สถาปนิกปากกล้ากับวิศวกรหน้านิ่งที่พยายามไม่หวั่นไหว•ตอนที่ 17

ธันวาออกโรง

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
แรงเหวี่ยงจากกลุ่มคนงานที่กรูเข้ามาประท้วงหน้าไซต์งานก่อสร้าง ทำให้แผ่นป้ายโครงการขนาดใหญ่สั่นสะเทือน เสียงตะโกนโวยวายผสมปนเปจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร พิมพ์ตะวันยันร่างตัวเองไว้กับเสาปูนโครงสร้าง ดวงตาคู่สวยฉายแววเด็ดเดี่ยวแม้ใบหน้าจะซีดเผือดลงจากเหตุการณ์ชุลมุนตรงหน้าที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน กระแสความโกลาหลพุ่งถึงขีดสุดเมื่อชายฉกรรจ์คนหนึ่งในกลุ่มผู้รับเหมาช่วง พุ่งตรงเข้ามาด้วยท่าทางคุกคาม มือหยาบกร้านปัดป้ายเอกสารแบบแปลนในมือของเธอจนปลิวว่อนกลางอากาศ "ถ้าพวกคุณยังไม่เคลียร์เรื่องงวดงานวันนี้ อย่าหวังว่าจะได้ขยับอะไรต่อ!" เสียงทุ้มต่ำที่แฝงความเกรี้ยวกราดตวาดลั่น พร้อมกับมือใหญ่ที่พุ่งเข้าคว้าข้อมือเรียวของพิมพ์ตะวันอย่างถือวิสาสะ พิมพ์ตะวันเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ ปากบางเม้มแน่นเตรียมตอกกลับด้วยวาจาคมคายตามสไตล์สถาปนิกสาวผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ความไร้เหตุผล แต่ทว่า... วินาทีที่ฝ่ามือหยาบนั้นกำลังจะแตะโดนตัวเธอนั่นเอง หมัดหนักแน่นราวกับคีมเหล็กพุ่งแหวกอากาศเข้ามาคว้าข้อมือของชายคนนั้นไว้ได้อย่างแม่นยำ แรงบีบที่ทรงพลังจนเกิดเสียงข้อต่อกระดูกลั่นกรอบ ทำให้ชายฉกรรจ์ต้องหันขวับกลับไปด้วยความเจ็บปวด "ปล่อย" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันออกมาทีละคำ น้ำเสียงราบเรียบไร้ระลอกคลื่นแต่กลับแผ่รังสีความเย็นยะเยือกจนรอบบริเวณเงียบกริบลงในทันที ธันวาก้าวเข้ามาขวางหน้าพิมพ์ตะวันไว้มิดชิด แผ่นหลังกว้างของวิศวกรหน้านิ่งทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังชั้นดี แววตาคมกริบที่มักจะนิ่งสงบราวกับผิวน้ำยามไร้ลม บัดนี้กลับลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความโกรธเกรี้ยวที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้มาดสุขุม "คุณ... วิศวกรธันวา มันเรื่องของพวกผมกับสถาปนิก..." ชายคนนั้นพยายามดึงข้อมือกลับแต่ไม่เป็นผล แรงกดดันจากฝ่ายตรงข้ามมีมากกว่าที่คาดคิด "เรื่องงาน... เคลียร์กับผม" ธันวาตัดบทด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ดวงตาคู่คมกวาดมองกลุ่มผู้ประท้วงรอบตัวด้วยความเยือกเย็นที่น่ากลัว "แต่ถ้าใครกล้าแตะต้องคนของผมแม้แต่ปลายนิ้ว... อย่าหาว่าผมไม่เตือน" คำว่า *'คนของผม'* หลุดออกมาจากปากผู้ชายที่ขึ้นชื่อเรื่องความไร้อารมณ์และเยชาชา ทำให้พิมพ์ตะวันถึงกับชะงัก หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างแรง เธอมองแผ่นหลังกว้างที่ยืนหยัดปกป้องเธอท่ามกลางสถานการณ์วิกฤต ความรู้สึกอุ่นวาย์แล่นริ้วขึ้นมากลางอกอย่างห้ามไม่อยู่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขากับเธอเพิ่งจะปะทะคารมกันเรื่องแบบโครงสร้างไปหมาดๆ บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดลงทันที ไม่มีใครกล้าสบตากับวิศวกรหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเฉียบขาดในการทำงานและความเด็ดเดี่ยวในยามวิกฤต แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวธันวาจนผู้ประท้วงเริ่มถอยร่นทีละก้าว ธันวาปรายตามองชายผู้ก่อเรื่องเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะออกแรงผลักอีกฝ่ายออกไปอย่างไม่ใยดี แล้วหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับสถาปนิกสาวที่ยืนนิ่งค้างอยู่ด้านหลัง ดวงตาสีนิลคู่คมสำรวจร่างบางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างรวดเร็วเพื่อความแน่ใจว่าเธอไม่ได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่หัวคิ้วหนาจะขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ามือเรียวของเธอยังคงสั่นเทาเล็กน้อยจากเหตุการณ์เมื่อครู่ "ยืนเหม่ออะไรอยู่ครับ" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แม้จะยังคงความห้วนตามนิสัยเดิม "สมองอัจฉริยะของสถาปนิกพิมพ์ตะวัน หายไปไหนหมดตอนที่เจอคนบุกรุกแบบเมื่อกี้" "ฉันไม่ได้เหม่อสักหน่อย... แล้วก็ไม่ได้ขอให้คุณมาช่วยด้วย" พิมพ์ตะวันเชิดหน้าขึ้นทันที แม้หัวใจจะเต้นรำไม่เป็นจังหวะ ปากบางยังคงรักษารูปแบบความปากแข็งไว้ได้เป็นอย่างดี "ฉันจัดการเองได้ค่ะ" "จัดการด้วยการยืนให้เขาจับมือเหรอครับ" ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาสื่อความหมายบางอย่างที่ทำให้คนฟังถึงกับพูดไม่ออก "ถ้าผมมาไม่ทัน คุณคงใช้ปากคมๆ ของคุณไล่เขาไปได้สินะครับ... เก่งจังนะครับ สถาปนิกปากกล้า" "คุณธันวา!" พิมพ์ตะวันถลึงตาใส่ รzสชาติความซาบซึ้งเมื่อครู่แทบจะมลายหายไปในพริบตาเมื่อเจอคำพูดกวนประสาทของวิศวกรหนุ่มคนนี้เข้า ธันวาไม่ตอบโต้ เพียงแค่ถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือหนาไปคว้าข้อมือบางที่ยังคงสลัดคราบความตกใจไม่หาย แล้วออกแรงดึงเบาๆ ให้เธอเดินตามออกมาจากความวุ่นวายโดยไม่เปิดโอกาสให้ได้โต้แย้ง แรงสัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงจากฝ่ามือของเขา ส่งผ่านความรู้สึกปลอดภัยมายังหัวใจของพิมพ์ตะวันอย่างประหลาด เธอทำได้เพียงก้าวเดินตามแผ่นหลังกว้างนั้นไปเงียบๆ ปล่อยให้ความเงียบทำหน้าที่แทนบทสนทนาท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่เริ่มคล้อยต่ำ รถยนต์คันหรูสีดำสนิทจอดนิ่งสนิทอยู่บริเวณลานจอดรถด้านนอก ไร้ซึ่งผู้คนพลุกพล่าน ธันวาเปิดประตูฝั่งข้างคนขับออกด้วยมือข้างหนึ่ง ขณะที่มืออีกข้างยังคงกุมข้อมือเธอไว้หลวมๆ "ขึ้นรถครับ" เขาเอ่ยสั้นๆ พลางผายมือให้เธอก้าวเข้าไปด้านใน พิมพ์ตะวันชะงักฝีเท้า ยืนนิ่งอยู่ข้างประตูรถ ดวงตากลมโตมองหน้าวิศวกรหนุ่มด้วยความสงสัยระคนระแวง "เดี๋ยวค่ะ นี่คุณจะพาฉันไปไหน ไซต์งานยังเคลียร์ไม่..." "เรื่องไซต์งานผมจัดการต่อเองได้" ธันวาพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ดวงตาคู่คมจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ "ส่วนคุณ... หน้าซีดจนจะกลายเป็นกระดาษอยู่แล้ว ขึ้นรถครับ... หรือจะให้ผมอุ้มขึ้นไปเอง" คำขู่หน้าตายมาพร้อมกับท่าทีขยับตัวเข้าประชิดอย่างรวดเร็ว ทำให้พิมพ์ตะวันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากรีบก้าวขึ้นไปนั่งบนเบาะที่นั่งข้างคนขับทันที