กลิ่นอับชื้นของกระดาษคดีเก่าปะปนกับกลิ่นฝุ่นละอองที่ลอยเคว้งคว้างในแสงไฟนีออนสลัวยามดึก แฟ้มเอกสารคดีหมายเลข 089 วางอยู่ตรงหน้า เบื้องหลังกระจกใสบานใหญ่ของสำนักงานทนายความคือมหานครกรุงเทพที่ยังคงสว่างไสวด้วยแสงไฟจากตึกสูง ทว่าความโกลาหลข้างนอกกลับเทียบไม่ได้เลยกับความเงียบงันที่บีบคั้นหัวใจของรินรดาในวินาทีนี้
นิ้วเรียวภายใต้เสื้อสูทสีเข้มชะงักค้างอยู่เหนือกระดาษแผ่นสุดท้าย ข้อมูลการเบิกจ่ายงบประมาณของสถาบันวิจัยการแพทย์จันทราที่เธอเพิ่งคัดลอกมาเมื่อช่วงหัวค่ำ... บัดนี้ ตัวเลขและชื่อรหัสลับเหล่านั้นกำลังถูกหมึกสีดำป้ายทับจนอ่านไม่รู้เรื่อง รอยปากกาเมจิกที่ถูกขีดฆ่าอย่างไร้ความปรานีไม่ได้ทำลายแค่เอกสาร แต่มันคือคำเตือนที่ชัดเจนว่า "มีบางคน" กำลังเดินนำหน้าเธออยู่หนึ่งก้าวเสมอ
ประตูกระจกเลื่อนเปิดออกโดยไม่มีแม้แต่เสียงเอี๊ยดอาร์ด รินรดาไม่จำเป็นต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยซ้ำ เธอจำกลิ่นกายที่เจือจางด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อและกลิ่นหอมเย็นของโคโลญจน์ราคาแพงนั้นได้แม่นยำ
"ความอยากรู้อยากเห็นเป็นบาปที่ราคาแพงนะ คุณทนาย"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของนพ.ธีร์ธัชที่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงข้ามโต๊ะทำงานของเธอ แสงไฟด้านหลังขับให้เงาร่างของเขาทาบทับลงบนเอกสารสำคัญจนมืดมิด ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่นั้นกวาดมองสภาพโต๊ะทำงานที่กระจัดกระจายด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก
รินรดายังคงนั่งนิ่ง แผ่นหลังตั้งตรงดิ่งราวกับเสาเข็ม เธอลุกขึ้นช้าๆ เผชิญหน้ากับศัลยแพทย์หนุ่มผู้กุมความลับทั้งหมดของคดีนี้ด้วยแววตาที่ว่างเปล่าแต่เฉียบคม
"ถ้าความอยากรู้อยากเห็นของฉันมันทำให้ฆาตกรสะดุ้งได้ ฉันคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะจ่ายนะคะ คุณหมอ" รินรดาตอบเสียงเรียบ ลมหายใจของเธอสม่ำเสมอ แม้หัวใจจะเต้นระรัวด้วยความระแวง
ธีร์ธัชหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นต่ำทุ้มและแหบพร่า เขาโน้มตัวลงมาใช้มือข้างหนึ่งค้ำขอบโต๊ะ โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนรินรดาต้องเผลอกลั้นหายใจ ระยะห่างระหว่างพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากตัวของเขา
"คุณกำลังเล่นกับไฟ รินรดา" ธีร์ธัชกระซิบ เสียงของเขาพร่าเลือนแต่ทรงพลังราวกับสะกดจิต "เอกสารที่คุณพยายามขุดคุ้ย มันไม่ใช่แค่เรื่องทุจริตในองค์กร แต่มันคือ톱니바퀴 (ฟันเฟือง) ตัวหนึ่งที่ถ้าคุณไปขยับมัน... โครงสร้างทั้งหมดจะพังทลาย และคุณนั่นแหละที่จะถูกฝังอยู่ใต้ซากปรักหักพังนั้น"
"รวมถึงเรื่องการตายของครอบครัวฉันด้วยใช่ไหมคะ?"
คำถามนั้นพุ่งออกไปราวกับลูกศรอาบยาพิษ บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันที รินรดาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีดำสนิทของชายหนุ่ม เธอเห็นประกายไหววูบในนั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยหน้ากากแห่งความราบเรียบตามเคย
ธีร์ธัชถอนหายใจยาวนาน เขายืดตัวตรงขึ้นอย่างสง่างาม สายตาที่มองเธอมันผสมผสานระหว่างความเย้ยหยันและความปรารถนาลึกซึ้งที่ยากจะหยั่งถึง
"คุณฉลาดเกินไป รินรดา และนั่นคือสิ่งที่อันตรายที่สุด" เขาพูดพลางเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มคดีที่ถูกทำลายบนโต๊ะขึ้นมาพลิกดูผ่านๆ "คืนนี้... มีคนพยายามจะ 'เตือน' คุณแล้วใช่ไหมล่ะ?"
