"คุณธันวาคะ... เอ๊ย ไม่ใช่ ประโยคเมื่อกี้ผมไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ!"
เสียงอุทานตื่นตระหนกของเด็กฝึกงานแผนกบัญชีดังลั่นห้องพักผ่อนพนักงานชั้นสาม แต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของทุกคนในออฟฟิศ ไม่ใช่ความลนลานของเด็กใหม่คนนั้น หากเป็นร่างสูงโปรดักชันระดับนายแบบของวิศวกรโครงสร้างหน้านิ่ง ที่กำลังยืนถือแก้วกาแฟสีดำสนิทด้วยท่าทางนิ่งสนิท ทว่ารังสีความเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้รัศมีรอบตัวลดอุณหภูมิลงไปหลายองศา
ธันวาปรายตามองรุ่นน้องคนนั้นเพียงนิด นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้แสดงอารมณ์โกรธเคือง มีเพียงความเรียบเฉยที่ทรงพลังพอจะทำให้ทุกคนในห้องหุบปากฉับลงทันที
"ถ้างานออกแบบโครงสร้างส่วนต่อขยายชั้นสี่เสร็จไม่ทันบ่ายนี้ ผมเกรงว่าโปรเจกต์ของพวกคุณจะได้เลื่อนยาวไปปีหน้า... หวังว่าจะเคลียร์คิวทันนะครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบเอ่ยขึ้นเพียงเท่านั้น ก่อนที่เขาจะหมุนตัวเดินจากไปอย่างไม่ใส่ใจ ทิ้งให้บรรยากาศในห้องกลับมาระอุขึ้นทันทีที่ประตูปิดลง
"ให้ตายเถอะ... พ่อคุณรังสีอำมหิตแผ่ซ่านขนาดนั้น ใครจะไปกล้าเถียงล่ะวะ"
เสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นทันทีที่ร่างสูงลับตาไป ตามมาด้วยเสียงหัวคิกคักของพนักงานสาวฝ่ายการตลาดที่ขยับเข้ามาสุมหัวกันใกล้ตู้กดน้ำ
"แต่นายเห็นตอนที่เขาเดินตามคุณพิมพ์ตะวันเข้าห้องประชุมเมื่อวานไหมแก... แบบว่า สายตานี่แทบจะกินหัวทุกคนที่กล้าขัดใจคุณพิมพ์แทนเลยนะ"
"จริง! แล้วกาแฟแก้วโปรดที่วางบนโต๊ะคุณพิมพ์ทุกเช้านั่นอีก ใครๆ ก็รู้ว่าเจ้าแม่ดีไซน์ไม่เคยแตะกาแฟร้านอื่นนอกจากร้านหน้าตึก แล้วใครกันล่ะที่ยอมเดินไปซื้อให้ทุกวันฝ่าฝนตกแดดออก... หึๆ"
"อุ๊ย แกพูดเบาๆ หน่อย เดี๋ยวแม่เสือสาวคนนั้นก็มาได้ยินหรอก..."
หัวใจที่กำลังเต้นเร็วจนควบคุมไม่ได้จากเหตุการณ์เมื่อวาน ถูกดึงกลับสู่โลกความเป็นจริงทันที พร้อมกับเสียงซุบซิบที่ลอยเข้าโสตประสาทของพิมพ์ตะวัน ซึ่งกำลังยืนกอดอกพิงผนังอยู่ตรงมุมเสาพอดี สถาปนิกสาวเม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกอุ่นซ่านที่เคยแขวนลอยอยู่บนเส้นด้ายเมื่อวาน ถูกแทนที่ด้วยความกรุ่นโกรธเล็กๆ ที่ปะปนอยู่กับความกระดากอาย
ให้ตายสิ... คนพวกนี้นี่ว่างงานกันมากนักหรือไง ถึงได้เอาเรื่องของเธอไปนินทากันสนุกปากขนาดนั้น!
