นิ้วเรียวยาวที่สวมแหวนเพชรกะראตโตเคาะลงบนพนักพิงเบาะหนังแท้ของรถยนต์โรลส์-ройซ์สีดำสนิทเป็นจังหวะเนิบนาบ ทว่าหนักหน่วงในความรู้สึกของคนมอง ลินินไม่ได้ชายตาแลชายหนุ่มผู้ก้าวออกมาจากลิฟต์ตัวนั้นแม้แต่น้อย แม้หัวใจจะเต้นกระหน่ำด้วยความตกใจระคนประหลาดใจอยู่ชั่วขณะ แต่วินาทีนี้ เป้าหมายของเกมไม่ได้อยู่ที่การทักทายคนรู้จักเก่า ทว่ามันคือเอกสารลับชุดสุดท้ายที่จะพลิกเกมกระดานธุรกิจมูลค่าหมื่นล้านให้กลับมาอยู่ในมือเธออย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
"ทุกอย่างตามแผนใช่ไหมคะ ภัทร" เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในรถ โดยที่ดวงตาสีเข้มยังคงทอดมองไปยังตึกบัญชาการใหญ่ของศัตรูคู่อาฆาต ซึ่งตั้งตระหง่านท้าทายแสงไฟนีออนยามราตรี
ภัทรในชุดสูทสีเข้มกลมกลืนกับความมืด พยักหน้ารับอย่างสุขุม ดวงคมกริบฉายแววเด็ดเดี่ยวไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย เขาปลดกระดุมสูทออกเพื่อให้เคลื่อนไหวได้คล่องตัวขึ้น ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดกะทัดรัดขึ้นมาตรวจสอบความเรียบร้อยเป็นครั้งสุดท้าย
"เรียบร้อยดีค่ะ คุณลินิน ทางหนีทีไล่ผมสำรวจไว้หมดแล้ว รหัสผ่านระบบนิรภัยของห้องทำงานประธานกรรมการบริหาร ถูกแฮกเข้ามาโดยทีมของเราเมื่อสามนาทีที่แล้ว คุณมีเวลาสามสิบนาทีพอดีในการเข้าถึงเซฟในลิ้นชักโต๊ะทำงานตัวนั้น"
ภัทรกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท มือแกร่งตบลงเบาๆ ที่ซองปืนพกใต้ร่มผ้าเพื่อความมั่นใจ
"ระวังตัวด้วยนะคะ ฉันไม่ได้ต้องการแค่เอกสาร... แต่ฉันต้องการให้คุณกลับมาหาฉันอย่างไร้รอยขีดข่วนด้วยค่ะ" ลินินหันไปมองสบตาเขา แววตาที่ปกติไร้ความปรานีและเยชาชา กลับมีความห่วงใยระคนคาดคั้นซ่อนอยู่ลึกๆ อย่างที่ไม่อาจปฏิเสธได้
ภัทรชะงักไปชั่ววินาที มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นบางเบາ เป็นรอยยิ้มที่มีเพียงลินินเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้เห็น "ผมไม่เคยทำให้คุณผิดหวังอยู่แล้วค่ะ นายหญิง"
สิ้นคำพูด ร่างสูงโปร่งแต่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อของบอดี้การ์ดมือหนึ่งก็หายลับไปจากตัวรถอย่างไร้สุ้มเสียง ลินินนั่งไขว่ห้างรอคอยอย่างใจเย็น ปลายนิ้วเรียวกดเปิดหน้าจอแท็บเล็ตเพื่อเฝ้าดูสถานการณ์ผ่านกล้องวงจรปิดขนาดจิ๋วที่ภัทรลอบติดตั้งไว้ก่อนหน้านี้
ภายในห้องทำงานหรูหราบนชั้นที่ห้าสิบของตึกระฟ้า บรรยากาศเงียบสงบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน ภัทรเคลื่อนไหวราวกับเงาล่องหน เขาสามารถหลบหลีกเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวได้อย่างไร้ที่ติ รองเท้าหนังราคาแพงย่างก้าวอย่างไร้เสียงกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานไม้ฮอกกานีชิ้นมหึมา
ลิ้นชักชั้นล่างสุดถูกล็อกด้วยกุญแจรหัสอิเล็กทรอนิกส์รุ่นใหม่ล่าสุด ภัทรหยิบอุปกรณ์ถอดรหัสออกมาต่อเข้ากับพอร์ตลับอย่างรวดเร็ว หน้าจอขนาดเล็กปรากฏตัวเลขวิ่งพล่าน แข่งกับเวลาที่เดินถอยหลังไปทีละวินาที เม็ดเหงื่อผุดซึมตามไรผมของชายหนุ่ม แม้ภายนอกเขาจะดูสุขุมเยือกเย็น แต่ความเสี่ยงในการปฏิบัติภารกิจครั้งนี้สูงลิ่ว หากสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นแม้แต่นิดเดียว พวกมันจะถูกปิดล้อมและไม่มีทางรอดออกไปได้เลย
*ติ๊ด!* เสียงปลดล็อกดังขึ้นเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบ ภัทรไม่รอช้า รีบดึงลิ้นชักออกทันที
เอกสารกระดาษปึกหนาประทับตรา "ลับที่สุด" วางนอนนิ่งอยู่เบื้องหน้า มันคือหลักฐานการทุจริตยักยอกทรัพย์สินบริษัท และสัญญาซื้อขายที่ดินอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งจะทำให้ตระกูลศัตรูของลินินต้องล้มละลายและปิดฉากลงอย่างถาวร ภัทรหยิบแฟ้มเอกสารนั้นขึ้นมาตรวจดูอย่างรวดเร็วเพื่อความแน่ใจว่าเป็นของจริง
ทว่า... ในวินาทีที่เขากำลังจะเก็บมันลงในกระเป๋า เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมบทสนทนาก็ดังแว่วมาจากนอกห้องทำงาน ประตูบานใหญ่กำลังถูกผลักเปิดออก!