รินรดาขมวดคิ้วเล็กน้อย "คุณหมายความว่ายังไง?"
ก่อนที่ธีร์ธัชจะทันได้ตอบคำถาม เสียงสัญญาณเตือนภัยจากระบบรักษาความปลอดภัยของอาคารก็ดังสนั่นขึ้น กะทันหันจนรินรดาสะดุ้ง แสงไฟนีออนบนเพดานกระพริบถี่สามครั้งก่อนจะดับวูบลง เหลือเพียงแสงไฟฉุกเฉินสีส้มสลัวที่สาดส่องลงมาอาบไล้ใบหน้าของทั้งคู่ให้ดูราวกับภาพยนตร์ระทึกขวัญ
ความเงียบสงัดถูกแทนที่ด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่กำลังวิ่งขึ้นมาตามบันไดหนีไฟ... และมันไม่ได้มีแค่คนเดียว
ธีร์ธัชคว้าข้อมือเรียวของรินรดาไว้แน่น แรงบีบนั้นหนักหน่วงจนเธอต้องนิหน้า แต่ไม่มีเวลาให้โต้เถียง สายตาคมกริบของศัลยแพทย์หนุ่มฉายแววตื่นตัวอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
"ล็อคประตูกับหน้าต่างหมดแล้วใช่ไหม?" เขาถามเสียงต่ำ กระชับเสียงเข้มด้วยความเร่งรีบ
"ค่ะ แต่ระบบคีย์การ์ดถูกตัด..." รินรดายังพูดไม่ทันจบ ประตูกระจกบานใหญ่ด้านหน้าก็เกิดเสียงดังโครม! ราวกับถูกแรงกระแทกจากของแข็งบางอย่าง รอยร้าวเป็นสายใยแมงมุมกระจายตัวออกในพริบตา
ร่างสูงของธีร์ธัชไม่รอช้า เขาฉุดรั้งข้อมือเธอให้วิ่งลัดเลาะไปตามชั้นหนังสือสูงทึบเพื่อหลบมุมอับสายตา กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวของเขาลอยปะปนกับกลิ่นฝนที่โชยมาจากหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้ เสียงกระจกแตกกระจายดังเพล้งตามมาติดๆ พร้อมกับเงาดำสามร่างที่ก้าวล่วงเข้ามาในอาณาเขตของเธอ
รินรดากลั้นหายใจ แนบแผ่นหลังติดกับชั้นหนังสือเย็นเฉียบ มือข้างหนึ่งของธีร์ธัชโอบเอวเธอไว้แน่นเพื่อดึงให้แนบชิดกับผนัง ขณะที่มืออีกข้างเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์คับขัน ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาปัดป่าatต้นคอของเธอ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เธอกลัว
แสงไฟฉสาดส่องผ่านรอยแตกของกระจก เผยให้เห็นวัตถุในมือของผู้บุกรุก... ไม่ใช่แค่มีด แต่เป็นกระบอกปืนที่มีอุปกรณ์เก็บเสียงติดไว้
ติ๊ก... ติ๊ก... เสียงเข็มนาฬิกาบนผนังเดินราวกับจะเยาะเย้ยความตายที่คืบคลานเข้ามา
ในจังหวะที่เงาดำร่างหนึ่งกำลังก้าวเข้ามาใกล้ซอกหลืบที่พวกเขากำลังซ่อนตัวอยู่ ธีร์ธัชก้มลงกระซิบข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงของเขานุ่มนวลแต่นิ่งสนิทจนน่ากลัว ท่ามกลางความตึงเครียดที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย
"ถ้าเราอดรอดคืนนี้ไปได้... ฉันจะบอกทุกอย่างที่คุณอยากรู้เกี่ยวกับแฟ้มคดีนั้น... รวมถึงความจริงที่ว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนสั่งฆ่าครอบครัวของคุณ"
ดวงตาสีดำของเขาสบเข้ากับดวงตาของเธอในความมืดมิด ท่ามกลางเสียงฝีเท้าของผู้บุกรุกที่หยุดยืนอยู่ห่างจากพวกเขาเพียงแค่เอื้อมมือเดียว รินรดารู้สึกได้ทันทีว่าความลับที่ถูกปิดตายกำลังจะถูกเปิดออก... แต่รากเหง้าของความจริงนั้น อาจแลกมาด้วยลมหายใจของเธอเอง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งไปกับความมืดมิดและบาดแผลเหล่านี้ด้วยกันนะคะ — เงาจันทราลี้ลับ
ขอถอนตัวจากคดีของคนใจร้าย•ตอนที่ 9
ศัตรูในเงามืด
ผลงานโดย เงาจันทราลี้ลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงาจันทราลี้ลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอถอนตัวจากคดีของคนใจร้าย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!