เสียงปิดล็อกกลอนประตูกระจกนิรภัยภายในห้องทำงานส่วนตัวของรินรดา ดังขึ้นราวกับเสียงกิโยตินที่ตัดขาดโลกภายนอกออกไปอย่างสิ้นเชิง
เอกสารบนโต๊ะทำงานไม่ได้กระจัดกระจาย แต่มันถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบจนน่าอึดอัด เช่นเดียวกับบรรยากาศรอบตัวที่ถูกบีบอัดให้แคบลงด้วยรัศมีของความกดดันจากชายหนุ่มผู้ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม
"คุณกำลังเล่นกับไฟ, คุณหมอ" รินรดาเอ่ยขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากแฟ้มคดีสีน้ำตาลตรงหน้า น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ เย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งบนยอดสน แต่ปลายนิ้วที่กำลังกดทับมุมกระดาษกลับขาวซีดด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกสะกดกลั้นไว้
นพ.ธีร์ธัช ไม่ได้สะทกสะท้านต่อคำเตือนนั้น เขาสกาวรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก—รอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของศัลยแพทย์ผู้ถือชีวิตคนไว้ใต้คมมีด รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษแต่กลับเย้ายวนใจให้อยากเข้าใกล้ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานจนพื้นที่ส่วนตัวถูกรุกล้ำ เขาวางปลายนิ้วเรียวยาวลงบนแฟ้มคดีลับฉบับเดียวกันกับที่เธอถืออยู่ แรงกดจากปลายนิ้วของเขาทำให้กระดาษแผ่นนั้นยับยู่เล็กน้อย
"ไฟจะเผาเราทั้งคู่ หรือมันจะส่องทางให้เรามองเห็นความจริง... ขึ้นอยู่กับว่าคุณเลือกจะมองมันอย่างไรต่างหากครับ... เอ๊ย... ดิฉันหมายถึง คุณเลือกมองมันอย่างไรคะ, คุณทนาย" ธีร์ธัชจงใจแก้คำพูดพร้อมกับหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างนึกสนุกที่ได้เห็นรินรดาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจ
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาคู่คมกริบไร้ความหวาดกลัว มีเพียงประกายความดื้อรั้นและร่องรอยความเจ็บปวดจากอดีตที่ซ่อนอยู่ลึกก้นบึ้ง "ความจริงที่คุณว่า มันคือความจริงที่ถูกฟอกขาวด้วยเงินบริจาคของสถาบันวิจัย หรือเป็นความจริงที่ต้องแลกด้วยชีวิตของคนไข้ที่นอนตายอยู่บนเตียงผ่าตัดของคุณกันแน่คะ"
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เสียงเครื่องปรับอากาศทำงานแข่งกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอกของหญิงสาว ธีร์ธัชโน้มตัวลงมา ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นอายเฉพาะตัว—กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับความเยือกเย็นของบุรุษผู้กุมความลับ—ลอยอบอวลอยู่รอบตัวเธอ
"คุณฉลาดเกินไป รินรดา" เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาข้างริมหีบปากของเธอ "และเพราะความฉลาดของคุณนี่แหละ ที่ทำให้คุณกำลังเดินเข้าสู่เขตอันตรายโดยไม่รู้ตัว คดีนี้ไม่ได้มีแค่ฉันกับคุณ สถาบันวิจัยแห่งนั้น... มีอำนาจมากกว่าที่คุณจะจินตนาการได้ หากคุณยังดึงดันจะเปิดโปงเอกสารชุดนี้ด้วยวิธีตรงไปตรงมา พรุ่งนี้เช้าคุณอาจจะไม่ตื่นขึ้นมาพบแสงตะวันอีกเลยก็ได้"
"คุณกำลังขู่ฉัน?" รินรดาแค่น The laugh ออกมาเบาๆ แววตาวาวโรจน์ "ฉันสูญเสียครอบครัวไปเพราะระบบเน่าๆ แบบนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว ชีวิตของฉัน... ไม่มีอะไรให้ต้องสูญเสียอีก"
"แต่ฉันมี" ธีร์ธัชสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังจนน่ากลัว ดวงตาคู่สีเข้มมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ราวกับต้องการอ่านทะลุเข้าไปถึงจิตวิญญาณ "ฉันยังมีสิ่งที่ต้องปกป้อง และนั่นคือเหตุผลที่เราสองคนต้องมานั่งคุยกันในห้องนี้ในยามวิกาล"
รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะ เธอจ้องมองชายหนุ่มผู้มีสถานะทั้งเป็นคู่คิดและศัตรูในคราวเดียวกัน "ข้อเสนอของคุณคืออะไร"
ธีร์ธัชถอยหลังกลับไปยืนในระยะที่เหมาะสม เขายืดตัวตรงอย่างสง่างาม ก่อนจะหยิบซองเอกสารสีขาวอีกซองหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ท แล้ววางมันลงบนโต๊ะ เลื่อนเข้ามาหาเธออย่างนุ่มนวล
"ข้อตกลงลับ" ธีร์ธัชเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด "คุณหยุดตามหาพยานปากเอกที่หายตัวไป และเลิกยุ่งเกี่ยวกับงบประมาณลับของสถาบันวิจัยในส่วนที่เชื่อมโยงกับมูลนิธิของฉัน... แลกกับการที่ฉันจะมอบหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะช่วยให้คุณชนะคดีใหญ่ที่คุณกำลังทำอยู่ และ..." เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง "...ฉันจะช่วยดึงชื่อของคุณออกจากบัญชีดำของผู้มีอำนาจกลุ่มนั้น ให้คุณรอดพ้นจากการถูกเก็บกวาดอย่างเงียบเชียบ"
รินรดากวาดสายตามองซองเอกสารสีขาวสลับกับใบหน้าของศัลยแพทย์หนุ่ม สมองอันปราดเปรื่องของทนายความสาวประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว นี่คือการทำสัญญากับซาตาน ชัดเจนและตรงไปตรงมา การรับข้อเสนอนี้หมายถึงการทรยศต่ออุดมการณ์ที่เธอถือ ษา แต่มันก็หมายถึงการรักษาชีวิตรอดเพื่อไปสู้ต่อในวันข้างหน้า
"ถ้าฉันปฏิเสธล่ะ?" เธอลองเชิง
"คุณจะไม่มีโอกาสได้เดินออกจากตึกนี้ในฐานะทนายความ" ธีร์ธัชตอบเสียงเรียบ แต่แววตาจริงจังไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย "และเอกสารทุกแผ่นที่คุณสะสมมาตลอดสามเดือนจะกลายเป็นเศษกระดาษที่ไร้ความหมาย พร้อมกับชื่อของคุณที่จะถูกลบเลือนไปจากสารบบ"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด รสชาติเค็มปร่าของเลือดจางๆ กระตุ้นสัญชาตญาณการเอาตัวรอด มือเรียวเอื้อมไปแตะซองเอกสารสีขาวบนโต๊ะสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของกระดาษ
เธอกำลังก้าวขาลงสู่ห้วงเหวแห่งความเทาที่ไม่มีวันหวนกลับ
"ตกลงค่ะ" รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่แววตาของทนายความผู้ผดุงความยุติธรรมอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นแววตาของนักล่าที่ยอมจำนนต่อเหยื่อเพื่อรอเวลาขย้ำ "ฉันรับข้อเสนอของคุณ... แต่จำไว้ นพ.ธีร์ธัช ถ้าคุณตลบหลังฉันแม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะลากคุณลงนรกไปกับฉันด้วย"
ธีร์ธัชหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างพึงพอใจ เขายื่นมือออกไปหวังจะจับมือเพื่อทำข้อตกลง
ทว่า ในวินาทีที่ปลายนิ้วของทั้งคู่กำลังจะสัมผัสกัน เสียงเคาะประตูกระจกสามครั้งอย่างหนักแน่นและไร้พิธีรีตองก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูจากภายนอก ทั้งๆ ที่ระบบล็อกอิเล็กทรอนิกส์ถูกเปิดใช้งานอยู่!
รินรดาสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองหน้าประตูกระจกฝ้าด้วยความตกใจ ขณะที่ธีร์ธัชชักมือกลับอย่างรวดเร็ว แววตาสุขุมเยือกเย็นแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกชั่วขณะเมื่อไฟในห้องทำงานกะพริบไหวสองครั้งก่อนจะดับวูบลงเหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีแดงสลัว
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่กำลังเร่งรีบตรงมาหยุดอยู่ที่หน้าห้อง... และประตูกระจกบานนั้นก็ถูกผลักเปิดออกโดยบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะอยู่ที่นี่ในยามวิกาล!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนเงาจันทราลี้ลับเสมมานะคะ
ขอถอนตัวจากคดีของคนใจร้าย•ตอนที่ 13
ความลับในแฟ้มคดีลับ
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอถอนตัวจากคดีของคนใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!