พิมพ์ตะวันสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ ก่อนจะก้าวขาฉับๆ เดินผ่ากลางวงสนทนาด้วยใบหน้าเรียบเฉยเชิดขึ้นสูงตามสไตล์สาวมั่น
"ถ้าเวลาว่างระหว่างวันมันเหลือเฟือขนาดนี้ ผมว่าเอาเวลาไปตรวจทานสเปกวัสดุก่อสร้างให้เรียบร้อยดีกว่าไหมครับ ดีกว่ามานั่งวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของคนอื่นโดยไม่มีหลักฐานทางวิศวกรรมมารองรับแบบนี้"
เสียงทุ้มกังวานและคมคายเอ่ยแทรกขึ้นกลางวง ทำเอาพนักงานกลุ่มนั้นสะดุ้งโหยง หันขวับมามองต้นเสียงด้วยความตกใจ ก่อนจะแยกย้ายกันสลายตัวราวกับนกแตกตื่นภายในสามวินาที
พิมพ์ตะวันชะงักฝีเท้า หันกลับไปมองเจ้าของเสียงที่เพิ่งเดินเข้ามาประชิดตัวเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ร่างสูงใหญ่ของธันวายืนทอดสายตามองเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ทว่ามุมปากหยักลึกกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างน่าหมั่นไส้
"ใครบอกว่าไม่มีหลักฐานล่ะครับ" ธันวาเอ่ยเสียงเบา พลางก้าวเข้าไปใกล้จนพิมพ์ตะวันต้องถอยหลังไปชนกับผนังห้องโดยอัตโนมัติ "หลักฐานคาตาขนาดนี้ ต่อให้ใช้กฎหมายแรงงานมาอ้าง ก็ปฏิเสธยากอยู่นะครับคุณสถาปนิก"
"คุณธันวา! พูดจาให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะค่ะ... เอ๊ย หมายถึง พูดให้มันระวังหน่อย คนอื่นเขากำลังมองอยู่นะคะ!" พิมพ์ตะวันเผลอเสียงดังใส่ด้วยความเขินอายที่พุ่งทะยานขึ้นมาถึงใบหู มือบางผลอกแผงอกกว้างของอีกฝ่ายเบาๆ แต่มีหรือที่คนตัวโตจะขยับเขยื้อน เขากลับใช้มือข้างหนึ่งค้ำยันผนังไว้ กักตัวเธอไว้ในพื้นที่แคบๆ ระหว่างเขากับกำแพง
"ให้มองไปสิครับ ผมไม่ได้ทำอะไรผิดนี่... หรือว่าคุณพิมพ์กำลังกลัวว่าข่าวลือมันจะเป็นเรื่องจริงกันล่ะครับ"
ดวงตากลมโตตวัดมองค้อนคนตรงหน้าทันที ปากคอเราะร้ายไม่เปลี่ยน! คิดว่าตัวเองหน้าตาดีแล้วจะพูดจาหว่านล้อมยังไงก็ได้งั้นสินะ
"ใครกลัวกันคะ! ฉันแค่รำคาญที่คนอื่นเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาพูดสนุกปากต่างหากล่ะ คุณเองก็เถอะ ทำไมไม่รู้จักปฏิเสธข่าวลือพวกนั้นบ้าง หูเบาปล่อยให้คนเข้าใจผิดอยู่ได้!"
ธันวาไม่โกรธสักนิด เขายิ่งโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นกาแฟจางๆ ลอยกระทบผิวแก้มจนพิมพ์ตะวันต้องกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
"แล้วทำไมผมต้องปฏิเสธล่ะครับ... ในเมื่อสิ่งที่พวกเขาพูด มันก็ไม่ได้..."
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน พร้อมกับร่างของหัวหน้าฝ่ายบุคคลที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
"คุณธันวา! คุณพิมพ์ตะวัน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... แบบแปลนโครงสร้างตึก A ที่ส่งตรวจเมื่อเช้า ถูกยกเลิกโดยคำสั่งด่วนจากบอร์ดบริหารระดับสูงแล้วครับ!"
พิมพ์ตะวันเบิกตากว้าง หันขวับไปมองหน้าธันวาทันที ขณะที่วิศวกรหน้านิ่งหุบยิ้มฉับพลัน แววตาเปลี่ยนเป็นคมกริบและเย็นเยียบขึ้นมาในเสี้ยววินาที
"ใครเป็นคนสั่ง?" ธันวาเอ่ยถามเสียงเย็น
"ท่านประธานใหญ่... และคนที่ถือเอกสารอนุมัติชุดใหม่เข้ามาตอนนี้ กำลังนั่งรอพวกคุณอยู่ที่ห้องประชุมใหญ่ครับ" หัวหน้าฝ่ายบุคคลกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "และคนที่มา... ไม่ใช่คนอื่นไกลที่ไหน เป็นอดีตคู่หมั้นของคุณพิมพ์ตะวันครับ"
สิ้นคำพูดนั้น อุณหภูมิในห้องก็ราวกับลดดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งทันที ธันวาหันกลับมามองสถาปนิกสาวข้างกายช้าๆ ขณะที่พิมพ์ตะวันหน้าถอดสี ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านและส่งกำลังใจให้กันเสมอมานะครับ
สถาปนิกปากกล้ากับวิศวกรหน้านิ่งที่พยายามไม่หวั่นไหว•ตอนที่ 15
ข่าวลือในออฟฟิศ
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากกล้ากับวิศวกรหน้านิ่งที่พยายามไม่หวั่นไหว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!