ทายาทหมื่นล้านปะทะบอดี้การ์ดส้นสูง•ตอนที่ 2

เงาที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
“อย่ามองฉันเหมือนเป็นแค่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่พร้อมจะแตกสลายสิคะคุณภัทร เพราะคนพวกนั้น... พวกที่กำลังจ้องจะเขมือบฉันทั้งเป็น พวกมันต่างหากที่จะต้องเป็นฝ่ายแหลกละเอียดคามือฉัน” ลินินเอ่ยเสียงเรียบขณะที่รถลีมูซีนหรูเคลื่อนตัวออกจากโรมแรมด้วยความเร็วคงที่ ดวงตาคู่สวยดุจกวางแต่มองเห็นทะลุถึงก้นบึ้งของความโลภในจิตใจมนุษย์ทอดมองออกไปนอกหน้าต่างฟิล์มดำสนิท เธอไม่ได้ดูหวาดหวั่นต่อเสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ที่สั่นสะเทือนไปถึงโครงสร้างรถ แต่กลับแย้มยิ้มราวกับนั่นคือเสียงดนตรีเฉลิมฉลองชัยชนะที่กำลังจะมาถึง ภัทรนั่งอยู่ในมุมมืดของรถ แสงสลัวจากไฟถนนที่สาดส่องเข้ามาเป็นระยะเผยให้เห็นเพียงโครงหน้าคมสันที่เคร่งขรึม มือแกร่งที่สวมถุงมือหนังสีดำวางอยู่บนตักนิ่งสนิท ท่าทางของเขาไม่ใช่แค่บอดี้การ์ด แต่เป็น ‘เงา’ ที่พร้อมจะกลืนกินทุกอันตรายแทนผู้เป็นนาย “หน้าที่ของผมไม่ใช่การตัดสินว่าคุณเปราะบางแค่ไหนครับลินิน... เอ้อ... ขออภัยค่ะ” ภัทรชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อรู้ตัวว่าเกือบหลุดมาดความเป็นมืออาชีพที่เคร่งครัด เขาปรับน้ำเสียงให้ทุ้มต่ำและราบเรียบยิ่งกว่าเดิม “หน้าที่ของผมคือการเป็นเงาที่มองไม่เห็น เพื่อกำจัดขยะที่ขวางทางเดินของคุณให้สะอาดหมดจดที่สุด” ลินินหันกลับมาสบตาเขา แววตาของเธอวูบไหวด้วยความพึงพอใจ “ดีค่ะ” เธอเว้นจังหวะ “จากนี้ไป ภารกิจของคุณคือ ‘ที่ลับตา’... ฉันต้องการให้คุณอยู่ทุกที่ที่ฉันมองไม่เห็น แต่คุณต้องเห็นทุกอย่างที่อาจจะทำร้ายฉันได้ การจ้างคุณในราคาที่ใครก็ให้ไม่ได้ ไม่ใช่เพื่อให้คุณมาเป็นโล่กันกระสุนยืนโง่ๆ อยู่ข้างกาย แต่เพื่อให้คุณเป็นดาบที่แทงทะลุหลังพวกมันก่อนที่พวกมันจะทันได้ชักมีดออกมาเสียอีก” ภัทรนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนจะหยิบแท็บเล็ตส่วนตัวขึ้นมาเปิดแผนผังตึกระฟ้าของตระกูลอัครเดชโภคิน ซึ่งตอนนี้กลายเป็นสมบัติของลินินโดยสมบูรณ์หลังจากที่เธอสะบัดปากกาเซ็นเอกสารโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงบ่ายที่ผ่านมา “ผมวางโครงข่ายเฝ้าระวังส่วนตัวไว้เรียบร้อยแล้วครับ ทั้งในระบบคลาวด์ที่แฮกเกอร์ระดับโลกยังเจาะไม่ได้ และกล้องวงจรปิดที่ซ่อนอยู่ในจุดอับสายตาของสำนักงานใหญ่... รวมไปถึง ‘หนอน’ ที่แฝงตัวอยู่ในหมู่คณะกรรมการบริหาร