“ถ้าคุณคิดว่าการทรยศหักหลังเป็นเพียงเกมกระดานสำหรับพวกกระจอก ก็เชิญนั่งลงเถอะค่ะท่านประธานวิทวัส... เพราะเกมที่คุณกำลังเล่นอยู่ตอนนี้ มันไม่ใช่แค่การเสียเก้าอี้ แต่มันคือการสูญสิ้นทุกอย่างที่คนตระกูลคุณสั่งสมมาตลอดสามทศวรรษ”
น้ำเสียงของลินินเรียบเฉย เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก แต่ในแววตาคู่คมนั้นกลับมีประกายความเหนือกว่าที่ทำให้ชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลฝั่งฝ่ายค้านถึงกับชะงักฝีเท้าที่กำลังจะเดินออกจากห้องประชุมลับ
ภายในห้องสวีทส่วนตัวของโรงแรมหรูชั้นบนสุด บรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ภัทรยืนนิ่งสงบดั่งรูปปั้นอยู่เบื้องหลังลินิน มือหนาประสานกันไว้ที่หน้าท้อง แววตาของเขาจับจ้องไปยังวิทวัสไม่คลาดสายตา ราวกับพร้อมจะสะบั้นคอใครก็ตามที่กล้าขยับตัวเข้าใกล้หญิงสาว
วิทวัสแค่นหัวเราะ เหยียดหยาม “เธอคิดว่าการนัดฉันมาที่นี่เพื่อขู่ด้วยเอกสารพวกนี้จะทำให้ฉันกลัวหรือลินิน? ฝั่งฉันมีฐานเสียงแน่นหนาในบอร์ดบริหาร ถ้าเธอคิดจะควบรวมบริษัทแล้วเขี่ยฉันทิ้ง ก็ฝันไปเถอะ”
ลินินไม่โต้ตอบ เธอเพียงแค่เลื่อนซองเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะหินอ่อนไปตรงหน้าเขา กลิ่นหอมจางๆ ของวานิลลาที่ติดตัวเธอมาดูจะขัดแย้งกับความโหดเหี้ยมที่เธอกำลังจะทำ
“อ่านดูสิคะ ข้อมูลการฟอกเงินผ่านบัญชีลูกสาวคนเล็กของคุณที่สวิตเซอร์แลนด์ และสัญญาลับที่คุณเซ็นขายที่ดินเขตเศรษฐกิจใหม่ให้กลุ่มมาเฟียต่างชาติ… อ้อ แล้วก็นี่” เธอหยิบแท็บเล็ตขึ้นมา กดส่งภาพถ่ายชุดหนึ่งขึ้นจอโปรเจกเตอร์ “รูปที่คุณแอบไปพบกับศัตรูตัวฉกาจของบอร์ดบริหารเมื่อคืนนี้ ดูเหมือนว่าคุณจะเตรียมตัวเตรียมใจไว้รับมือกับการโดน ‘หักหลัง’ จากพวกเดียวกันเองแล้วสินะคะ”
ใบหน้าของวิทวัสเปลี่ยนเป็นสีซีดเผือดราวกับศพ ลมหายใจเขาเริ่มติดขัด “เธอ… เธอรู้เรื่องนี้ได้ยังไง!”
“ข้อมูลที่ซื้อได้ด้วยเงินไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวหรอกค่ะท่าน สิ่งที่น่ากลัวคือความจริงที่ถูกเปิดโปงโดยคนที่คุณเคยเหยียบย่ำ” ลินินลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินเข้าไปใกล้เขาจนได้กลิ่นซิการ์ราคาแพงจางๆ จากตัวชายผู้นี้ “ทางเลือกมีเพียงทางเดียว คือคุณต้องสนับสนุนฉันในวาระการประชุมวันพรุ่งนี้ แลกกับการที่ไฟล์เหล่านี้จะถูกเผาทิ้ง… หรือถ้าอยากเสี่ยงคุกเสี่ยงตาราง ก็เชิญเดินออกไปได้เลยค่ะ ภัทรคะ เปิดประตูให้ท่านประธานหน่อย”
ภัทรก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวเขารุนแรงจนวิทวัสต้องถอยกรูด เขาจ้องมองภัทรแล้วสลับมามองลินิน ความเย่อหยิ่งทระนงที่เคยมีพังทลายลงจนหมดสิ้น
“ฉัน… ฉันจะช่วยคุณ แต่คุณต้องรับปากว่าจะไม่เปิดเผยเรื่องที่ดิน” เสียงของวิทวัสสั่นเครือ
ลินินกระตุกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความอ่อนหวาน แต่มีความหมายถึงชัยชนะที่เด็ดขาด “อย่าต่อรองกับคนที่ถือไพ่เหนือกว่าเลยค่ะท่าน ชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณขึ้นอยู่กับว่าพรุ่งนี้คุณจะแสดงบทบาท ‘ผู้สนับสนุนที่จงรักภักดี’ ได้แนบเนียนแค่ไหน”
เมื่อวิทวัสเดินจากไปพร้อมกับความพ่ายแพ้ที่ฝังลึกในใจ ภัทรจึงขยับเข้ามาใกล้ลินินมากขึ้น แววตาของเขาที่เคยเย็นชากลับอ่อนลงในทันที “คุณจัดการได้เฉียบคมมากครับลินิน... แต่ศัตรูตัวจริงไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว”
