กลิ่นหอมกรุ่นของอาราบิก้าคั่วกลางยังคงลอยอวลอยู่ในอากาศ แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความอุ่นซ่านที่แผ่ซ่านอยู่บริเวณปลายประสาทความรู้สึกของพิมพ์ตะวัน แก้วกาแฟเซรามิกสีขาวในมือยังคงหลงเหลืออุณหภูมิจากฝ่ามือหนาของใครบางคน ทิ้งร่องรอยความใส่ใจที่ถูกห่อหุ้มไว้ภายใต้ท่าทีเยชาชาและคำพูดห้วนสั้นตามสไตล์ของวิศวกรโครงสร้างประจำโปรเจกต์นี้
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้าที่ แต่มันยากเหลือเกินเมื่อภาพแผ่นหลังกว้างที่ก้าวเดินออกไปอย่างไร้เยื่อใยเมื่อครู่ ยังคงติดตรึงอยู่ในม่านตา สมองของเธอประมวลผลย้อนกลับไปถึงสัมผัสแผ่วเบาตอนที่เขายื่นแก้วให้ ดวงตาคมกริบคู่นั้น... ในวินาทีที่ประสานกัน มันไม่มีความเย่อหยิ่งหรือความรำคาญใจหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ลึกจนเกินกว่าคนปากแข็งจะยอมปริปากสารภาพ
"ให้ตายสิ... นายมันบ้าจริงๆ ธันวา"
พิมพ์ตะวันพึมพำกับความว่างเปล่าในห้องทำงานส่วนตัว รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เธอวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะสถาปนิกที่เต็มไปด้วยกระดาษไขและแปลนร่าง แต่สายตากลับไม่รักดี วกกลับไปมองตัวอักษรลายมือหวัดๆ ที่แปะอยู่บนโน้ตโพสต์อิตสีเหลืองใต้แก้ว... *'ดื่มซะ ขอบตาเธอคล้ำเหมือนหมีแพนด้าแล้ว สถาปนิกปากเก่ง'*
อ่านกี่ทีก็อยากจะคว้าปากกามาขีดฆ่าคำว่า 'ปากเก่ง' ทิ้งเสียให้รู้แล้วรู้รอด แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับเต้นผิดจังหวะทุกครั้งที่สมองแปลความหมายลึกซึ้งเบื้องหลังข้อความกวนประสาทนั้น เขาคอยสังเกตเธอตลอดเวลาอย่างนั้นหรือ? ทั้งที่ปากก็บอกว่ารำคาญนักหนาที่เธอชอบเถียง
เสียงเคาะประตูกระจกบานใสสามครั้งดังขึ้นขัดจังหวะความคิดฟุ้งซ่าน พิมพ์ตะวันรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นสถาปนิกสาวสุดมั่นผู้ไร้เทียมทานทันที ก่อนจะเอ่ยอนุญาตให้คนด้านนอกเข้ามา
"เข้ามาได้ค่ะ... เอ๊ย เข้ามาได้ครับ" เธอเผลออุทานแก้คำพูดตัวเองในใจเมื่อนึกถึงกฎเหล็กส่วนตัว แต่โชคดีที่ผู้มาเยือนไม่ได้สังเกตเห็นความพิรุธนั้น
กวิน หัวหน้าทีมประมาณราคา ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดในมือถือแท็บเล็ตเครื่องเก่ง เจ้าตัวกวาดสายตามองรอบห้องก่อนจะส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้
"คุณพิมพ์ครับ แย่แล้วล่ะครับ ฝ่ายจัดซื้อส่งรายงานราคาวัสดุชุดใหม่มา แจ้งว่าเหล็กโครงสร้างเกรดที่เราสเปกไว้ในแบบเฟสสอง ตอนนี้ราคาพุ่งขึ้นไปอีกสิบเปอร์เซ็นต์แถมของขาดตลาดด้วย ถ้าเราไม่รีบเปลี่ยนสเปกหรือเคลียร์กับผู้รับเหมา งบประมาณบานปลายแน่ๆ ครับ"
พิมพ์ตะวันขมวดคิ้วมุ่น ความเป็นมืออาชีพเข้าครอบงำจิตใจทันที เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวฉับๆ ไปที่โต๊ะประชุมเล็กมุมห้อง กวักมือเรียกกวินให้เข้ามาดูข้อมูลในหน้าจอ
"เป็นไปได้ยังไงคะ... เอ๊ย เป็นไปได้ยังไงครับ ผมตรวจเช็กกับซัพพลายเออร์รายใหญ่ไว้หมดแล้วนี่นา" เธอยังคงติดพันกับการระวังสรรพนามจนเกือบหลุดปากอีกรอบ แต่ก็ดึงกลับมาทัน "เอาแท็บเล็ตมานี่ซิ ขอผมดูหน่อย"
เธอก้มลงพิจารณาตัวเลขกราฟราคาที่พุ่งสูงลิ่ว ความคิดในหัวแล่นปรี๊ดด้วยความหัวเสีย ปัญหาโลกแตกของงานก่อสร้างมักจะโผล่มาในเวลาที่คนเราอ่อนล้าที่สุดเสมอ แบบแปลนที่เธอทุ่มเทแรงกายแรงใจออกแบบอย่างประณีตบรรจงกำลังจะถูกบิดเบือนด้วยข้อจำกัดทางงบประมาณอีกแล้วหรือ?