ก่อนที่เขาจะทำตามคำพูดจริงๆ ธันวาปิดประตูรถลงเบาๆ ก่อนจะเดินอ้อมไปฝั่งคนขับ บรรยากาศภายในห้องโดยสารเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กลิ่นอายความเป็นตัวตนของเขายังคงอบอวลอยู่รอบตัว ทำให้หัวใจที่เคยเต้นรัวจากเหตุการณ์เมื่อครู่ เปลี่ยนจังหวะมาเต้นระส่ำด้วยสาเหตุอื่นแทน รถเคลื่อนตัวออกจากไซต์งานอย่างนิ่มนวล ธันวาขับรถไปข้างหน้าโดยไม่เอ่ยปากพูดอะไรออกมา ปล่อยให้ความเงียบปกคลุมอยู่ชั่วครู่ จนกระทั่งรถเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายหลักที่มุ่งหน้าไปยังย่านใจกลางเมือง "ขอบคุณค่ะ" เสียงหวานเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ พิมพ์ตะวันหันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนที่กำลังตั้งใจขับรถ มือเรียวประสานกันไว้ที่ตักอย่างประหม่า "เรื่องเมื่อกี้... ถ้าไม่ได้คุณ ฉันคงแย่เหมือนกัน" ธันวาเหลือบสายตามามองเธอนิดหนึ่ง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างยากที่จะคาดเดาความรู้สึก "รู้ตัวก็ดีครับ..." เขานิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปมองถนนเบื้องหน้า แล้วเอ่ยประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้หัวใจของสถาปนิกสาวกระตุกวูบไปถึงขั้วหัวใจ "...ทีหลังก็หัดระวังตัวให้มากกว่านี้ เพราะผมไม่อยู่ปกป้องคุณทุกครั้งหรอกนะครับ... พิมพ์ตะวัน" พิมพ์ตะวันเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าจนร้อนผ่าว เธออ้าปากจะเอ่ยปากเถียงกลับตามสัญชาตญาณ แต่ทว่า... จังหวะนั้นเอง ธันวา1ก็เหยียบเบรกกะทันหันเพราะสัญญาณไฟจราจรเบื้องหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดง พร้อมกับที่รถคันหรูจอดสนิทลงชิดขอบทางด้านซ้ายอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ในจังหวะที่รถหยุดนิ่งสนิทไร้แรงเหวี่ยง ธันวากลับหันขวับกลับมาหาเธออย่างรวดเร็ว ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว ดวงตาสีนิลคู่คมจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะค้นหาความลับบางอย่าง ลมหายใจอุ่นๆ ของคนตรงหน้าเป่ารด1ผิวแก้มจนสถาปนิกสาวถึงกับสมองขาวโพลน พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว มือหนาของวิศวกรหนุ่มเอื้อมมือมาปลดสายเข็มขัดนิรภัยให้เธอช้าๆ ใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้จนหัวใจเกือบหยุดเต้น และก่อนที่พิมพ์ตะวันจะได้ทันตั้งสติ ธันวาก็โน้มใบหน้ากระซิบชิดริมหูด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าที่สั่นสะท้อนความรู้สึกบางอย่างออกมาจนหมดเปลือก "และที่สำคัญที่สุด..." ธันวาหยุดเว้นจังหวะไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบฉายแววความจริงจังที่คนมองต้องใจสั่นระรัว "...เลิกทำตัวเป็นคนเก่งที่แบกทุกอย่างไว้คนเดียวสักที เพราะถ้าวันไหนผมไม่มีสิทธิ์ยืนข้างๆ คุณ... คุณจะรู้ไหมว่ามีคนเขาร้อนใจแทบตายแค่ไหน" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ดรากอนไรเดอร์" มาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากกล้ากับวิศวกรหน้านิ่งที่พยายามไม่หวั่นไหว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%