“ฉันรู้ค่ะภัทร” ลินินถอนหายใจยาว พิงร่างลงกับพนักเก้าอี้ด้วยความเหนื่อยล้าที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากแห่งอำนาจ “แต่การดึงฝ่ายค้านมาเป็นพวกได้ คือก้าวแรกที่จะทำให้บัลลังก์ของพวกที่เคยดูถูกฉันสั่นคลอน พรุ่งนี้... วันประชุมใหญ่ คือวันชำระแค้น”
ในจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของลินินก็แผดเสียงดังขึ้น มันเป็นสายเรียกเข้าจากเบอร์ที่เธอไม่ได้เมมไว้ แต่เธอจำรหัสตัวเลขนั้นได้แม่นยำ มันคือเบอร์จากสำนักงานใหญ่ของตระกูลหลักที่เคยขับไล่เธอออกไป
นิ้วเรียวสวยกดรับสายโดยไม่ลังเล
“ว่ายังไงคะคุณอา? อ๋อ... เพิ่งจะนึกถึงหลานสาวที่โดนเนรเทศขึ้นมาได้งั้นเหรอคะ?” ลินินกรอกเสียงใสซื่อลงไป แต่แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน
ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะมีเสียงชายวัยชราที่เต็มไปด้วยอำนาจดังตอบกลับมา “ลินิน... แกอย่าคิดว่าสิ่งที่แกทำอยู่ตอนนี้จะไม่มีใครรู้ วันพรุ่งนี้ตอนสิบโมงเช้า รถตระกูลเราจะไปรับแกที่หน้าโรงแรม เตรียมตัวให้พร้อม เพราะแกต้องกลับมา ‘รับผิดชอบ’ สิ่งที่แกทำไว้”
ลินินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายความแค้นที่รอคอยการชำระ “รับผิดชอบงั้นเหรอคะ? ได้สิคะ... ฉันจะเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด เตรียมตัวไป ‘ทวง’ ทุกอย่างที่พวกคุณแย่งไปจากฉันคืนมาให้หมด”
เธอวางสายทันที ก่อนจะหันไปสบตากับภัทรที่มองเธอด้วยความห่วงใย
ทว่า ทันใดนั้นเอง เสียงเฮลิคอปเตอร์ที่ดังสนั่นอยู่บนดาดฟ้าเหนือห้องสวีทก็ทำให้พื้นห้องสั่นสะเทือน ลินินขมวดคิ้วแน่นเดินไปที่ระเบียงกระจกใส มองลงไปยังลานจอดเฮลิคอปเตอร์ที่สว่างไสวไปด้วยไฟสปอร์ตไลท์
รถยนต์สีดำสนิทขบวนใหญ่ห้าคันขับเคลื่อนเข้ามาล้อมรอบทางออกของโรงแรม พร้อมกับชายชุดดำนับสิบคนที่ก้าวลงมาจากรถ แต่สิ่งที่ทำให้ลินินถึงกับชะงัก คือเฮลิคอปเตอร์ลำใหญ่ที่เพิ่งแลนดิ้งลงจอด มันไม่ได้มีตราสัญลักษณ์ของตระกูลหลัก แต่มันคือสัญลักษณ์ ‘นกฟีนิกซ์ทองคำ’ ที่เธอคุ้นตาดีที่สุดในฐานะพันธมิตรที่เธอ ‘ไม่เคย’ ติดต่อมาก่อน
ประตูกระจกห้องสวีทถูกเคาะเบาๆ ภัทรชักปืนออกมาเตรียมพร้อม ลินินส่งสัญญาณให้เขาสงบศึก ก่อนจะเดินไปเปิดประตูด้วยตัวเอง
หน้าห้องนั้น คือชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเนี๊ยบกริบ เขายื่นการ์ดสีดำขลับที่มีอักษรทองคำประทับไว้ให้เธอพร้อมรอยยิ้มเย็น
“ท่านประธานลินินครับ... นายของผมทราบว่าคุณกำลังจะทำอะไร และท่านอยากจะร่วมมือกับคุณในวันพรุ่งนี้ นี่คือข้อเสนอที่ตระกูลหลักของคุณไม่มีวันให้ได้”
ลินินรับการ์ดใบนั้นมา พลิกดูตัวเลขวงเงินที่ไม่มีวันหมดและอำนาจการตัดสินใจเบ็ดเสร็จที่พิมพ์ไว้บนการ์ดใบนั้น ความรู้สึกสับสนแล่นผ่านใจ แต่มันถูกแทนที่ด้วยความทะเยอทะยานที่พุ่งทะลุเพดาน
พรุ่งนี้... ทุกอย่างจะต้องจบสิ้น ไม่ว่าใครจะเข้ามาแทรกแซง เธอก็จะใช้ทุกอำนาจที่มีขยี้พวกที่เคยเหยียดหยามเธอให้แหลกคามือ
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของลินินและภัทรมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้านะคะ!
ทายาทหมื่นล้านปะทะบอดี้การ์ดส้นสูง•ตอนที่ 23
กลยุทธ์ที่เฉียบคม
ผลงานโดย เค้กวานิลลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เค้กวานิลลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ทายาทหมื่นล้านปะทะบอดี้การ์ดส้นสูง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!