"แล้วทางผู้รับเหมาว่ายังไงบ้างครับ?" พิมพ์ตะวันถามเสียงเครียด พลางใช้นิ้วเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ
"เขายังยืนยันว่าถ้าไม่เปลี่ยนสเปกวัสดุ ก็ต้องเพิ่มงบส่วนต่าง ซึ่งทางบอร์ดบริหารไม่มีทางอนุมัติแน่ๆ ครับ... ตอนนี้ทุกคนกำลังรอความเห็นจากคุณพิมพ์ในฐานะหัวหน้าสถาปนิกอยู่ว่าจะเอายังไงดี" กวินถอนหายใจเฮือกใหญ่
พิมพ์ตะวันเม้มริมฝีปากแน่น สมองหมุนเร็วจี๋เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดโดยไม่ต้องลดทอนคุณภาพของงานดีไซน์ลง เธอไม่อยากให้ผลงานชิ้นเอกชิ้นนี้มีจุดด่างพร้อยเด็ดขาด แต่ในขณะเดียวกัน ความจริงทางธุรกิจก็เป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด ประตูกระจกห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งโดยไม่มีการเคาะขออนุญาต
ร่างสูงโปรดของวิศวกรหน้านิ่งก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเยือกเย็นตามเคย ดวงตาคมกริบกวาดมองสถานการณ์ในห้องเพียงแวบเดียวก็ประเมินทุกอย่างได้ทะลุปรอโปร่ง ธันวายกมือขึ้นกอดอก สายตาคู่นั้นไม่ได้มองกวินเลยแม้แต่น้อย แต่พุ่งตรงมาที่สถาปนิกสาวผู้กำลังยืนคิ้วขมวดเป็นปม
"นั่งหน้าเครียดเป็นยักษ์กระบองเพชรแบบนั้น แบบแปลนเธอคงไม่สวยขึ้นหรอกนะ สถาปนิกปากกล้า" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่แฝงความกวนประสาทในแบบฉบับที่ทำเอาคนฟังอยากจะปาแฟ้มใส่หน้าสักที
พิมพ์ตะวันหันขวับไปมองผู้มาใหม่ทันที ความหวั่นไหวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความฮึดฮัด "ถ้าจะมาพูดจาถากถางกันละก็ เชิญกลับไปนั่งคำนวณคานคอนกรีตของคุณเถอะน่า คุณธันวา ตอนนี้พวกเรากำลังปวดหัวเรื่องราคาเหล็กเฟสสองกันอยู่ คุณก็รู้ว่าถ้าเปลี่ยนสเปก งานออกแบบของผมมันจะพังไม่เป็นท่า!"
ธันวาไม่โต้เถียง เขาเดินตรงดิ่งเข้ามาใกล้โต๊ะประชุมมากขึ้น ระยะห่างที่ลดลงทำให้พิมพ์ตะวันต้องเงยหน้าขึ้นมอง กลิ่นกายสะอาดผสมกับกลิ่นบุคลิกเฉพาะตัวของชายหนุ่มลอยเข้าจมูกจนเธอต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ
วิศวกรหนุ่มยื่นมือไปหยิบแท็บเล็ตจากมือกวินมาถือไว้เอง กวาดสายตาอ่านตัวเลขบนหน้าจอเพียงไม่กี่วินาที ก่อนจะแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
"หึ... เรื่องแค่นี้ถึงกับคิ้วขมวดจนหน้าแก่เลยหรือไง"
"นี่คุณ!" พิมพ์ตะวันแยกเขี้ยวใส่ทันที "มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะครับ! เอ๊ย... ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะคะ! ให้ตายสิ..." เธอเผลอหลุดเสียงผู้หญิงออกมาจนได้เมื่อความโมโหทำให้สติหลุดลอย แต่ธันวากลับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างรู้ทัน ทำให้เธอต้องรีบหุบปากฉับแล้วกลบเกลื่อนด้วยการเชิดหน้าขึ้นสูง "หมายถึง... มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับงานของผมต่างหากเล่า!"
