“บอกฉันมาสิคะภัทร... ว่าพวกมันยังมีค่าพอที่จะให้ฉันต้องเปลืองสายตาไปมองอีกสักวินาทีไหม”
น้ำเสียงราบเรียบเย็นชาของลินินดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงานเพนต์เฮาส์หรูหราที่ตั้งอยู่บนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า ปลายนิ้วเรียวสวยภายใต้เล็บเจลสีนู้ดเรียบหรูเคาะเบาๆ ลงบนแฟ้มเอกสารลับสีดำสนิท เอกสารที่รวบรวมบัญชีรายชื่อและการทุจริตของญาติผู้พี่ที่เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีเธออย่างไร้ความปรานีในอดีต แสงไฟนีออนจากตึกรามบ้านช่องเบื้องล่างสะท้อนผ่านกระจกใสบานยักษ์ ทาบทับลงบนใบหน้าด้านข้างของหญิงสาวผู้กุมอำนาจหมื่นล้านจนดูราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ไร้หัวใจ... แต่สำหรับภัทรแล้ว เขารู้ดีว่าภายใต้เกราะกำบังที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าคือนัยน์ตาที่ซ่อนความอ่อนล้าอันเกิดจากการแบกรับโลกทั้งใบไว้เพียงลำพัง
ภัทรในชุดสูทสีดำสนิทที่ตัดเย็บอย่างประณีตไม่ขยับกายหนี เขาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานตัวใหญ่ขึ้นอีกก้าวอย่างระมัดระวัง ฝีเท้าเงียบกริบดุจเสือดาวที่คุ้นเคยกับความมืด ปลายรองเท้าส้นสูงแปดนิ้วของลินินที่ถอดวางระเกะระกะอยู่ข้างโซฟาหนังแท้บ่งบอกว่าเธอยืนหยัดต่อสู้กับสงครามธุรกิจนี้มานานแค่ไหนแล้วในวันนี้
“ถ้าคุณลินินไม่อยากมอง... ผมจะเป็นคนกวาดล้างพวกมันออกไปจากชีวิตคุณเองค่ะ”
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของบอดี้การ์ดสาวผู้เป็นทั้งเงาและเกราะคุ้มkันดังขึ้น ภัทรย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับหญิงสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหาร มือเรียวหนาที่ผ่านการจับอาวุธและปกป้องชีวิตคนมานับไม่ถ้วนเอื้อมไปหยิบแก้วกาแฟอุ่นๆ ที่เริ่มจะเย็นเฉียบขึ้นมาเปลี่ยนเป็นน้ำอุ่นผสมมะนาวตามสูตรที่ลินินชอบ
ความเงียบโรยตัวลงมาอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่ความอึดอัด... มันคือพื้นที่ปลอดภัยที่ถูกถักทอขึ้นมาจากความเข้าใจอันลึกซึ้ง
ตั้งแต่เหตุการณ์ที่บริษัทคู่แข่งส่งคนมาลอบทำร้ายในคืนฝนตกครั้งนั้น สถานะระหว่างทายาทมหาเศรษฐีผู้เย็นชากับบอดี้การ์ดสาวมาดสุขุมก็ก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตของเจ้านายและลูกน้องไปโดยปริยาย ไม่มีคำสารภาพรักหวานเลี่ยน ไม่มีดอกไม้ช่อโตจากชายหนุ่มสังคมไฮโซ มีเพียงรอยแผลเป็นที่ช่วยยืนยันความตายที่เฉียดฉีด และผ้าพันแผลที่ภัทรบรรจงพันให้ลินินด้วยมือของตัวเองในคืนที่เธอร้องไห้ออกมาเป็นครั้งแรกในรอบสิบปี
ลินินรับแก้วน้ำอุ่นมาจากมือของภัทร ปลายนิ้วของทั้งคู่สัมผัสกันโดยบังเอิญ ความอบอุ่นจากผิวเนื้อส่งผ่านความรู้สึกประหลาดที่ทำให้หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ เธอช้อนตาขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้า นัยน์ตาคมกริบที่เคยใช้พิฆาตคู่แข่งทางธุรกิจในพริบตากลับสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววห่วงใยอย่างไม่ปิดบัง
“ภัทร... ทำไมคุณถึงไม่เคยถามเลยล่ะคะว่าทำไมฉันถึงต้องใจร้ายกับคนพวกนั้นขนาดนี้” ลินินเอ่ยเสียงแผ่วเบa ราวกับกำลังทด aสอบความอดทนของหัวใจตัวเอง
“เพราะฉันรู้ว่า... ถ้าคุณไม่ใจร้าย โลกใบนี้ก็จะใจร้ายกับคุณค่ะ” ภัทรตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด ดวงตาคมเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเจ้านายสาว “คุณไม่ต้องอธิบายเหตุผลให้ใครฟังหรอกค่ะลินิน หน้าที่ของฉันคือการทำให้มั่นใจว่า ไม่ว่าคุณจะเลือกเดินไปทางไหน จะมีแผ่นดินที่มั่นคงรองรับใต้ฝ่าเท้าของคุณเสมอ... ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม”
