ทายาทหมื่นล้านปะทะบอดี้การ์ดส้นสูง•ตอนที่ 1

ส้นสูงที่เหยียบย่ำความทรงจำ

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
"ถ้าคิดจะเสนอหน้ามางานเลี้ยงคืนนี้ ก็ช่วยหัดใช้เงินซื้อสมองมาประดับตัวบ้าง อย่าปล่อยให้ตัวเองดูเป็นแค่ 'ของประดับไร้ค่า' ที่รอวันถูกเขี่ยทิ้งเหมือนที่ผ่านมาเลย ลินิน" เสียงเย็นเยียบของ 'รวิศ' ลูกพี่ลูกน้องผู้กุมอำนาจบริหารในปัจจุบันดังขึ้นท่ามกลางวงสนทนาของเหล่าผู้ถือหุ้นใหญ่ เสียงหัวเราะแผ่วเบาที่เต็มไปด้วยการดูแคลนดังขึ้นรอบทิศทาง ทุกสายตาจ้องมองมาที่หญิงสาวในชุดเดรสสีซีดที่ดูราวกับหลุดออกมาจากยุคทศวรรษก่อน เธอคือลินิน ทายาทตระกูลอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกตราหน้าว่าไร้น้ำยาและไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแตะต้องหุ้นสักเปอร์เซ็นต์ในบริษัทที่ปู่ของเธอสร้างมากับมือ ลินินนิ่งเงียบ ดวงตาเรียวสวยภายใต้กรอบแว่นหนาเตอะไม่ได้แสดงความสั่นคลอนแม้แต่น้อย เธอเพียงแค่ขยับยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ทำให้ 'ภัทร' ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิทที่ยืนเยื้องไปด้านหลังถึงกับยกยิ้มตามด้วยความพึงพอใจ "ขอบคุณที่เตือนนะคะคุณรวิศ แต่คำแนะนำของคุณน่ะ เก็บไว้ใช้กับคนที่เขายังเห็นคุณเป็นมนุษย์เถอะค่ะ" ลินินตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังจนรวิศชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะแค่นหัวเราะแล้วหันไปกระซิบกับเลขาส่วนตัวด้วยท่าทีเย้ยหยัน "ดูเหมือนขยะจะเริ่มหัดเห่าแล้วสิ" ท่ามกลางบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ประตูบานใหญ่ของห้องจัดเลี้ยงโรงแรมระดับหกดาวก็เปิดออกกว้างอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่การเข้ามาของแขกผู้มีเกียรติธรรมดา แต่เป็นเสียงส้นสูงแหลมคมที่กระทบกับพื้นหินอ่อนเป็นจังหวะหนักแน่น—จังหวะที่บอกถึงอำนาจและชัยชนะที่กำลังจะมาถึง ทุกคนในงานเงียบกริบ สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่จุดเดียวกัน หญิงสาวในชุดเดรสผ้าไหมสีดำสนิทเข้ารูปที่ขับเน้นสัดส่วนอันเย้ายวนใจทว่าดูสง่างามดั่งนางพญา เส้นผมดำขลับถูกรวบขึ้นเผยให้เห็นลำคอระหงประดับด้วยสร้อยเพชรน้ำงามที่ส่องประกายจนคนทั้งงานต้องหลี่ตา ทว่าสิ่งที่น่าตะลึงที่สุด ไม่ใช่ใบหน้าที่ไร้กรอบแว่นหนาเตอะนั่น หากแต่เป็นแววตาที่เย็นเยือกและคมกริบดุจมีดโกนของลินิน เธอไม่ได้เดินเข้ามาในฐานะ 'หลานสาวผู้ตกอับ' อีกต่อไป แต่เธอเดินเข้ามาในฐานะเจ้าของตัวจริงที่เพิ่งได้รับรายงานการถือหุ้นใหญ่ที่สุดจากต่างประเทศเมื่อห้านาทีก่อน ภัทรเดินขนาบข้าง เธอเว้นระยะห่างเพียงเล็กน้อย สายตาของเขากวาดมองไปรอบห้องอย่างระแวดระวังและพร้อมจะฟาดฟันใครก็ตามที่กล้าขวางทางหญิงสาวที่เขาปกป้องด้วยชีวิต "นั่น... ลินินหรือ?" รวิศพึมพำ ใบหน้าของเขาเริ่มซีดเผือดเมื่อเห็นลินินหยุดยืนตรงหน้าเขา ลินินไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูขึ้นมา ก่อนจะกดส่งข้อความเพียงสั้นๆ เสียงสัญญาณเตือนจากหน้าจอขนาดยักษ์กลางงานเลี้ยงก็ดังขึ้นพร้อมกับการแสดงตัวเลขบัญชีและสัญญาการเข้าซื้อกิจการที่ทุกคนต่างหมายปองในชื่อของเธอแต่เพียงผู้เดียว "แปลกใจเหรอคะที่เห็นฉันในสภาพนี้?" ลินินเอ่ยขึ้น เสียงของเธอไม่ได้ดัง แต่กลับก้องกังวานไปทั่วทั้งโถง "คุณบอกให้ฉันใช้เงินซื้อสมอง... ฉันก็เลยใช้เงินซื้อ 'บริษัทของคุณ' มาแทนไงคะ หวังว่าคุณจะชอบการตัดสินใจของฉันนะ" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงฮือฮาจะระเบิดขึ้นเหมือนพายุ รวิศหน้าถอดสี มือที่ถือแก้วไวน์สั่นระริกจนแทบทำหล่นพื้น "เธอทำอะไรลงไป! นี่มันเป็นไปไม่ได้!" รวิศคำรามด้วยความคลุ้มคลั่ง พุ่งตัวหมายจะคว้าแขนของลินิน แต่ภัทรกลับเคลื่อนที่เร็วยิ่งกว่าเพียงแค่ขยับตัวก้าวเดียว เขาก็ใช้มือหนาคว้าข้อมือของรวิศไว้แน่นจนอีกฝ่ายต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด "อย่าทำตัวไร้มารยาทกับเจ้านายของผม" เสียงของภัทรต่ำทุ้ม เย็นชา และเปี่ยมไปด้วยรังสีสังหารที่ทำให้รวิศตัวแข็งทื่อไปทั้งร่าง ลินินก้าวเดินผ่านรวิศไปราวกับเขาไม่มีตัวตน เธอไปหยุดอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์การกุศลของงาน ก่อนจะถอดแหวนเพชรวงโตที่อยู่บนนิ้วนางออกแล้ววางลงบนถาดด้วยท่าทีเฉยเมย "สำหรับค่าเสียหายที่ฉันต้องทนฟังคนพ่นขยะใส่หูตลอดหนึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา" เธอกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะหันหลังกลับ ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มชายชุดดำจำนวนสิบคนก็เดินเข้ามาล้อมรอบงานเลี้ยง ทั้งหมดคุกเข่าลงต่อหน้าลินินเป็นจังหวะเดียวกัน เสียงหนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้นด้วยความนอบน้อม "ประธานลินิน รถพร้อมแล้วครับ และเลขาส่วนตัวของคุณรออยู่ในเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวที่จอดอยู่บนดาดฟ้าแล้วครับ" ลินินขยับยิ้มเย็นที่มุมปาก เธอหันกลับไปสบตารวิศที่กำลังเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น ก่อนจะหยิบการ์ดสีดำสนิทขอบทองคำแท้ออกมาโยนลงบนพื้นต่อหน้ารวิศ "นี่คือบัตรที่ฉันใช้ซื้อตั๋วเข้างาน... และอาจจะพอสำหรับค่าตั๋วเครื่องบินเที่ยวเดียวไปต่างประเทศของคุณด้วยนะ" สิ้นคำพูด ลินินก็หมุนตัวเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้รวิศและเหล่าผู้ถือหุ้นที่เคยดูถูกเธอต้องยืนตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวต่ออำนาจที่เพิ่งปรากฏขึ้นอย่างไม่มีใครตั้งตัวได้ ภัทรเปิดประตูรถลีมูซีนคันยาวที่จอดรออยู่ให้ลินินก่อนจะก้าวขึ้นตามไป และในจังหวะที่ประตูปิดลง เสียงใบพัดของเฮลิคอปเตอร์ที่ดังกระหึ่มอยู่เหนือโรงแรมก็เป็นสัญญาณบอกถึงการเริ่มต้นของยุคสมัยใหม่ที่เธอเป็นผู้กำหนดแต่เพียงผู้เดียว ขอบคุณที่ร่วมเป็นกำลังใจให้การเริ่มต้นของเกมอำนาจในครั้งนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทหมื่นล้านปะทะบอดี้การ์ดส้นสูง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%