เสียงรองเท้าหนังราคาแพงที่กระทบพื้นคอนกรีตเปลือยเปล่าดัง "ก๊อก... ก๊อก..." เป็นจังหวะ ราวกับเสียงนาฬิกามรณะที่กำลังนับถอยหลังลมหายใจของโครงการ "เดอะ เฮอริเทจ" ตึกประวัติศาสตร์ที่พิมพ์ตะวันทุ่มเทแรงกายแรงใจออกแบบและควบคุมการรีโนเวทมานานร่วมปี
กลิ่นอับชื้นของปูนเก่าและฝุ่นผงจากการก่อสร้างในยามค่ำคืน ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นน้ำหอมราคาแพงระยับที่ลอยมาปะทะนาสิกทันทีที่กลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีกรมท่าเข้มก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของคนทั้งคู่ ผู้นำกลุ่มเป็นชายวัยกลางคน ร่างท้วม ใบหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก แต่ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวที่จ้องจะขย้ำเหยื่อ นามบัตรสีทองอร่ามที่ถูกยื่นออกมาอย่างไร้มารยาทระบุชื่อ "เสี่ยเกริกชัย" ผู้ทรงอิทธิพลท้องถิ่นที่ใครต่างก็รู้ดีว่าอยู่เบื้องหลังการกว้านซื้อที่ดินย่านนี้
"ตึกสวยดีนี่ครับ... เสียดายจัง ถ้าทุบทำลานจอดรถตึกคอมเพล็กซ์ของผม คงได้กำไรเป็นกอบเป็นกำมากกว่าปล่อยให้พวกคุณมานั่งฝันกลางวันแถวนี้"
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยการคุกคามอย่างโจ่งแจ้งดังขึ้น เสี่ยเกริกชัยกวาดสายตามองโครงสร้างเหล็กและคานคอนกรีตเก่าแก่ด้วยความดูแคลน ราวกับเห็นสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเศษขยะชิ้นหนึ่ง
พิมพ์ตะวันเม้มริมฝีปากแน่นจนแทบไร้สีเลือด มือเรียวที่กำแท่นวางแปลนพิมพ์เขียวสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความโกรธ เธอก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเพื่อบังเสาโครงสร้างหลักไว้ตามสัญชาตญาณของสถาปนิกผู้รักงานยิ่งกว่าชีวิต "คุณไม่มีสิทธิ์มาพูดจาแบบนี้นะคะ... เอ๊ย... นะครับ โครงการนี้มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ!" เกือบหลุดปากพูดสำนวนคุ้นชินออกไปเสียแล้ว ดีที่ไหวตัวทันและปรับน้ำเสียงให้แข็งกร้าวเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว
"กฎหมายเหรอครับคุณสถาปนิกคนสวย?" เสี่ยเกริกชัยหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและน่ารังเกียจ "กฎหมายน่ะ มันก็แค่กระดาษแผ่นเดียวที่พวกผมจะเขียนแก้เมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าตwนนี้ยังดึงดันจะสร้างต่อ... ผมรับรองว่าพรุ่งนี้เช้า คงไม่มีแม้แต่เสาหลักสักต้นให้พวกคุณยืนหายใจหรอกครับ"
บรรยากาศในไซต์งานอุณหภูมิดิ่งฮวบลงจนแทบติดลบ ความกดดันแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณจนแทบหายใจไม่ออก พิมพ์ตะวันหน้าถอดสี ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ความฝัน หยาดเหงื่อ และเวลาแรมปีที่เธอทุ่มเทลงไปกำลังจะถูกอำนาจมืดบดขยี้ให้แหลکสลายไปในพริบตาเดียวโดยที่เธอไม่สามารถปกป้องอะไรได้เลย
