนเงินเข้าบัญชีลับที่เกาะเคย์แมนจำนวนสามร้อยล้านบาท เมื่อวันที่สิบห้าเดือนก่อน... ลายเซ็นอนุมัติเป็นชื่อใครกันแน่คะ? ระหว่างชื่อคุณพ่อ... กับชื่อปลอมที่คุณปลอมแปลงขึ้นมาอย่างแนบเนียน?"
ใบหน้าที่เคยเปี่ยมด้วยรอยยิ้มเยาะของกรวินท์แปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดในพริบตา เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผาก มือหนาที่เอื้อมไปหยิบแฟ้มเอกสารสั่นเทาจนแทบควบคุมไม่อยู่ เมื่อเปิดไปเจอหน้าดังกล่าว ดวงตาของเขาก็เบิก kว้างจนแทบถล่น เส้นเลือดข้างขมับเต้นตุบๆ
"นะ... นี่มันเอกสารปลอม! พวกแกใส่ร้ายฉัน!" กรวินท์ตบโต๊ะเสียงดังลั่น ลุกพรวดขึ้นชี้หน้าลินินด้วยความโกรธเกรี้ยวจนตัวสั่น "ผู้ถือหุ้นทุกคนครับ! นังนี่มันกำลังจะพังบริษัทที่เราสร้างกันมา! มันสมคบคิดกับคนนอก..."
"คนนอกที่ว่า... หมายถึงฉันเหรอครับ?"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังแทรกขึ้นจากหน้าประตูห้องประชุมที่ถูกเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับร่างสูงสง่าของชายวัยกลางคนในชุดสูทสากลระดับพรีเมียม ผู้ทรงอิทธิพลลำดับต้นๆ ของประเทศและเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุดของกลุ่มบริษัท—'ท่านประธานธนาคารแห่งชาติ' ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยือกเย็น
กรวินท์ทรุดฮวบลงนั่งกับเก้าอี้ทันที ราวกับกระดูกสันหลังถูกกระชากออกไปในชั่วพริบตา
ลินินลุกขึ้นยืนช้าๆ โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย สายตาคมกริบมองตรงไปยังพี่ชายต่างแม่ที่กำลังหน้าซีดเป็นไก่ต้ม รอยยิ้มเย้ายวนใจปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ—รอยยิ้มที่สวยงามที่สุด... และอันตรายที่สุด
"เกมแรกยังไม่ทันจบดีเลยนะคะ คุณพี่ชาย..." ลินินกระซิบเบาๆ แต่ก้องกังวานในความเงียบงัน "เตรียมตัวรับหมายศาลและข้อหายักยอกทรัพย์มูลค่ามหาศาลได้เลยค่ะ... เพราะคุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะยืนอยู่บนพื้นตึกนี้อีกต่อไปแล้ว"
ในจังหวะที่ทุกคนกำลังตกตะลึงจนอ้าปากค้าง สมาร์ทโฟนในมือของลินินก็สั่นขึ้นพร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากระบบธนาคารระดับโลกที่แสดงยอดเงินสดหมุนเวียนในบัญชีส่วนตัวของเธอที่เพิ่งถูกโอนเข้ามาเพิ่มเติมเพื่อซื้อกิจการทั้งหมดของกรวินท์ในราคาเศษเงิน
หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นด้วยตัวเลขยอดเงินหกหลักสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ... ก่อนที่หน้าจอดับลงพร้อมกับรอยยิ้มของลินินที่หันไปสบตากับภัทรพอดี
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ
---
*เค้กวานิลลา*
ทายาทหมื่นล้านปะทะบอดี้การ์ดส้นสูง•ตอนที่ 3
หมากเกมแรกที่ล่มสลาย
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทหมื่นล้านปะทะบอดี้การ์ดส้นสูง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!