ทายาทหมื่นล้านปะทะบอดี้การ์ดส้นสูง•ตอนที่ 27

ภัยเงียบในองค์กร

ผลงานโดย เค้กวานิลลา
เอกสารคำสั่งศาลฉุกเฉินแผ่นนั้นสะท้อนเงาความเย่อหยิ่งบนใบหน้าของ ‘อนันต์’ ชัดเจน ร่างที่ควรจะนอนเน่าอยู่ในเรือนจำจากคดีฉ้อโกงประชาชนเมื่อหลายเดือนก่อน บัดนี้กลับยืนตระหง่านอยู่ ณ ใจกลางห้องประชุมใหญ่ชั้นบนสุดของอาคารลินินกรุ๊ป พร้อมด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่เคลือบด้วยความกระหายอำนาจ “ตกใจมากหรือครับ คุณลินิน” เสียงทุ้มต่ำของอนันต์ดังขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ชายชุดดำนับสิบคนกระจายตัวปิดกั้นทุกทางออก ราวกับต้องการประกาศให้รู้ว่าในค่ำคืนนี้ อำนาจที่แท้จริงได้เปลี่ยนมือแล้ว “คิดว่าจะใช้วิธีสกปรกฮุบสมบัติของตระกูลเราไปได้ตลอดกาลอย่างนั้นหรือ? น่าเสียดาย... กฎหมายยังเข้าข้างคนที่มีเส้นสายเสมอ” ลินินไม่ได้ขยับเขยื้อน ร่างบางในชุดสูทสั่งตัดพิเศษยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังแท้ราคาแพง ใบหน้ารูปไข่เรียบนิ่งสนิท ดวงตากลมโตคู่คมกริบราวกับใบมีดอาบยาพิษกวาดตามองเอกสารในมือของอีกฝ่ายช้าๆ ไร้ซึ่งร่องรอยความหวาดกลัว หรือแม้แต่ความประหลาดใจอย่างที่อนันต์คาดหวัง ความเงียบที่ยืดเยื้อทำให้รอยยิ้มบนปากของอนันต์เริ่มกระตุก “เซ็นซะ... แล้วไสหัวออกไปจากที่นี่ ก่อนที่ฉันจะใช้กำลังขับไล่เธอเหมือนหมอเหมือนหมา” อนันต์กระแทกแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังสนั่น เพล้ง! ไม่ใช่เสียงของโต๊ะแตก แต่เป็นเสียงหัวเราะเบาๆ ที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากอิ่มของลินิน เธอค่อยๆ ยกปลายนิ้วขึ้นเคาะโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ ราวกับกำลังฟังเรื่องตลกขบขันจากเด็กอมมือ “อนันต์... นายยังโง่บรมเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน” ลินินเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ “คิดว่าการติดสินบนผู้พิพากษาเวรชี้ในยามวิกาล จะทำให้เอกสารกระดาษชำระพวกนี้มีค่าขึ้นมาจริงๆ งั้นเหรอ?” “ปากดี!” อนันต์หน้าดำคร่ำเคร่ง ตบโต๊ะฉาดใหญ่ “ถึงปากเธอจะเก่งแค่ไหน แต่ตอนนี้อำนาจศาลอยู่ในมือฉัน! ทรัพย์สินทั้งหมดของบริษัทนี้ บัญชีธนาคารทุกเลท หุ้นร้อยละแปดสิบ... จะถูกอายัดไว้ตรวจสอบในอีกสามนาทีข้างหน้า! การ์ด! ลากตัวผู้หญิงคนนี้ออกไป!” สิ้นคำสั่ง ชายชุดดำร่างยักษ์สองคนพุ่งเข้ามาหมายจะตะครุบตัวลินินทันที แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วหยาบกร้านจะสัมผัสโดนชายเสื้อสูทของเธอ ร่างของภัทรที่ยืนสงบนิ่งเป็นเงาตามตัวมาตลอดก็เคลื่อนไหว พริบตาเดียวนั้น! เร็วจนแทบมองไม่เห็นวิถีการเคลื่อนไหว ภัทรพุ่งเข้าประชิดตัวชายชุดดำคนแรก บิดข้อมือด้วยมุมองศาที่กระดูกต้องลั่นกรอบ ก่อนจะใช้ศอกกระแทกเข้าที่ลิ้นปี่จนร่างนั้นทรุดฮวบคราบพื้น ต่อเนื่องด้วยการหมุนตัวเตะตัดขาชายคนที่สองล้มคว่ำลงไปนอนกองกับพื้นอย่างหมดสภาพภายในเวลาไม่ถึงห้าวินาที! เสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดดังระงม ห้องประชุมใหญ่ตกอยู่ในความโกลาหลชั่วขณะ อนันต์ผถอยหลังกรูดด้วยความตื่นตระหนก ใบซีดเผือดเมื่อเห็นบอดี้การ์ดส้นสูง... ไม่ใช่ส ภัทรผู้เป็นบอดี้การ์ดคู่ใจของลินินยืนจังก้าขวางหน้า พร้อมกับดึงปืนพกสีดำสนิทออกมาปลดเซฟเสียงดังคลิก “ใครกล้าขยับ หัวกระสุนจะฝังอยู่ระหว่างคิ้วพอดิบพอดี” ภัทรเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและจริงจัง ดวงตาคมกริบกวาดมองสมุนทั้งหมดของอนันต์จนไม่มีใครกล้าหายใจแรง