ทว่า... ท่ามกลางความสิ้นหวังที่กำลังกัดกินหัวใจของหญิงสาว ร่างสูงใหญ่ของวิศวกรหน้านิ่งที่ยืนเงียบมาตลอดกลับขยับตัว
ธันวาไม่ได้พูดอะไรสักคำ เขาเพียงแค่ก้าวขาออกมายืนเคียงข้างพิมพ์ตะวันอย่างมั่นคง ไหล่กว้างของเขาบังร่างบางไว้ครึ่งหนึ่งราวกับโล่กำบังอันแข็งแกร่ง มือหนาสอดเข้ากระเป๋าเสื้อกั๊กหน้าตาเฉย ดวงตาคมกราบกวาดมองเสี่ยเกริกชัยและบอดี้การ์ดร่างยักษ์ทั้งสี่คนด้วยแววตาที่เยือกเย็นชา ยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก
มันไม่ใช่สายตาของความหวาดกลัว... แต่มันคือสายตาของนักล่าที่กำลังมองสุนัขจรจัดเห่าหอน
"พูดจบหรือยังครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำ นิ่งสนิท และทรงพลังดังขึ้น ทำลายความเงียบงันทั้งหมด ธันวาปรายตามองนามบัตรสีทองในมือเสี่ยเกริกชัยด้วยหางตา ก่อนจะแค่น "ฮึ" ออกมาเบาๆ ในลำคอ "ถ้าพูดเรื่องกฎหมายไม่รู้เรื่อง งั้นผมคงต้องอธิบายด้วยภาษาทางวิศวกรรมให้คุณฟังแทน... เสาตึกต้นนี้รับน้ำหนักได้สามร้อยตันต่อตารางเมตร แต่ถ้าคุณกล้าเอารถแม็คโครเข้ามาเหยียบพื้นที่นี้แม้แต่ตารางนิ้วเดียว... ผมรับรองว่าโครงสร้างฐานรากทั้งหมดจะทรุดตัวลงมาฝังพวกคุณไว้ใต้ซากปรักหักพังนี้ โดยที่ทีมกู้ภัยไม่ต้องเสียเวลามาขุดหา"
เสี่ยเกริกชัยหน้าตึงขึ้นมาทันที รอยยิ้มเยาะหยันหายวับไปจากใบหน้า "แกขู่ฉันเหรอไอ้วิศวกรกระจอก!"
"ผมไม่ได้ขู่ครับ" ธันวาขยับตัวเข้าใกล้เสี่ยเกริกชัยอีกก้าวหนึ่ง ความสูงและออร่าที่กดดันทำให้ผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นถึงกับต้องผถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "ผมกำลังบอก 'ข้อเท็จจริง' ทางฟิสิกส์... อยากลองพิสูจน์ไหมล่ะครับ ว่าระหว่างตึกถล่มทับพวกคุณ กับคุกตารางยาวเหยียดที่ลูกน้องคุณจะต้องชดใช้... อันไหนจะเกิดขึ้นเร็วกว่ากัน"
หัวใจของพิมพ์ตะวันที่เต้นระรัวด้วยความหวกลัว ค่อยๆ สงบลงเมื่อได้ยินน้ำเสียงราบเรียบแต่เปี่ยมด้วยความมั่นใจของชายหนุ่ม เธอน้ำตาคลอเบ้า หันไปมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของธันวาที่ยังคงนิ่งสนิท ราวกับไม่มีสิ่งใดในโลกนี้สามารถสั่นคลอนเขาได้
ธันวายื่นมือข้างหนึ่งมาจับข้อมือเล็กของพิมพ์ตะวันที่กำลังกำแน่นไว้เบื้องหลัง สัมผัสอุ่นจัดจากฝ่ามือหนาส่งผ่านความอบอุ่นและความมั่นคงเข้ามาสู่ร่างกายที่สั่นเทาของเธอได้อย่างน่าประหลาด เขาบีบมือเธอเบาๆ เป็นเชิงบอกให้วางใจ ก่อนจะหันไปสบตากับเสี่ยเกริกชัยตรงๆ อย่างไม่เกรงกลัว
เสี่ยเกริกชัยขบกรามแน่นจนกล้ามเนื้อปูดโปน ชายวัยกลางคนส่งสัญญาณมือให้ลูกน้องถอยร่อน แต่ยังไม่วายทิ้งสายตาอาฆาตมาดร้ายไว้ "ฝากไว้ก่อนเถอะ... พวกแกได้เสียใจแน่!"
