กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษเก่าและสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก รินรดารู้สึกถึงความเย็นเฉียบของพื้นปูนที่แนบอยู่กับแก้มขวา สติของเธอกลับคืนมาพร้อมกับอาการปวดแปลบที่ต้นแขน รอยนิ้วมือสีแดงช้ำประทับเด่นชัดบนผิวเนื้อขาวราศีนั่นคือหลักฐานหยาดหยดสุดท้ายของแรงกระชากเมื่อครู่ ความมืดมิดรอบกายถูกขับไล่ด้วยแสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟนีออนกระพริบติดๆ ดับๆ ที่ห้อยโยงอยู่บนเพดานห้องใต้ดินอันเปล่าเปลี่ยว
"ตื่นแล้วหรือครับ... อ๊ะ ขออภัย ฉันเผลอใช้สรรพนามบุรุษที่สามแบบคุ้นชิน"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูดังขึ้นจากมุมมืด ร่างสูงของนายแพทย์ธีร์ธัชก้าวออกมาจากเงาสลัว มือข้างหนึ่งของเขากำลังปลดกระดุมเสื้อกาวน์สีขาวออก เผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทด้านในที่ช่วยขับเน้นบรรยากาศอันตรายรอบตัวเขาให้เด่นชัดขึ้น ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะคู่นั้นไม่ได้ฉายแววตกใจเลยสักนิด ราวกับเขารู้อยู่แล้วว่าเธอจะต้องฟื้นขึ้นมา ณ จุดนี้
รินรดากัดฟันยันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก สายตาคมกริบของทนายความสาวจ้องมองเขาเขม็ง เธอไม่ยอมปล่อยให้ความหวาดกลัวแสดงออกมาทางสีหน้าแม้แต่น้อย แม้หัวใจจะเต้นระรัวราวกับกลองศึกก็ตาม
"คุณพาฉันมาที่นี่ทำไม, ธีร์ธัช" น้ำเสียงของเธอแหบพร่าแต่เต็มไปด้วยแรงกดดัน "การลักพาตัวพยานในคดีฆาตกรรม... ดูจะไม่ใช่จรรยาบรรณที่แพทย์ผู้ทรงเกียรติเขาทำกันนะคะ"
ธีร์ธัชหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มต่ำและเย็นเยียบจนน่าขนลุก เขาก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนกระทั่งหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ใกล้เสียจนรินรดาสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวเขา ทว่ามันกลับให้ความรู้สึกเหมือนยืนอยู่ปากเหวมากกว่าความปลอดภัย
"ลักพาตัว? ช่างเป็นคำพูดที่รุนแรงเกินจริงไปหน่อยนะ, รินรดา" ศัลยแพทย์หนุ่มโน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาของเขาสำรวจร่องรอยความตกใจบนใบหน้าเธออย่างพึงพอใจ "ฉันแค่... พาคุณมาหลบความวุ่นวาย และที่สำคัญที่สุด... พามาดูความจริงที่คุณพยายามวิ่งหนีมาตลอดชีวิตต่างหาก"
"ความจริงอะไรของคุณ?" เธอสวนกลับทันควัน ดวงตาสองคู่ประสานกันในความสลัว ราวกับเสือสองตัวที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อในอาณาเขตเดียวกัน "ฉันไม่ได้วิ่งหนีอะไรทั้งนั้น ฉันกำลังตามหาความยุติธรรมให้เหยื่อ... ซึ่งหนึ่งในนั้นอาจรวมถึงคนที่คุณกำลังปกป้องอยู่ด้วย!"
