กลิ่นอายความเย็นเยียบของกระดาษตราประทับสีแดงสดบนโต๊ะทำงานไม้สักทองในห้องนิรภัยชั้นบนสุด ดูราวกับจะดูดกลืนออกซิเจนทั้งหมดในห้องให้อันตรธานหายไปในพริบตา ลินินกวาดสายตาคมกริบราวกับใบมีดโกนจดจ้องไปยังเอกสารแผ่นนั้น สลับกับใบหน้าของบอดี้การ์ดหนุ่มผู้ยืนนิ่งสงบดั่งรูปสลัก ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับไหววูบด้วยร่องรอยของอดีตที่ถูกฝังกลบไว้อย่างแนบเนียน
"คุณกำลังจะบอกฉันว่า..." เสียงของลินินเรียบนิ่งและเยือกเย็น ทว่ากลับทรงพลังจนกดดันให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้ง "เอกสารการครอบครองหุ้นร้อยละสี่สิบของตระกูลวรภัทรโภคิน ที่พวกญาติผู้พี่กำลังแย่งชิงกันจนหัวซุกหัวซุนในตอนนี้ แท้จริงแล้วถูกโอนกรรมสิทธิ์มาอยู่ในมือของคุณตั้งแต่เมื่อห้าปีที่แล้ว... ก่อนที่เราจะพบกันเสียอีกอย่างนั้นหรือคะ ภัทร"
ภัทรไม่หลบสายตา ร่างสูงโปรดในชุดสูทสีเข้มเข้ารูปขยับตัวเพียงเล็กน้อย มือหนายกขึ้นปลดกระดุมเสื้อสูทออกหนึ่งเม็ดอย่างใจเย็น ท่าทีที่เคยสำรวมและเจียมเนื้อเจียมตัวมาตลอดหลายปีหลอมละลายหายไป เหลือเพียงรัศมีของความเย่อหยิ่งทระนงที่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างมิดชิดภายใต้หน้ากากของบอดี้การ์ดส้นสูงและบอดี้การ์ดเงา
"ผมไม่ได้เป็นแค่ผู้ถือหุ้นครับ... อ๊ะ ขออภัยค่ะ ดิฉันหมายถึง... สำหรับผมแล้ว เอกสารแผ่นนั้นไม่ใช่แค่เกมธุรกิจ แต่มันคือตั๋วขาเดียวที่ผมใช้ซื้อลมหายใจเพื่อกลับมาทวงคืนความยุติธรรม" ภัทรเอ่ยแก้คำพูดของตนเองทันทีด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มที่เจือความเย้ยหยันเล็กน้อย เมื่อเผลอหลุดสำนวนบุรุษเพศออกมาต่อหน้าเจ้านายสาวผู้เฉียบขาด
ลินินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากสวยได้รูป เธอวางปากกาหมึกซึมราคาแพงลงบนโต๊ะเสียงดัง *กริ๊ก* ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าฉับไวด้วยรองเท้าส้นสูงคู่โปรดเข้าไปประชิดร่างสูงที่ยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า กลิ่นกายสะอาดสดชื่นเจือจางด้วยกลิ่นไอบุหรี่จางๆ ลอยแตะจมูก ยิ่งทำให้ลินินตระหนักว่า ผู้ชายคนนี้อยู่ใกล้เธอมากกว่าที่เธอเคยคิดมาตลอด
"คุณจงใจเข้ามาสมัครเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของฉัน ตั้งแต่ตอนที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของฉันกำลังจะล้มละลายและถูกพวกสารเลวตระกูลเดียวกันไล่เตะออกจากตู้ปลาเมื่อสามปีก่อนสินะคะ" ลินินเอ่ยถาม เสียงกระซิบของเธอชิดริมฝีปากของเขาจนแทบจะสัมผัส
"ไม่ใช่แค่จงใจครับคุณลินิน..." ภัทรโน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาคมกปลาสอดประสานกับดวงตาดำขลับที่เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ "แต่ผมเฝ้ารอคุณมานานกว่านั้น... นานตั้งแต่ที่คุณยังเป็นแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ถูกพวกมันเหยียบย่ำศักดิ์ศรีในงานศพของคุณแม่เมื่อสิบปีก่อน"
คำพูดนั้นราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจ ลินินชะงักกึก ลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ ภาพเหตุการณ์ในอดีตที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กองเงินกองทองและคราบน้ำตาผุดขึ้นมาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซาก วันที่เธอสูญเสียทุกอย่าง วันที่ญาติผู้พี่รุมทึ้งมรดกราวกับฝูงไฮยีนหิวกระหาย และวันที่มีเด็กผู้ชายมอมแมมคนหนึ่งแอบส่งผ้าเช็ดหน้าผืนเก่าให้เธอที่มุมมืดของศาลาวัด