ธันวาไม่ได้ถือสาความผิดพลาดเรื่องสรรพนามของเธอ เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนพิมพ์ตะวันต้องเอนตัวหนีตามสัญชาตญาณ แต่แผ่นหลังกลับชนเข้ากับขอบโต๊ะจนถอยไปไหนไม่ได้
ดวงตาสองคู่ประสานกันอย่างจัง ในระยะประชิดนี้ พิมพ์ตะวันมองเห็นเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในนัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้น หัวใจที่เพิ่งจะสงบลง กลับมารัวกระหน่ำยิ่งกว่าเดิมเสียอีก
"ใครบอกเธอว่าจะต้องเปลี่ยนสเปกวัสดุ หรือเพิ่มงบประมาณ?" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นุ่มนวลขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย จนคนฟังต้องชะงัก
พิมพ์ตะวันกะพริบตาปริบๆ "ก็... ก็ผู้รับเหมาบอกว่า..."
"ผู้รับเหมามันหวังส่วนต่างจากวัสดุเกรดต่ำต่างหากล่ะ" ธันวาตัดบทอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะวางแท็บเล็ตกระแทกโต๊ะเบาๆ "ฉันคำนวณโครงสร้างทางเลือกสำรองไว้ตั้งแต่วันก่อนแล้ว เราสามารถใช้เหล็กเกรดพรีเมียมจากซัพพลายเออร์อีกรายที่ฉันเพิ่งไปดีลมาได้ ราคาเท่าเดิมแถมได้มาตรฐานสูงกว่าเดิมด้วยซ้ำ"
พิมพ์ตะวันเบิกตากว้างด้วยความตกใจและคาดไม่ถึง "คุณ... คุณไปดีลมาตั้งแต่เมื่อไหร่?"
"ก็ตั้งแต่ตอนที่เธอเอาแต่เถียงฉันเรื่องดีไซน์บันไดวนบ้าบอั่นแหละ" ธันวาตอบเสียงเรียบ แต่แววตาที่มองเธอนั้นมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่ "บอกแล้วไงว่าเรื่องโครงสร้างและความปลอดภัย ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของวิศวกร... ส่วนเธอ มีหน้าที่ทำหน้าสวยๆ แล้วออกแบบงานของตัวเองต่อไปก็พอ"
คำพูดประโยคสุดท้ายทำเอาพิมพ์ตะวันหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ความรู้สึกซาบซ่านแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย คำชมกลายๆ ที่หลุดออกมาจากปากผู้ชายหน้านิ่งคนนี้ มีอานุภาพทำลายล้างกำแพงความเย่อหยิ่งของเธอจนพังทลายลงไม่เป็นท่า
เธอนิ่งอึ้ง พูดไม่ออก ได้แต่จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างกันเพียงคืบ หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน
ธันวาเห็นสถาปนิกสาวปากเก่งเงียบไปเป็นครั้งแรก เขาก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีก จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มขาวเนียน
"เป็นอะไรไป... สถาปนิกปากกล้า หมดมุกจะเถียงแล้วหรือไง หรือว่า..." น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นพร่าต่ำลงเล็กน้อย ดึงดูดสายตาของเธอให้จดจ้องริมฝีปากที่กำลังขยับ "เริ่มหวั่นไหวกับวิศวกรหน้านิ่งคนนี้เข้าจริงๆ แล้วล่ะสิ"
คำถามยียวนแต่แฝงความจริงจังนั้นทำเอาพิมพ์ตะวันสมองขาวโพลน เธอยังไม่ทันได้อ้าปากปฏิเสธหรือหาคำคมคายมาโต้กลับ ประตูกระจกห้องทำงานก็ถูกผลักเปิดผางอย่างแรง พร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายของผู้จัดการฝ่ายโครงการที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
"คุณธันวาครับ! คุณพิมพ์ครับ! แย่แล้วครับ! ไซต์งานก่อสร้างโซน B... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!"
ธันวาชะงัก ถอนใบหน้าออกห่างจากพิมพ์ตะวันอย่างเสียดายเล็กน้อย ดวงตาคมกริบหันไปมองผู้จัดการโครงการด้วยแววตานิ่งสนิทที่แฝงไปด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะ
ส่วนพิมพ์ตะวัน... หัวใจที่กำลังเต้นเร็วจนควบคุมไม่ได้ถูกดึงกลับสู่โลกความเป็นจริงทันที แต่สัมผัสอุ่นซ่านจากสายตาและคำพูดของวิศวกรหน้านิ่งเมื่อครู่ ยังคงแขวนลอยอยู่บนเส้นด้ายแห่งความรู้สึกที่เธอ... ไม่อาจปฏิเสธได้อีกต่อไปแล้ว
---
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยสนับสนุน "ดรากอนไรเดอร์" มาโดยตลอดนะครับ!
สถาปนิกปากกล้ากับวิศวกรหน้านิ่งที่พยายามไม่หวั่นไหว•ตอนที่ 14
เมื่อกำแพงเริ่มพัง
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากกล้ากับวิศวกรหน้านิ่งที่พยายามไม่หวั่นไหว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!