เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กระชั้นชิดเข้ามาทุกขณะ ทำลายความเงียบงันของห้องใต้ดินอับชื้นลงอย่างสิ้นเชิง รินรดาไม่รอให้ภัยคุกคามมาประชิดตัว สัญชาตญาณของทนายความสาวผู้ผ่านคดีความอันตรายมาโชกโชนสั่งการให้เธอก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว พร้อมกับมือเรียวที่เอื้อมไปคว้าข้อมือของนพ.ธีร์ธัชไว้แน่น แรงดึงนั้นกึ่งบังคับกึ่งชี้นำให้ร่างสูงใหญ่ของศัลยแพทย์หนุ่มต้องขยับตามหลบเข้าไปในซอกมุมอับสายตาหลังชั้นวางเอกสารเหล็กขึ้นสนิม
ความมืดและกลิ่นอื้นของฝุ่นละอองโอบล้อมรอบตัวพวกเขาทั้งสองไว้ ระยะห่างระหว่างรินรดากับธีร์ธัชแทบไม่เหลือช่องว่าง หน้าอกของเธอแนบชิดกับแผงอกกว้างภายใต้เสื้อคลุมสีเข้มของเขา เธอได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นโคมครามแข่งกับจังหวะฝีเท้าด้านนอกที่หยุดลงตรงหน้าประตูห้องใต้ดินพอดี
ลมหายใจอุ่นร้อนของธีร์ธัชปัดผ่านเส้นผมและกกหูของเธอในความมืด เขาก้มหน้าลงกระซิบชิดริมใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเจือรอยยبرเยาะที่คนฟังรู้สึกได้ทันทีแม้จะมองไม่เห็นสีหน้า "ดูเหมือนว่าจะมีคนต้อนรับที่ไม่ได้รับเชิญมาร่วมวงสนทนาของเราเสียแล้วนะคะ ทนายรินรดา"
"เงียบเสียเถอะค่ะ คุณธีร์ธัช" รินรดากระซิบตอบลอดไรฟัน ดวงตาคมกริบในความมืดจ้องมองตรงไปยังประตูไม้บานผุที่ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงกระแทก เสียงเอี๊ยดอ๊าดบาดหูและลำแสงไฟฉายกราดส่องเข้ามาในความมืดทำให้เธอต้องกลั้นหายใจ
แสงไฟวับแวมกวาดผ่านซอกหลืบที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่ รินรดารู้สึกได้ถึงฝ่ามือหนาของธีร์ธัชที่เอื้อมมาโอบเอวเธอไว้แน่นขึ้น แรงกดที่เอวไม่ได้สื่อถึงความอ่อนโยน หากแต่เป็นการเตือนสติและควบคุมไม่ให้เธอขยับตัวแม้แต่น้อย ปลายนิ้วของเขาเย็นเฉียบแต่มือของเขากลับมั่นคงจนน่าประหลาดใจ ท่ามกลางความหวาดระแวงที่พุ่งสูงถึงขีดสุด ความใกล้ชิดนี้กลับปลุกเร้ากระแสความตึงเครียดอีกรูปแบบหนึ่งขึ้นมาในจิตใจของหญิงสาว—ความตึงเครียดที่เจือด้วยความหวาดกลัว ความปรารถนาอันดำมืด และแรงกระตุ้นดิบเถื่อนที่ไม่อาจปฏิเสธ
เสียงฝีเท้าของบุคคลปริศนาก้าวเข้ามาด้านใน เสียงกระแทกของรองเท้าหนังบนพื้นคอนกรีตดังสะท้อนก้อง ชายคนนั้นหยุดยืนอยู่ไม่ไกลจากที่ซ่อนของพวกเขานัก กลิ่นฉุนของบุหรี่ราคาถูกลอยคละคลุ้งปะปนกับอากาศอับชื้น รินรดากลั้นหายใจแน่น สมองของเธอกำลังประมวลผลอย่างรวดเร็วถึงความเป็นไปได้ทั้งหมด หากพวกเขาถูกจับได้ที่นี่ หลักฐานเกี่ยวกับการทดลองลับในสถาบันวิจัยที่เธอตามหาจะมลายหายไป และชีวิตของพวกเขาอาจจบลงในห้องใต้ดินมืดๆ แห่งนี้
ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้น ธีร์ธัชโน้มใบหน้าลงมาอีกนิด ริมฝีปากของเขาเฉียดผ่านแก้มเนียนของเธออย่างจงใจ ความอุ่นร้อนที่แนบชิดทำให้รินรดาสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะความกลัวจากบุคคลภายนอก แต่เป็นเพราะความอวดดีและเยือกเย็นของชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้า เธอนึกอยากจะฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าหล่อเหลานั้นนักโทษฐานที่ฉวยโอกาสในสถานการณ์คับขันเช่นนี้
แต่ก่อนที่เธอจะได้ทันขยับตัว ธีร์ธัชก็ขยับริมฝีปากกระซิบคำพูดที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงทันที
"ถ้าไม่อยากตายอยู่ที่นี่... ก็จงเชื่อใจฉัน"