คำพูดนั้นหนักแน่นยิ่งกว่าสัญญาใดๆ ในโลก
ลินินเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจที่ด้านชามานานนับปีถูกความอบอุ่นนี้กัดเซาะจนกำแพงพังทลายลงทีละน้อย เธอวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของภัทรไว้แน่น ออกแรงดึงเพียงเล็กน้อยจนบอดี้การ์ดสาวต้องโน้มตัวลงมาใกล้ ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันท่ามกลางบรรยากาศที่เปลี่ยนเป็นตึงเครียดด้วยแรงปรารถนาอันเงียบงัน
นี่ไม่ใช่ความสัมพันธ์ของการพึ่งพาทางอำนาจอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวของคนสองคนที่ต่างก็ไม่มีใครเหลือใครในโลกใบนี้
“ถ้าฉันสั่งให้คุณอยู่ข้างฉันแบบนี้ตลอดไป... ในฐานะอื่นที่ไม่ใช่บอดี้การ์ดล่ะคะ คุณจะทำตามคำสั่งไหม” ลินินกระซิบชิดริมหริมฝีปาก เสียงของเธอนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยอำนาจแห่งการครอบครอง
ภัทรนิ่งไปชั่วขณะ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากของบอดี้การ์ดสาว เธอไม่ได้ถอยหนี แต่กลับเป็นฝ่ายขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนหน้าผากแนบชิดกัน
“สำหรับคำสั่งนี้... ฉันไม่ต้องใช้เหตุผลในการตัดสินใจเลยค่ะ” ภัทรเอ่ยเสียงพร่า “เพราะต่อให้คุณไม่สั่ง ฉันก็ไม่เคยคิดจะไปไหนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว...”
ริมฝีปากนุ่มหยุ่นทาบทับลงมาปิดกั้นคำพูดที่เหลือของกันและกัน เป็นสัมผัสที่เริ่มต้นด้วยความโหยหาและถูกเติมเต็มด้วยความลึกซึ้งที่สะสมมานาน ความเงียบในห้องทำงานถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจที่สอดประสาน ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนที่มีเพียงแสงดาวและตึกสูงเป็นพยาน
ทว่า ในขณะที่ความอบอุ่นกำลังโอบล้อมหัวใจของพวกเธอให้เป็นหนึ่งเดียว เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินระดับสูงสุดจากระบบรักษาความลับของบริษัทก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นทำลายความเงียบงัน หน้าจอคอมพิวเตอร์หลักบนโต๊ะทำงานกะพริบเป็นสีแดงวาบ พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนตัวโตที่สว่างวาบขึ้นกลางห้อง: *"ตรวจพบการเจาะเข้าระบบบัญชีลับจากไอพีแอดเดรสปริศนา... และบัญชีสำรองหมื่นล้านกำลังถูกถ่ายโอนไปยังบุคคลที่ไม่ระบุตัวตน"*
ลินินผละออกจากอ้อมกอดของภัทรทันที นัยน์ตาคู่สวยเปลี่ยนกลับมาคมกริบและเย็นชาดุจน้ำแข็งในเสี้ยววินาที ความหวานละมุนเมื่อครู่มลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย แทนที่ด้วยประกายไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล
ภัทรชักปืนพกขนาดพกพาออกจากซองหนังใต้สูทอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณนักฆ่าและบอดี้การ์ดตื่นตัวเต็มพิกัด สายตากวาดมองไปรอบห้องก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่หน้าจอโทรทัศน์วงจรปิดที่เพิ่งเปิดภาพขึ้นมาเองโดยอัตโนมัติ
ภาพบนจอแสดงให้เห็นร่างของชายชราคนหนึ่งกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ผู้บริหารของตระกูลเธอ พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ส่งตรงมายังกล้องวงจรปิดในห้องนี้... และเสียงทุ้มต่ำที่น่ารังเกียจก็ดังลอดออกมาจากลำโพงอัจฉริยะ
*"สวัสดีจ่ะหลานรัก... คิดถึงคุณปู่คนนี้ไหม? ของเล่นหมื่นล้านที่เธอแย่งไป ถึงเวลาต้องคืนเจ้าของตัวจริงแล้วล่ะนะ..."*
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "เค้กวานิลลา" นะคะ
ทายาทหมื่นล้านปะทะบอดี้การ์ดส้นสูง•ตอนที่ 12
พื้นที่ปลอดภัยเพียงหนึ่งเดียว
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทหมื่นล้านปะทะบอดี้การ์ดส้นสูง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!