"ผมบอกแล้วว่าเอกสารนั่นสำคัญมาก ตรวจเช็กให้ดี..." เสียงทุ้มต่ำของประธานกรรมการคู่ปรับของลินินดังขึ้นใกล้เข้ามาทุกที
ภัทรหันซ้ายแลขวาอย่างรวดเร็ว หน้าต่างกระจกนิรภัยสูงเสียดฟ้าถูกปิดตาย ไม่มีทางหนีทางอื่นนอกจากประตูที่ตอนนี้คนกำลังเดินเข้ามาประชิดแล้ว! ชายหนุ่มตัดสินใจกระโดดหลบไปซ่อนตัวหลังผ้าม่านกำมะหยี่สีแดงเข้มผืนหนา ลมหายใจถูกผ่อนเข้าออกอย่างช้าที่สุดและเงียบเชียบที่สุด เพื่อไม่ให้ทรยศต่อสถานการณ์อันเป็นตายเท่ากันนี้
ประตูกลอนทองเหลืองถูกผลักเปิดกว้าง แสงไฟในห้องสว่างวาบขึ้น ร่างของประธานกรรมการวัยกลางคนเดินเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดส่วนตัวอีกสองคน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยคละคลุ้งในอากาศ
เป้าหมายเดินตรงมาที่โต๊ะทำงาน ดวงตาคู่คมกวาดมองเอกสารบนโต๊ะด้วยความระแวง ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมเปิดลิ้นชักที่เพิ่งถูกปิดลงไปเมื่อครู่...
ความเงียบงันภายในห้องหนาแน่นจนแทบจะจับต้องได้ ภัทรยืนนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น นิ้วมือขวาแตะอยู่ที่ด้ามปืนพกพร้อมเหนี่ยวไกได้ตลอดเวลา หากอีกฝ่ายพบความผิดปกติและเปิดม่านออก เขาคงต้องใช้กำลังฝ่าวงล้อมออกไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทว่า จังหวะที่นิ้วของศัตรูกำลังจะสัมผัสกับความว่างเปล่าในลิ้นชัก และหันไปเอ่ยปากสั่งบอดี้การ์ดให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของภัทรก็เกิดสั่นครืดคราดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย!
เสียงสั่นเบาๆ นั้นดังสะท้อนก้องในความเงียบงัน และมันก็ดังพอที่จะทำให้ประธานกรรมการชะงักกึก พร้อมกับหันขวับมามองตรงมายังทิศทางที่ซ่อนตัวของผ้าม่านสีแดงเข้มทันที!
ดวงตาทั้งสองคู่สบประสานกันผ่านรอยแยกระหว่างผ้าม่าน ในวินาทีที่ความลับกำลังจะถูกเปิดโปงและกระสุนนัดแรกกำลังจะลั่นออก ลินินที่นั่งเฝ้าหน้าจออยู่อีกฟากหนึ่งของเมืองก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนลุ้นระทึก เมื่อสัญญาณภาพจากกล้องตัวนั้นตัดวูบลงกลายเป็นสีดำสนิทพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังลั่นสนั่นตึก!
"เค้กวานิลลา" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญไปกับตัวละครของเรานะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
ทายาทหมื่นล้านปะทะบอดี้การ์ดส้นสูง•ตอนที่ 5
หลักฐานชิ้นสำคัญในลิ้นชัก
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทหมื่นล้านปะทะบอดี้การ์ดส้นสูง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!