"คุณ... คือเด็กคนนั้น..." ลินินเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ความเย็นชาที่สร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองตลอดหลายปีพังทลายลงในเสี้ยววินาที
"ผมชื่อภัทร วรภัทรโภคิน... หลานชายแท้ๆ ที่ถูกขับไล่ออกจากตระกูลเพราะพ่อแม่ของผมถูกปรักปรำว่ายักยอกเงิน" ภัทรกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่น ั่นคง ราวกับกำลังท่องบทลงทัณฑ์ที่ถูกเตรียมไว้มาทั้งชีวิต "และพวกมัน... คนที่กำลังนั่งยิ้มระรื่นอยู่ในห้องประชุมชั้นล่างตอนนี้ คือกลุ่มคนเดียวกันกับที่ผลักไสครอบครัวของเราลงไปในขุมนรก"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องนิรภัยชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ทว่าหัวใจของลินินกลับเต้นระรัวอย่างรุนแรง ความรู้สึกพึงพอใจอย่างประหลาดพวยพุ่งขึ้นมาในอก ไม่ใช่ความตกใจ แต่เป็นความสะใจขั้นสุดที่ได้รู้ว่า... หมากตัวสำคัญที่เธอคิดว่าเธอเป็นคนควบคุมมาตลอด แท้จริงแล้วคือเสือซ่อนเล็บที่รอเวลาขย้ำเหยื่อร่วมกับเธอมาเนิ่นนาน
"เยี่ยมมาก..." ลินินยกยิ้มมุมปาก ดวงตาคู่งามพราวระยับด้วยประกายแห่งความกระหายชัยชนะ "ในเมื่อพวกมันคิดว่าพวกมันคือนักล่าที่กำลังจะฮุบกิจการมูลค่าหมื่นล้านของเรา... เราก็ควรจะแสดงให้พวกมันเห็นว่า การตกจากยอดเขาลงมาสู่ก้นเหวนั้น มันเจ็บปวดและทรมานแค่ไหนนะคะ"
ภัทรคลี่ยิ้มกว้างออกมาเป็นครั้งแรก รอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอ่อนหวาน แต่เต็มไปด้วยความดุดันและทรงอำนาจราวกับพญายมที่พร้อมจะปลิดชีพศัตรูในกำมือ "รับบัญชาครับ... เอ๊ย ค่ะ นายหญิง"
ทันใดนั้น เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินจากระบบรักษาความปลอดภัยของคฤหาสน์ก็ดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟสีแดงกะพริบวับวาบไปทั่วห้อง หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักแสดงภาพจากกล้องวงจรปิดที่ชั้นล่าง ประตูห้องโถงใหญ่กำลังถูกพังเข้ามาด้วยกองกำลังติดอาวุธปริศนา และบุคคลแรกที่ก้าวเท้าเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนหน้าจอคือ "ท่านรองประธาน" อาแท้ๆ ของลินินผู้ทรยศ ที่มาพร้อมกับหมายศาลสั่งอายัดทรัพย์สินและคำสั่งปลดเธอออกจากตำแหน่งทันที!
ลินินหันไปมองหน้าภัทร ชายหนุ่มเพียงแต่หยิบถุงมือหนังสีดำขึ้นมาสวมช้าๆ อย่างใจเย็น ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ลินินรู้ทันทีว่า... เกมนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง
"ปล่อยให้พวกมันเข้ามาเถอะค่ะ... เพราะบัญชีเลือดที่ค้างคามาสิบปี ถึงเวลาต้องชำระเสียที"
---
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "เค้กวานิลลา" เสมอมานะคะ*
ทายาทหมื่นล้านปะทะบอดี้การ์ดส้นสูง•ตอนที่ 18
คำสารภาพของบอดี้การ์ด
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทหมื่นล้านปะทะบอดี้การ์ดส้นสูง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!