สถาปนิกปากกล้ากับวิศวกรหน้านิ่งที่พยายามไม่หวั่นไหว•ตอนที่ 5

คำเตือนที่ไม่มีน้ำหนัก

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
แสงไฟนีออนสว่างวาบขึ้นพร้อมกับเสียงกริ๊กของสวิตช์ที่ถูกกดลงอย่างกะทันหัน หัวใจของพิมพ์ตะวันกระตุกวาบจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะความตกใจกลัวต่อบุคคลที่ก้าวเข้ามาใหม่ แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างเธอกับผู้ชายที่ยืนบังเธออยู่เมื่อครู่... มันใกล้เสียจนปลายจมูกแทบจะชนกัน "ทำอะไรกันอยู่ครับดึกดื่นมืดค่ำแบบนี้?" เสียงทุ้มต่ำของ 'ผู้จัดการภาคสนาม' ดังขึ้นทำลายความเงียบงัน พิมพ์ตะวันรีบผละถอยหลังออกมาทันทีโดยอัตโนมัติ ร่างบางเกือบจะสะดุดเข้ากับกองแปลนพิมพ์เขียวบนพื้น หากไม่มีมือหนาของธันวาคว้าข้อศอกเธอไว้มั่นด้วยความรวดเร็ว "ไม่ได้ทำอะไรครับ เราแค่... มาตรวจดูความเรียบร้อยของคานรับน้ำหนักโซน C ตามที่เกิดรอยร้าวเมื่อช่วงบ่าย" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ใบหน้าคมคายกลับคืนสู่โหมดหน้านิ่งสนิทราวกับเมื่อครู่ไม่มีเหตุการณ์ระทึกขวัญใดๆ เกิดขึ้นระหว่างพวกเขาทั้งสอง พิมพ์ตะวันลอบถอนหายใจเบาๆ เธอยกมือขึ้นทาบอกเพื่อกดความตื่นตระหนกให้สงบลง ก่อนจะเชิดหน้าขึ้นตามสัญชาตญาณการป้องกันตัว "ใช่ค่ะ... เอ้ย ใช่ครับ ฉันหมายถึง ผมแค่มาร่วมตรวจสอบความปลอดภัยกับคุณธันวา ในฐานะสถาปนิกผู้รับผิดชอบโปรเจกต์นี้ ผมมีสิทธิ์ที่จะตรวจเช็กทุกตารางเมตรก่อนที่คนงานจะเริ่มเทปูนในวันพรุ่งนี้" ผู้จัดการไซต์งานกวาดสายตามองทั้งคู่ด้วยแววตาเคลือบแคลงสงสัย แต่ก็พยักหน้ารับช้าๆ "ถ้าอย่างนั้นก็ระวังตัวด้วยนะครับคุณพิมพ์ตะวัน ตรงนี้โครงสร้างชั่วคราวยังไม่สมบูรณ์ 100% ถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาคงไม่สนุกแน่... ผมขอตัวไปตรวจฝั่งนู้นก่อนครับ" เมื่อร่างของผู้จัดการลับตาไปในความมืดของชั้นโครงสร้าง ความเงียบก็กลับมาปกคลุมพื้นที่รอบตัวอีกครั้ง ทว่าบรรยากาศกลับอึดอัดและเต็มไปด้วยประจุไฟฟ้าที่สถิตอยู่ปลายประสาท ธันวาหันขวับมามองสถาปนิกสาวตัวแสบ แววตาคมกริบฉายแววไม่พอใจอย่างชัดเจน "คุณนี่มันดื้อด้านจริงๆ พิมพ์ตะวัน" "ฉันดื้อตรงไหนคะ... ผมดื้อตรงไหนวะ พูดผิด!" พิมพ์ตะวันเผลอเสียงสูงใส่เมื่อเจอสายตาคาดโทษนั้น "นี่คุณธันวา ฉันแค่มาทำหน้าที่ของตัวเอง ตึกนี้ฉันออกแบบมากับมือ ทำไมฉันจะลงมาดูไม่ได้?" "เพราะมันอันตรายไงครับ!" ธันวาหมดความอดทน ก้าวเข้าประชิดตัวเธออีกครั้งด้วยความเร็วที่ทำให้อีกฝ่ายผงถอยหลังจนแผ่นหลังชนเข้ากับเสาคอนกรีตเย็นเยียบ ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังไหวระริก "รอยร้าวที่คุณเห็นเมื่อเย็นมันไม่ใช่รอยร้าวธรรมดา แรงเฉือนของคอนกรีตตรงจุดนี้เกินขีดจำกัดความปลอดภัยไปสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว ถ้าคุณยังดันทุรังจะใช้แบบเดิมเทปูนพรุ่งนี้... ทั้งตึกนี้ได้พังลงมากองแทบเท้าคุณแน่!" น้ำเสียงที่ราบเรียบแต่เฉียบคมราวดาบของวิศวกรหนุ่มทำให้พิมพ์ตะวันชะงักไปชั่วขณะ แม้ริมฝีปากจะยังคงเม้มแน่นด้วยความถือดี แต่ลึกๆ แล้วหัวใจกลับกระตุกวูบกับคำเตือนที่จริงจังจนน่ากลัวนั้น "แต่ถ้าเราเปลี่ยนมาใช้คานเหล็กเสริมพิเศษตามที่คุณเสนอ... มันจะทันกำหนดส่งงานพรุ่งนี้หรือไงคะ?" พิมพ์ตะวันเสียงอ่อนลงเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว ความดื้อรั้นถูกแทนที่ด้วยความกังวลต่อความรับผิดชอบมหาศาล "งบประมาณก็บานปลาย แถมบอร์ดบริหารก็จี้ติดทุกวัน ฉันไม่ได้ดื้ออย่างไร้เหตุผลนะธันวา ฉันแค่ไม่มีทางเลือกอื่น" ธันวาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เป็นความเหนื่อยหน่ายที่ปะปนไปด้วยความห่วงใยจนล้นปรี่ มือหนายกขึ้นเสยผมลวกๆ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนพิมพ์ตะวันต้องกลั้นหายใจ "ไม่มีทางเลือก... งั้นเหรอครับ?" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนน่าใจหาย "คุณยอมเอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยง ยอมให้ตึกที่ตัวเองรักกลายเป็นเศษปูน... เพียงเพราะกลัวคำคร่ำครวญของพวกบอร์ดบริหารงั้นเหรอครับ พิมพ์ตะวัน?" "ฉันไม่ได้กลัวพวกเขา..." "แต่คุณกำลังกลัวที่จะพ่ายแพ้" ธันวาตัดบทอย่างไร้ความปรานี ดวงตาคู่นั้นสะท้อนภาพของเธอที่กำลังดื้อรั้น "คุณคิดว่าตัวเองแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าได้รึไง หืม? เลิกทำตัวเป็นฮีโร่ผู้เสียสละแล้วหันมาฟังคนอื่นซะบ้าง... โดยเฉพาะฟังผม" ประโยคสุดท้ายนั้นรasตกลงมากลางใจราวกับค้อนทั่ง พิมพ์ตะวันเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความใกล้ชิดนี้ ความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดดุดันพวกนี้... มันกำลังทำให้เกราะป้องกันทั้งหมดของเธอกำลังพังทลายลงทีละน้อย "คุณ... เป็นห่วงฉันเหรอ?" พิมพ์ตะวันหลุดปากถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิว ราวกับกลัวว่าคำตอบจะทำลายบรรยากาศเปราะบางนี้ ธันวาชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาคมกริบไหววูบก่อนจะกลับมาเรียบนิ่งสนิทอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มผละถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว ยืนกอดอกมองเธอด้วยมาดวิศวกรผู้เย็นชาดังเดิม "อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักเลยครับ พิมพ์ตะวัน" ธันวาเหยียดยิ้มมุมปากเล็กน้อย น้ำเสียงกลับมาเยชาและกวนประสาทตามสไตล์ "ผมแค่ไม่อยากทำงานร่วมกับสถาปนิกที่ต้องมาตายคาไซต์งานของผม มันเสียประวัติวิศวกรมือหนึ่งอย่างผมหมด... คำเตือนของผมมีแค่นี้ จะฟังหรือไม่ฟังก็เรื่องของคุณ" พูดจบ ธันวา1ก็หมุนตัวหันหลังเตรียมเดินกลับออกไปทันที ปล่อยให้พิมพ์ตะวันยืนกำหมัดแน่นด้วยความหมั่นไส้จนหน้าดำหน้าแดง ให้ตายเถอะ! ผู้ชายปากแข็งคนนี้... สักวันเธอจะต้องงัดปากเขาออกมาให้ได้ว่าแอบคิดอะไรอยู่กันแน่! พิมพ์ตะวันสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ที่กำลังตีรวน เธอตัดสินใจก้าวเท้าตามหลังเขาไปติดๆ เพื่อจะเถียงต่อให้ชนะ แต่แล้ว... ในจังหวะที่ธันวาเดินผ่านเสาเข็มต้นใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้กับจุดเกิดรอยร้าว เสียง "ครืด..." ประหลาดก็ดังขึ้นสะท้อนก้องไปทั่วความมืดมิด ธันวาชะงักฝีเท้าทันที ใบหน้าหล่อเหลาเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดในพริบตา เขารีบหันกลับมามองเพดานด้านบนที่เริ่มมีเศษปูนร่วงกราวลงมาดั่งฝน "พิมพ์ตะวัน! ถอยหลังไป!" ธันวาตะโกนลั่นด้วยน้ำเสียงที่ร้อนรนที่สุดตั้งแต่รู้จักกันมา พร้อมกับพุ่งตัวเข้ามาคว้าเอวบางของเธอไว้เต็มแรงเพื่อกระชากให้พ้นรัศมีอันตราย แต่ยังไม่ทันที่ร่างทั้งสองจะเคลื่อนไหวพ้นจุดอับ... เสียงลั่นเปรี๊ยะของโครงสร้างเหล็กก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับคานคอนกรีตขนาดยักษ์น้ำหนักหลายตันเหนือหัวพวกเขา ที่จู่ๆ ก็ทรุดฮวบลงมาอย่างไร้สัญญาณเตือน! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ดรากอนไรเดอร์" เสมมานะครับ
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากกล้ากับวิศวกรหน้านิ่งที่พยายามไม่หวั่นไหว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%