ลินินลุกขึ้นยืนช้าๆ เธอจัดปกเสื้อให้เรียบร้อย เดินผ่านหน้าภัทรออกไปเผชิญหน้ากับอนันต์ที่กำลังตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว “นายรู้ไหม... ว่าทำไมฉันถึงปล่อยให้แกเดินเข้ามาเหยียบถึงชั้นนี้ได้?” ลินินโน้มตัวเข้าไปกระซิบเสียงแผ่วเบา ทว่าชัดเจนทุกพยางค์ในความเงียบงัน “ก็เพราะฉันต้องการรวบรวม ‘หนอน’ ทุกตัวที่ซ่อนอยู่ในองค์กรนี้ยังไงล่ะ” ดวงตาของอนันต์เบิกกว้าง “แก... แกหมายความว่ายังไง?” “ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา มีคนคอยแอบส่งข้อมูวงในและโยกย้ายเงินสดออกนอกบริษัทอย่างเงียบๆ ฉันสงสัยมานานแล้วว่าใครคือคนที่กล้าหักหลังฉัน... จนกระทั่งวันนี้ ที่แกพาหางแถวและทนายความหมดอนาคตพวกนี้มาเปิดหน้า” ลินินแค่นยิ้มหยัน “รายชื่อของพนักงานระดับบริหารที่รับสินบนจากแก ถูกส่งตรงไปยัง ป.ป.ช. และหน่วยงานตรวจสอบทรัพย์สินเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อสิบนาทีที่แล้ว... ตอนที่แกกำลังยืนยิ้มระรื่นอยู่ในลิฟต์นั่นแหละ” “ไม่... ไม่จริง! เอกสารคำสั่งศาลนี้เป็นของจริง!” ออนันต์สติหลุด โวยวายเสียงหลง พยายามหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายหาใครบางคน “ของปลอมที่ซื้อมาด้วยเงินใต้โต๊ะ ต่อให้มีตราประทับสีแดงฉานแค่ไหน มันก็เป็นได้แค่เศษกระดาษทิชชูเปียกน้ำ” ลินินสะบัดมือเบาๆ ทันใดนั้น ประตูลิฟต์ส่วนตัวก็เปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับร่างของเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามการทุจริตในเครื่องแบบเต็มยศนับสิบชีวิตเดินเรียงหน้ากระดานเข้ามาในห้อง “นายอนันต์ กับพวก... พวกคุณถูกจับในข้อหาปลอมแปลงเอกสารทางราชการ สมคบคิดกันฟอกเงิน และพยายามฮุบกิจการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เชิญครับ” หัวหน้าชุดปฏิบัติการเอ่ยเสียงเฉียบขาด พร้อมกับเสียงกุญแจมือที่กระทบกันดังแกร็ก อนันต์กรีดร้องโวยวาย ดิ้นพล่านขณะถูกเจ้าหน้าที่ล็อคแขนไขว้หลัง ลากตัวผ่านหน้าลินินไป สภาพของเขาในตอนนี้ช่างน่าสมเพชเวทนา ราวกับสุนัขจนตรอกที่ไม่มีแม้แต่แรงจะเห่า ลินินมองตามร่างที่ถูกลากออกไปอย่างไร้ความรู้สึก ความแค้นที่สะสมมานานนับปีได้รับการชำระสะสางไปอีกเปลาะหนึ่ง แต่ทว่า... บรรยากาศภายในห้องกลับไม่ได้ผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย สายตาของเธอกวาดมองไปยังมุมมืดของห้องประชุม ที่ซึ่งเงาของใครบางคนยังคงทอดยาวอยู่หลังเสาหินอ่อน “ออกมารabเถอะค่ะ... คุณรองประธาน” ลินินเอ่ยขึ้นลอยๆ น้ำเสียงเยียบเย็นจนน่าขนลุก “นั่งหลบอยู่ตรงนั้น ไม่เหนื่อยบ้างหรือไงคะ ที่ต้องคอยเชิดหุ่นให้อนันต์กลายเป็นไอ้โง่รับหน้าแทน” สิ้นเสียงของลินิน... เสียงปรบมือเบาๆ ดังขึ้นจากมุมมืด ร่างสูงโปรดในชุดสูทเข้ารูปสีกรมท่าก้าวออกมาจากเงาสลัว ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มละมุนที่แฝงไปด้วยความน่ากลัวอย่างยิ่งยวด ดวงตาเรียวรีคู่นั้นจ้องมองลินินราวกับสัตว์ป่าที่กำลังพิจารณาเหยื่ออันโอชะ “สมเป็นเธอจริงๆ ลินิน... มองเกมขาดทุกย่างก้าว สมแล้วที่ฉันอุตส่าห์ยอมลงทุนสร้างละครฉากใหญ่นี้ขึ้นมา” บุคคลที่ก้าวออกมา... คือคนที่ลินินคาดไม่ถึงที่สุด และเป็นคนที่กุมความลับดำมืดที่สุดของตระกูลเอาไว้! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและร่วมเดินทางแก้แค้นไปพร้อมกับเค้กวานิลลานะคะ
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทหมื่นล้านปะทะบอดี้การ์ดส้นสูง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%