ธีร์ธัชเงียบไปชั่วขณะ รอยยิ้มมุมปากของเขาจางหายลง กลายเป็นความนิ่งเรียบที่อ่านไม่ออก เขาหันหลังให้เธอก่อนจะเดินไปหยิบกล่องไม้สีมะฮอกกานีเก่าคร่ำครึที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานไม้สักตัวใหญ่กลางห้องใต้ดินนั้น ตัวกล่องเต็มไปด้วยฝุ่นหนาเตอะ บ่งบอกว่ามันถูกปิดตายมานานนับทศวรรษ
"ความยุติธรรม..." ธีร์ธัชทวนคำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันเล็กน้อย "บางครั้ง... สิ่งที่คุณเรียกว่าความยุติธรรม มันก็เป็นเพียงแค่ภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อกลบเกลื่อนความเน่าเฟะของคนรุ่นก่อนเท่านั้นแหละ เปิดดูสิ... แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมฉันถึงบอกว่า เราต่างก็ติดอยู่ในกรงเดียวกัน"
เขาเลื่อนกล่องไม้ใบนั้นมาหยุดตรงหน้าเธอ รินรดามองกล่องใบนั้นด้วยความลังเล ความรู้สึกระแวงตีรวนขึ้นมาในอก แต่มือเรียวบางของเธอกลับสั่นเทาด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่มากกว่า เหตุผลทางกฎหมายทั้งหมดร่ำร้องให้ถอยห่าง แต่สัญชาตญาณดิบกลับสั่งให้เธอเอื้อมมือไปเปิดฝากล่องออก
แอ๊ด... เสียงไม้เก่าเสียดสีกันดังสนั่นในความเงียบ
ภายในกล่องไม่มีระเบิด ไม่มีเอกสารทางราชการลับสุดยอดอย่างที่เธอจดจ้องไว้ มีเพียงรูปถ่ายขาวดำเก่าๆ ปึกหนึ่ง และสมุดบันทึกปกหนังสีน้ำตาลเข้มที่มุมปกเปื่อยยุรหน
รินรดากลั้นหายใจ นิ้วเรียวยื่นไปหยิบภาพถ่ายใบบนสุดขึ้นมาดู ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย ลมหายใจของเธอสะดุดกักค้างไว้ในลำคอ ราวกับถูกกระชากวิญญาณออกจากร่าง
ในภาพนั้น... คือภาพถ่ายครอบครัวขนาดใหญ่หน้าคฤหาสน์หลังหนึ่ง บุคคลในภาพแต่งกายด้วยชุดย้อนยุคสไตล์ผู้ดีเก่า ผู้ชายวัยกลางคนคนหนึ่งโอบกอดภรรยาไว้อย่างอบอุ่น ข้างๆ กันคือเด็กหญิงตัวเล็กๆ สองคนที่มีรอยยิ้มสดใสไร้เดียงสา... และหนึ่งในเด็กหญิงสองคนนั้น มีใบหน้าถอดแบบมาจากรินรดาไม่มีผิดเพี้ยน
แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เลือดในกายของเธอเย็นเฉียบจนแข็งค้าง
ข้างกายของผู้ชายคนนั้น... มีชายอีกคนยืนอยู่ ชายผู้มีใบหน้าคมคาย ดวงตาคู่นั้น... ดวงตาคู่เดียวกับที่เธอกำลังจ้องมองอยู่เมื่อครู่ในความสลัว
รินรดาหันขวับไปมองหน้าธีร์ธัชทันที มือที่ถือภาพถ่ายสั่นระริกจนกระดาษเกือบหลุดร่วง
"นี่มัน... หมายความว่ายังไง?" เสียงของเธอสั่นเครืออย่างที่เธอไม่เคยเป็นมาก่อน "พ่อของคุณ... กับพ่อของฉัน... ทำไมพวกท่านถึง..."
ธีร์ธัชไม่ได้ตอบในทันที เขาเอื้อมมือมาหยิบภาพถ่ายอีกใบขึ้นมาพลิกให้เ능เห็นด้านหลัง ลายมือหวัดๆ ด้วยหมึกปากกาซึมสีน้ำเงินเข้มเขียนระบุวันที่ไว้เมื่อยี่สิบปีก่อน วันที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ปริศนาที่พรากครอบครัวของเธอไป และเป็นวันเดียวกันกับที่สถาบันวิจัยของตระกูลธีร์ธัชเริ่มต้นโครงการทดลองต้องห้าม
"เพราะความผิดพลาดของพวกท่านในอดีต ทำให้เราต้องมานั่งชดใช้ในปัจจุบัน" ธีร์ธัชกระซิบข้างหูเธอ น้ำเสียงของเขานุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "และคดีที่คุณกำลังทำอยู่... มันไม่ใช่แค่การฆาตกรรมธรรมดา รินรดา แต่มมันคือการล้างบางคนที่มีสายเลือดเดียวกับเรา"
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันเอ่ยปากซักถามอะไรเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นก้องกังวานจากบันไดเบื้องบน ราวกับมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญกำลังเดินตรงดิ่งมายังห้องใต้ดินแห่งนี้อย่างเร่งรีบ!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปในความมืดมิดกับงานเขียนชิ้นนี้ด้วยกันนะคะ
ขอถอนตัวจากคดีของคนใจร้าย•ตอนที่ 17
เบาะแสจากอดีต
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอถอนตัวจากคดีของคนใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!