ผมรู้ตัวหมดแล้วว่าใครบ้างที่รับเงินจากฝั่งคุณอาของคุณ” ลินินยกย่องความรอบคอบของชายตรงหน้าด้วยการเหยียดยิ้มที่มุมปาก เธอไม่ได้สนใจเรื่องเงินทองที่เสียไปกับค่าจ้างมหาศาล เพราะสิ่งที่เธอต้องการคืออำนาจที่เบ็ดเสร็จเด็ดขาด “พวกมันคิดว่าฉันเป็นเด็กสาวที่ไร้เดียงสา อ่อนแอ และพร้อมจะถูกกลืนกินด้วยผลประโยชน์มหาศาล พวกมันประเมินฉันต่ำไป... แต่ในเมื่อพวกมันกล้าที่จะดูถูก ก็ต้องเตรียมใจรับการ ‘สั่งสอน’ ให้สาสมนะคะ” รถลีมูซีนเลี้ยวเข้าสู่ชั้นใต้ดินของตึกที่เป็นฐานอำนาจหลัก ลินินก้าวลงจากรถด้วยความมั่นใจ แม้จะมีเพียงภัทรที่เดินตามหลังในระยะทิ้งห่างอย่างเหมาะสม แต่รัศมีของเธอกลับทำให้บรรยากาศโดยรอบดูหนักอึ้งขึ้นอย่างประหลาด ยามรักษาการณ์ที่เคยยืนไขว้ห้างมองด้วยสายตาหยามเหยียดในวันก่อน ถึงกับต้องรีบยืนตรงและก้มหัวให้แทบไม่ทัน “ท่านประธานครับ... ฝ่ายบัญชีและกลุ่มผู้ถือหุ้นชุดเก่ากำลังรวมตัวกันอยู่ที่ห้องประชุมใหญ่ พวกเขาบอกว่าจะไม่ยอมรับการตัดสินใจเรื่องการปรับโครงสร้างใหม่ครับ” เลขาที่ดูเหมือนจะสั่นกลัวเดินเข้ามารายงานด้วยความเร่งรีบ ลินินไม่หยุดเดิน รองเท้าส้นสูงของเธอสับลงบนพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักแน่นเหมือนเสียงนาฬิกานับถอยหลังสู่ความพินาศของพวกที่คิดทรยศ “ภัทร” ลินินเรียกเบาๆ โดยไม่หันกลับไปมอง “ครับ?” “ไปจัดการให้พวกมัน ‘เงียบ’ ลงหน่อย... ไม่ต้องถึงเลือดเนื้อ แค่ทำให้พวกมันรู้ว่าใครคือเจ้าของตึกนี้ตัวจริง ส่วนฉัน... จะเข้าไปนั่งรอในห้องประชุม และนับเวลาที่พวกมันจะทยอยเดินคอตกออกมาขอโทษฉัน” ภัทรผงกศีรษะรับคำสั่งอย่างรวดเร็ว เขากลายเป็นเงามืดที่หายวับไปกับเสาต้นใหญ่ก่อนที่ใครจะทันสังเกตเห็น ลินินก้าวขึ้นลิฟต์ส่วนตัวเพียงลำพัง ทันทีที่ประตูปิดลง เสียงกระซิบผ่านอุปกรณ์สื่อสารขนาดจิ๋วที่ติดอยู่หลังใบหูก็เริ่มทำงาน “ได้รับคำสั่งแล้วครับ... ผมจะเริ่มการ ‘เปิดโปง’ ภายในสามนาที” ประตูห้องประชุมใหญ่เปิดออก ลินินก้าวเข้าไปด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจดุจนางพญา สายตาของบรรดาผู้ถือหุ้นที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังและดูแคลนจับจ้องมาที่เธอเป็นตาเดียว หนึ่งในนั้นลุกขึ้นยืนตบโต๊ะเสียงดังสนั่น “คุณลินิน! คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งปรับโครงสร้างองค์กรตามใจชอบ! นี่มันบริษัทของตระกูล ไม่ใช่ของเล่นของคุณ!” ลินินเพียงแค่หย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ประธานที่ว่างอยู่ เธอวางกระเป๋าใบหรูลงบนโต๊ะก่อนจะมองหน้าคนพูดด้วยแววตาที่เยือกเย็นราวกับน้ำแข็ง “บริษัทนี้เป็นของคนที่ถือหุ้นใหญ่ที่สุด... และบังเอิญว่า ตั้งแต่เช้าวันนี้ หุ้นทั้งหมดที่พวกคุณกอดไว้อย่างภาคภูมิใจ... มันได้ถูกโอนเข้าสู่พอร์ตโฟลิโอส่วนตัวของฉันเรียบร้อยแล้วค่ะ” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมเหมือนถูกดูดอากาศออกไปจนหมด ทุกคนหน้าซีดเผือดเหมือนเห็นผี “เช็คที่หน้าจอโปรเจกเตอร์ดูสิคะ ว่ายอดเงินในบัญชีที่พวกคุณแอบโอนย้ายออกไปในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา... มันถูก ‘แช่แข็ง’ โดยคำสั่งศาลเมื่อห้านาทีก่อนหรือยัง?” ลินินกดรีโมทเพียงครั้งเดียว ข้อมูลบัญชีลับที่ภัทรดึงออกมาจากความมืดก็ปรากฏหราบนหน้าจอ ทุกอย่างถูกแฉอย่างหมดเปลือก ชัดเจน จนแม้แต่คนที่ใจแข็งที่สุดยังต้องมือสั่น ทันใดนั้นเอง ประตูห้องประชุมถูกกระแทกเปิดออก ชายชุดดำกลุ่มใหญ่ที่เคยเป็นสมุนของฝ่ายค้านเดินก้มหน้าเข้ามาคุกเข่าลงต่อหน้าลินินพร้อมกับยื่นเอกสารการลาออกและหลักฐานความผิดทั้งหมดให้ด้วยความหวาดกลัว โดยมีภัทรยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่ด้านหลัง ใบหน้าของเขาเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความคุกคามที่ทำให้ทุกคนในห้องไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ลินินเหยียดยิ้ม เธอไม่ได้มองชายเหล่านั้น แต่เธอมองไปยัง ‘เงา’ ของภัทรที่สะท้อนอยู่ในกระจกเงาด้านหลังห้อง “ดูเหมือนว่าวันนี้จะมีคนต้องตกงานเยอะเลยนะคะ... แต่ไม่เป็นไรค่ะ เพราะที่นี่ต้องการคนที่มีประสิทธิภาพ... ไม่ใช่คนที่มีแค่ความโลภ” ทว่า ในขณะที่ลินินกำลังจะประกาศชัยชนะ เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูบนโต๊ะของเธอก็ดังขึ้น หน้าจอไม่ได้โชว์ชื่อผู้ติดต่อ แต่กลับขึ้นข้อความตัวอักษรสีแดงฉานที่ทำให้หัวใจของเธอที่ว่าแข็งแกร่งถึงกับกระตุกวูบ ‘ยินดีด้วยกับชัยชนะในวันนี้... แต่ลืมไปแล้วหรือว่าคนที่วางรากฐานตึกนี้จริงๆ ไม่ใช่พ่อของคุณ... แต่เป็นคนที่คุณเพิ่งส่งเข้าคุกไปเมื่อวานนี้... และเขากำลังจะกลับมาทวงคืนทุกอย่าง... พร้อมกับดึงตัวภัทรกลับไปหาเขา’ ลินินชะงัก สายตาที่เคยเย็นชาตวัดกลับไปมองภัทรที่ยังยืนนิ่งอยู่หน้าประตู... เขาไม่ได้มองเธอ แต่สายตาของเขากำลังจับจ้องไปที่หน้าจอโทรศัพท์ของเธอด้วยแววตาที่เธอก็ไม่อาจอ่านออก เค้กวานิลลาหวังว่ารี้ดเดอร์ทุกคนจะมีความสุขกับการเปิดเผยตัวตนของนางเอกสาวแกร่งของเรานะคะ!
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทหมื่นล้านปะทะบอดี้การ์ดส้นสูง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%