สิ้นคำพูดนั้น ร่างสูงก็ขยับตัวออกห่างจากบังเกอร์เหล็กเล็กน้อย เสียงฝีเท้าด้านนอกชะงักกึก ลำแสงไฟฉายหันขวับมายังทิศทางที่พวกเขาอยู่ รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ระหว่างความเป็นและความตาย ธีร์ธัชกลับเลือกที่จะก้าวออกไปเผชิญหน้ากับแสงไฟนั้นด้วยตัวเอง เพื่อดึงความสนใจทั้งหมดไปจากจุดที่เธอยังคงซ่อนตัวอยู่
"ใครน่ะ!" เสียงห้าวทุ้มตะโกนถามพร้อมกับเสียงโลหะกระทบกันดังขึ้น คล้ายกับอาวุธถูกชักออกจากฝัก
รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธเกรี้ยว ความแค้นเคือง และความหวาดกลัวตีรวนกันอยู่ในอก เธอมองผ่านช่องว่างของชั้นวางของ เห็นแผ่นหลังกว้างของธีร์ธัชยืนตระหง่านอยู่ใต้แสงไฟฉายสีขาวโพลน เขายกมือขึ้นเล็กน้อยเพื่อแสดงตัว ไม่มีความหวาดกลัวปรากฏบนใบหน้านั้น มีเพียงรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไว้ด้วยความท้าทาย
"คิดไม่ถึงเลยนะคะว่า รัตนพล จะยังมีความกล้าพอที่จะโผล่หัวออกมาเหยียบที่นี่อีก" น้ำเสียงของธีร์ธัชราบเรียบ เย็นชา และทรงพลังพอที่จะทำให้ชายปริศนาชะงักไปชั่วขณะ
ชื่อ "รัตนพล" ทำให้รินรดานัยน์ตาเบิกโพลง ชายคนนี้คืออดีตหัวหน้าฝ่ายความปลอดภัยของสถาบันวิจัยที่หายตัวไปพร้อมกับแฟ้มคดีลับเมื่อห้าปีก่อน—คดีเดียวกับที่พรากครอบครัวของเธอไป!
ความแค้นที่ฝังรากลึกในใจมานานนับปีปะทุขึ้นราวกับลาวาใต้พื้นพิภพ รินรดาไม่สนคำเตือนหรือแผนการใดๆ อีกต่อไป เธอก้าวพรวดพรูออกมาจากที่ซ่อน ดวงตาคู่วามุ่งมั่นและเต็มไปด้วยเพลิงโทสะจ้องมองไปยังร่างของชายวัยกลางคนที่มีรอยแผลเป็นน่าเกลียดที่ข้างแก้ม รัตนพลหันขวับมาตามเสียงฝีเท้า พร้อมกับกระบอกปืนสั้นในมือที่ยกเล็งตรงมายังรินรดาในเสี้ยววินาที!
"ระวัง!"
ธีร์ธัชพุ่งเข้าใส่รินรดาด้วยความเร็วที่เหนือกว่าการคาดการณ์ แรงกระแทกทำให้ร่างทั้งสองล้มกลิ้งไปกระแทกกับกองลังกระดาษเก่าๆ ที่มุมห้อง เสียงปืนดังสนั่นก้องกังวานในห้องใต้ดินแคบๆ กระสุนเจาะทะลุผนังปูนเกิดประกายไฟวับวับ
ความโกลาหลชั่วขณะจบลงด้วยความเงียบงันที่น่ากลัว รินรดานอนทับอยู่ใต้ร่างของธีร์ธัช ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้น ร่างกายแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากความตึงเครียด สายตาของเธอมองสบเข้ากับดวงตาคมปลาบของศัลยแพทย์หนุ่มที่อยู่เหนือร่างเธอ แววตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้มีความเยือกเย็นชาหรือท่าทีเหนือกว่าหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความระอุร้อนที่สะท้อนความรู้สึกอันซับซ้อนที่เก็บงำไว้
เสียงฝีเท้าด้านนอกเริ่มถอยห่างออกไป พร้อมกับเสียงสบถอย่างหัวเสียก่อนที่เสียงประตูปิดกระแทกจะดังตามมา รัตนพลหลบหนีไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นดินปืนและหยดเลือดหยดเล็กๆ ที่ซึมออกมาจากหัวไหล่ข้างซ้ายของธีร์ธัช
รินรดารู้สึกได้ถึงความอุ่นชื้นของเลือดที่ซึมผ่านเสื้อผ้าของเขาลงมาสัมผัสผิวของเธอ ความตกใจทำให้เธอรีบยันตัวขึ้น แต่ธีร์ธัชกลับไม่ยอมปล่อยมือ มือหนาข้างหนึ่งรวบเอวเธอไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างประคองท้ายทอยของเธอไว้ ดวงตาคมก้มลงมองริมฝีปากที่สั่นเทาของเธอด้วยประกายตาดุดันและเว้าวอนในเวลาเดียวกัน
"คุณบ้าไปแล้วหรือไง ทนายรินรดา!" เสียงกระซิบของเขาแหบพร่าและสั่นเล็กน้อย "คุณเกือบเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่..."
