สถาปนิกปากกล้ากับวิศวกรหน้านิ่งที่พยายามไม่หวั่นไหว•ตอนที่ 4

รอยร้าวที่มองไม่เห็น

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
"คุณกำลังเล่นเกมที่ตัวเองไม่เข้าใจกฎด้วยซ้ำ พิมพ์ตะวัน" น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบที่เอ่ยขึ้นในความมืดของห้องเก็บเอกสารใต้ดิน ชั้น B3 ของโครงการ แฝงความเย็นเยียบจนสันหลังวาบ ธันวาไม่ได้ขยับตัวเข้ามาใกล้ แต่เงาสูงใหญ่ของวิศวกรหน้านิ่งที่ทาบทับลงบนแปลนงานรีโนเวทเก่าแก่ กลับสร้างแรงกดดันมหาศาลได้อย่างน่าประหลาด พิมพ์ตะวันชะงักมือที่กำลังถือไฟฉายส่องรอยร้าวบนผนังคอนกรีตเสริมเหล็ก เธอหันขวับกลับไปเผชิญหน้า ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายตามประสาคนไม่ยอมจำนนต่อความไร้เหตุผล แม้ในใจจะแอบสะดุ้งกับความใกล้ชิดที่ถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว "ถ้าฉันไม่เล่น แล้วใครจะแก้ปัญหาโครงสร้างบ้าๆ ที่คุณจงใจซ่อนไว้ล่ะคะ คุณธันวา?" สถาปนิกสาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงเฉียบคมไม่แพ้กัน "หรือว่า... ความลับใต้ตึกอนุรักษ์หลังนี้ มันมีผลประโยชน์อะไรทับซ้อนมากกว่าแค่เรื่องงานสถาปัตยกรรม?" ธันวาถอนหายใจยาว แววตาที่ปกติเรียเฉยราวกับหินผาไหววับชั่วขณะ เขาขยับก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าวหนึ่ง ระยะห่างระหว่างทั้งคู่ลดลงจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นระอุจากร่างกายในความเย็นเยียบของห้องใต้ดิน "คุณนี่มันดื้อรั้นจนน่าปวดหัวจริงๆ" วิศวกรหนุ่มพึมพำเบาๆ มือหนายื่นออกไปฉวยม้วนกระดาษแปลนเก่าคร่ำครึจากมือเธออย่างถือวิสาสะ "บางเรื่อง... รู้ไปก็มีแต่จะพาตัวเองเข้าไปอันตราย ผมเตือนด้วยความหวังดีในฐานะเพื่อนร่วมงาน" "หวังดี?" พิมพ์ตะวันแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย "คนที่แอบย้ายเอกสารโครงสร้างปี 1990 หนีสายตาคนอื่นตอนเที่ยงคืนแบบคุณเนี่ยนะ เรียก3ว่าหวังดี? หลบไปค่ะ ฉันต้องตรวจรอยร้าวนี่ให้จบก่อนที่ทีมตรวจสอบจะเข้ามาพรุ่งนี้เช้า" เธอพยายามเบี่ยงตัวหลบ แต่ธันวากลับยกแขนขึ้นกั้นขอบประตูไว้ ปิดตายเส้นทางหนีของเธอด้วยท่อนแขนแข็งแกร่ง ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เป่ารดอยู่ริมฝีปาก หัวใจของพิมพ์ตะวันกระตุกวูบ จังหวะการเต้นรัวเร็วจนน่าโมโห เธอกำหมัดแน่น พยายามดึงสติกลับมาท่ามกลางบรรยากาศที่ชวนให้ใจสั่นไหวเกินความจำเป็น "นี่คุณ... จะทำอะไร ถอยไปนะ" "ผมไม่ได้ขวางเพราะอยากกวนประสาทคุณ..." เสียงของธันวาทุ้มต่ำและจริงจังขึ้นอย่างกะทันหัน จนคนฟังชะงัก ความใกล้ชิดนี้ไม่ได้มีแค่ความกวนประสาทอย่างเคย แต่มันมีร่องรอยของความกังวลที่เขาพยายามปกปิดไว้ภายใต้หน้ากากเย็นชา "...แต่รอยร้าวที่คุณกำลังจ้องอยู่นั่น ไม่ใช่ผลจากความเสื่อมสภาพตามกาลเวลา" พิมพ์ตะวันเบิกตากว้าง หันกลับไปมองผนังคอนกรีตอีกครั้ง ทันทีที่แสงไฟฉายสาดกระทบมุมอับ เธอก็สังเกตเห็นรอยสกัดที่ตั้งใจทำขึ้นอย่างประณีตเพื่อซ่อนท่อเหล็กแปลกปลอมบางอย่างที่ถูกฝังไว้เมื่อไม่นานมานี้ ไม่ใช่โครงสร้างดั้งเดิมของตึก "นี่มัน..." สถาปนิกสาวสูดหายใจเข้าลึก "ใช่ มีคนจงใจดัดแปลงโครงสร้างตึกนี้เพื่อซ่อนบางอย่าง และถ้ามันพังลงมา คนแรกที่จะซวยไม่ใช่เจ้าของโครงการ แต่คือสถาปนิกหัวรั้นที่เซ็นชื่อรับรองแบบอย่างคุณ" ธันวากล่าวเสียงเรียบ แต่แววตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนเร้นอย่างแนบเนียน พิมพ์ตะวันเม้มปากแน่น ความโกรธที่มีต่อความลับของตึกถูกแทนที่ด้วยความตกใจและระคนซาบซึ้งใจลึกๆ ที่อย่างน้อยผู้ชายปากแข็งคนนี้ก็ไม่ได้นิ่งดูดายต่ออันตรายที่เธอต้องเผชิญ แต่ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากถามอะไรเพิ่มเติม เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแสงไฟฉายกราดส่องก็ดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอก ใกล้เข้ามาทุกที... "ใครอยู่ตรงนั้นวะ!" เสียงตะโกนของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดังขึ้น พร้อมกับเงาร่างของใครบางคนที่กำลังเลี้ยวเข้าประตูดงห้องใต้ดิน ธันวาขมวดคิ้วมุ่น ไม่รอช้า มือหนาคว้าข้อมือเรียวของพิมพ์ตะวันแล้วออกแรงดึงให้หลบเข้าไปหลังชั้นวางเอกสารเหล็กขนาดใหญ่ที่บังสายตาพอดี ร่างทั้งสองแนบชิดกันสนิทในความมืดมิดจนแทบไม่ได้ยินเสียงหายใจของกันและกัน ดวงตาของเขาก้มมองเธอนิ่งในระยะประชิด นิ้วหัวแม่มือของเขาเผลอไล้หลังข้อมือเธอเบาๆ อย่างลืมตัว เพื่อส่งสัญญาณให้อยู่เงียบๆ และในจังหวะที่หัวใจของพิมพ์ตะวันกำลังเต้นระส่ำไม่เป็นส่ำกับสัมผัสอบอุ่นนั้น เสียงฝีเท้าข้างนอกก็หยุดลงตรงหน้าประตูห้องพอดี พร้อมกับเสียงเปิดสวิตช์ไฟกะทันหัน! โปรดติดตามตอนต่อไปครับ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่คอยสนับสนุนและติดตามกันมาตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากกล้ากับวิศวกรหน้านิ่งที่พยายามไม่หวั่นไหว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%