คมมีดเย็นเฉียบปาดผ่านอากาศ เกิดเสียงหวีดหวิวสั้นๆ ก่อนจะปักลงบนกรอบประตูกระจกที่เพิ่งถูกเปิดออก รินรดาชะงักค้าง แผ่นหลังของเธอแนบชิดกับโต๊ะทำงานไม้โอ๊ค หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกทรวงอก
“อย่าขยับ”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูแต่เปี่ยมไปด้วยอำนาจการสั่งการดังขึ้นจากเงามืดด้านหลัง ธีร์ธัชก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าที่มั่นคงเหมือนนายพรานที่กำลังคุมเกม เขาไม่ได้มาตัวเปล่า ในมือถืออุปกรณ์การแพทย์บางอย่างที่ดูประหนึ่งอาวุธสังหารมากกว่าเครื่องมือช่วยชีวิต
ชายฉกรรจ์สองคนในชุดสูทสีดำสนิทที่ยืนอยู่ตรงประตูต่างชะงักงัน เมื่อเห็นว่าเหยื่อไม่ได้อยู่เพียงลำพัง ธีร์ธัชไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนก เขาเพียงแค่นิ่งเงียบ สายตาคมปลาบดุจใบมีดผ่าตัดกวาดมองผู้บุกรุกราวกับกำลังวิเคราะห์หาจุดอ่อนบนร่างกายของพวกมัน
“พวกคุณกำลังเสียเวลาของตัวเอง และที่สำคัญ... กำลังทำให้ผมเสียเวลาพักผ่อนอันมีค่า” ธีร์ธัชเอ่ยน้ำเสียงเรียบเรื่อย หากแต่กดดันจนน่าอึดอัด
หนึ่งในชายชุดดำพุ่งเข้ามาหาเขา ธีร์ธัชไม่ได้ถอยหนี เขากลับเคลื่อนตัวเข้าหาด้วยจังหวะที่แม่นยำอย่างเหลือเชื่อ มือหนึ่งปัดป้อง อีกมือหนึ่งกดจุดต้นคอของอีกฝ่ายด้วยแรงที่พอเหมาะให้สลบเหมือดในคราเดียว ส่วนคนถัดมา รินรดาเห็นเพียงเงาร่างที่วูบไหว ธีร์ธัชใช้สันมือกระแทกเข้าที่ขมับจนคู่ต่อสู้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นในเวลาไม่กี่วินาที
ความเงียบกลับคืนมาสู่ห้องทำงานอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของทนายสาวที่ยังคงอยู่ในภาวะช็อก
ธีร์ธัชเก็บอาวุธในมือลงกระเป๋าเสื้อกาวน์ เขาสาวเท้าเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องถอยหลังไปจนมุม กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อจางๆ ผสมกับกลิ่นอายความลึกลับเฉพาะตัวของเขาแผ่ซ่านเข้ามาในโสตประสาท
“คุณทนาย... ดูเหมือนคุณจะพาตัวเองมาอยู่ในจุดที่อันตรายกว่าที่ผมคาดไว้เยอะเลยนะคะ” เขายกมือขึ้นเช็ดคราบเลือดเล็กน้อยที่เปื้อนข้อมือ ดวงตาคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความลับที่เธอซ่อนไว้
“คุณมาทำอะไรที่นี่ ธีร์ธัช” รินรดาเค้นเสียงถาม พยายามรวบรวมสติให้มั่นคง “และทำไมคุณถึงรู้ว่าฉันกำลังถูกตามล่า”
“คนฉลาดมักจะถามในสิ่งที่ตัวเองรู้อยู่แล้วเสมอ” เขาขยับยิ้มที่มุมปาก—ยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “ผมแค่บังเอิญผ่านมาเห็น... หรือคุณคิดว่าโลกใบนี้มีความบังเอิญมากพอที่จะทำให้ศัลยแพทย์มือหนึ่งมาปรากฏตัวในเวลาตีสองครึ่งที่ห้องทำงานของทนายความที่กำลังจะถูกฆ่าปิดปาก?”
รินรดานิ่งงัน คำพูดของเขาไม่ใช่คำอธิบาย แต่มันคือคำขู่ที่เคลือบด้วยน้ำตาล
“หลักฐานที่คุณพยายามจะขุดคุ้ยเกี่ยวกับสถาบันวิจัยนั่น...” เขาเว้นจังหวะ ก้มลงไปเก็บเอกสารแผ่นหนึ่งที่ตกอยู่บนพื้น แผ่นกระดาษที่มีตราประทับลับสุดยอดของสถาบันที่รินรดากำลังตามหา “มันไม่ใช่แค่คดีฆาตกรรมธรรมดา แต่มันคือการเดิมพันด้วยลมหายใจของคนทั้งประเทศ รวมถึงลมหายใจของคุณด้วย รินรดา”
เขาขยับเข้าใกล้จนชิด กลิ่นกายของเขากดดันจนเธอต้องกั้นหายใจ “ถอยออกไป” เธอกล่าวเสียงแข็ง แม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะเพราะแรงดึงดูดบางอย่างที่ไม่ควรเกิดขึ้น
“ผมช่วยคุณไว้ครั้งหนึ่งแล้ว” ธีร์ธัชก้มลงมากระซิบข้างหู น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลอย่างประหลาด “และผมจะไม่ช่วยครั้งที่สองถ้าคุณยังดื้อดึงที่จะเดินไปสู่ความตายด้วยตัวเอง”
เขาวางเอกสารชิ้นสำคัญลงบนโต๊ะข้างๆ มือของเขาแตะผ่านปลายนิ้วของเธอเบาๆ มันเย็นเฉียบ แต่กลับทิ้งร่องรอยความร้อนรุ่มไว้ในใจอย่างบอกไม่ถูก ธีร์ธัชหันหลังเดินกลับไปทางประตู ทว่าก่อนจะก้าวออกไป เขาหยุดลงเล็กน้อย
“รอยเท้าในความมืดที่ตามคุณมาคืนนี้... ไม่ใช่ฝีมือของคนนอก แต่มันเป็นคนในองค์กรที่คุณกำลังพึ่งพาอยู่ต่างหาก”
รินรดาตัวชาไปทั้งร่าง คำพูดนั้นดั่งสายฟ้าฟาดเข้ากลางใจ หากคนที่เป็นหัวหน้าสำนักงานทนายความของเธอคือคนที่ส่งคนพวกนี้มา... แล้วใครกันที่เธอจะเชื่อใจได้อีก?
เขากำลังจะจากไป แต่เสียงหนึ่งที่ดังแทรกขึ้นมาจากความมืดหลังประตูทำให้ทั้งคู่ต้องหยุดชะงัก
*“หมอธีร์ธัช... คิดหรือว่าจะหนีพ้นความจริงที่ว่าคนในชุดดำพวกนี้ คือคนที่คุณเป็นคนส่งมาเองตั้งแต่ต้น?”*
ร่างในเงามืดค่อยๆ ก้าวออกมาจากมุมมืดของระเบียง รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยดี มันไม่ใช่คนอื่นไกล... แต่คือคนที่เธอไว้ใจที่สุดในชีวิตการทำงาน
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดนี้ไปกับเงาจันทราลี้ลับนะคะ
ขอถอนตัวจากคดีของคนใจร้าย•ตอนที่ 14
รอยเท้าในความมืด
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอถอนตัวจากคดีของคนใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!