"ปล่อยฉันค่ะ..." รินรดาเอ่ยเสียงเบาหวิว มือบางพยายามดันแผงอกเขาออก แต่แรงปะทะกลับน้อยนิดเหลือเกินเมื่อเทียบกับแรงดึงดูดประหลาดที่ดึงรั้งเธอไว้ "คุณทำแบบนี้ทำไม... ทำไมต้องเอาตัวมาบังฉัน ทำไมต้องเข้ามาพัวพันกับเรื่องบ้าๆ นี่ตั้งแต่แรกด้วย!"
ธีร์ธัชไม่ตอบคำถาม เขากลับโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนริมฝีปากของเธอ ความโกรธ ความแค้น ความกลัว และความโหยหาที่ถูกกดทับไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเป็นมืออาชีพพังทลายลงในพริบตา
"เพราะว่า... ฉันยอมให้ใครพรากคุณไปไม่ได้ทั้งนั้น"
สิ้นคำพูดนั้น ริมฝีปากอุ่นร้อนก็ทาบทับลงมาปิดเรียวปากของรินรดาอย่างหนักหน่วงและเด็ดขาด มันไม่ใช่จูบแห่งความอ่อนโยน แต่เป็นจูบที่แฝงไปด้วยความรelentless ความแค้นเคืองต่อโชคชะตา และความโหยหาอันลึกซึ้งที่ต่างฝ่ายต่างเก็บงำไว้ใต้ความลับ
รินรดาสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ สมองของเธอขาวโพลน มือที่เคยผลักไสค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำเสื้อคลุมของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกเจ็บปวดจากการสูญเสียและความอ้างว้างที่กัดกินหัวใจมาหลายปีถูกปลุกเร้าผ่านสัมผัสอันเร่าร้อนและดุดันนี้ รสชาติของความแค้นผสมปนเปไปกับความหอมหวานที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับจากศัตรูทางคดีคนนี้
เมื่อริมฝีปากของเขาผละออกเล็กน้อยเพื่อให้เธอบริหารลมหายใจ รินรดาก็หอบหายใจหนักหน่วง ดวงตากลมโตมองสบเขาด้วยความสับสนระคนลุ่มหลง แต่ก่อนที่เธอจะได้ทันเอ่ยคำใดออกมา ธีร์ธัชก็ก้มกระซิบชิดริมฝีปากเธออีกครั้งด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่แฝงความลับสะเทือนขวัญ
"และที่สำคัญ... กระสุนนัดนั้นไม่ได้เฉียดไหล่ผมเฉยๆ หรอกนะทนายรินรดา" เขายิ้มหยันทั้งที่ใบหน้าซีดเผือด "ดูที่พื้นข้างตัวคุณสิครับ... สิ่งที่คุณตามหามาตลอดห้าปี มันเพิ่งถูกทิ้งไว้ตรงนั้น"
รินรดากลั้นหายใจ ก้มสายตาลงมองตามปลายนิ้วที่ชี้ไปยังเงาืดมืดบนพื้นคอนกรีต ใกล้กับกองเลือดหยดนั้น มีแฟ้มหนังสีดำเก่าคร่ำครึตกอยู่ พร้อมกับตราประทับลับของสถาบันวิจัยที่มุมซอง ซึ่งระบุชื่อของ "ผู้ร่วมสมรู้ร่วมคิด" คนสุดท้ายที่เธอไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เห็นชื่อนี้...
— เป็นชื่อของคนที่เธอไว้วางใจที่สุดในสำนักงานทนายความของเธอนั่นเอง!
***
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันมืดมิดนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ — เงาจันทราลี้ลับ
ขอถอนตัวจากคดีของคนใจร้าย•ตอนที่ 18
แรงปรารถนาใต้ความกลัว
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอถอนตัวจากคดีของคนใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!