สิ้นเสียง ขบวนรถหรูของกลุ่มผู้มีอิทธิพลก็แล่นทะยานออกไปจากไซต์งาน ทิ้งไว้เพียงฝุ่นควันและความเงียบงันยามวิกาล
เมื่อมั่นใจว่าปลอดภัยแล้ว พิมพ์ตะวันก็ถอนหายใจยาวเหยียด ทรุดตัวลงนั่งยองๆ กับพื้นด้วยความโล่งอก ขาสองข้างอ่อนแรงจนแทบหมดเรี่ยวแรงจะยืนต่อ "ให้ตายเถอะ... นึกว่าจะไม่รอดเสียแล้ว" เธอบ่นพึมพำกับตัวเอง พยายามควบคุมเสียงสั่นๆ ของตนเองไม่ให้สั่นไหวไปมากกว่านี้
ธันวาย่อตัวลงตาม นั่งคุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นคอนกรีตฝุ่นเขรอะ เขาไม่ได้พูดคำปลอบโยนหวานเลี่ยนใดๆ ออกมาตามประสาคนปากแข็ง แต่กลับยื่นผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดสะอ้านส่งให้เธอ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุๆ เจือความเป็นห่วงที่พยายามซ่อนไว้
"เก่งนักนะ... ไหนบอกว่าจัดการเองได้ไง สั่นเป็นลูกนกตกน้ำแบบนี้เนี่ยนะสถาปนิกปากกล้า"
พิมพ์ตะวันเงยหน้าขึ้นมองค้อนวงหน้าคมคายที่กำลังส่งสายตาดุๆ มาให้ แม้ปากจะบ่นแต่เขาก็ยังยื่นผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดคราบเหงื่อที่ข้างขมับให้เธออย่างเบามือที่สุด ท่าทีขัดเขินแต่แฝงความใส่ใจนั้นทำให้หัวใจของเธอกระตุกวูบอย่างห้ามไม่ได้
"ก็ใครจะไปรู้ว่าตาแก่พุงพลุ้ยนั่นจะเล่นสกปรกถึงขั้นนี้..." เธอรับผ้าเช็ดหน้ามาถือไว้ หลบสายตาดุคู่นั้นด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นในอก "ขอบคุณ... นะครับ" เธอยอมเปลี่ยนคำลงท้ายตามที่เขาชอบแซว
ธันวานิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำพูดนั้น มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างหาได้ยากยิ่ง เขายื่นมือออกไปหมายจะแตะกลุ่มผมสลวยเพื่อปลอบประโลมสักครั้ง
ทว่า... ในวินาทีที่ปลายนิ้วของเขากำลังจะสัมผัสโดนเส้นผมของหญิงสาว
*กริ๊งงงงงงง!*
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของธันวาก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูจางๆ ลงอย่างไม่รู้กาลเทศะ วิศวกรหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดใจ ชักมือกลับอย่างรวดเร็ว ควักเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูก่อนจะกดรับสายด้วยใบหน้าเรียบตึง
"ว่าไง..."
เสียงปลายสายที่ดังลอดออกมาจากลำโพงไม่ได้ดังมากนัก แต่กลับชัดเจนพอที่จะทำให้ทั้งธันวาและพิมพ์ตะวันต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด
*(คุณธันวาครับ! รีบมาดูหน้างานด่วนเลยครับ! ตอนนี้... มีคำสั่งศาลติดประกาศอายัดพื้นที่โครงการฉุกเฉินแล้วครับ!)*
ธันวาชะงักค้าง ดวงตาคมกริบหันขวับกลับมามองหน้าพิมพ์ตะวันที่ซีดเผือดลงทันทีในเสี้ยววินาทีนั้น
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับ "ดรากอนไรเดอร์" ครับ
สถาปนิกปากกล้ากับวิศวกรหน้านิ่งที่พยายามไม่หวั่นไหว•ตอนที่ 16
การเผชิญหน้ากับศัตรู
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากกล้ากับวิศวกรหน้านิ่งที่พยายามไม่หวั่นไหว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!