กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความเงียบงันของห้องประชุมใหญ่ในไซต์งานเวลานี้ ช่างให้ความรู้สึกเหมือนออกซิเจนในห้องกำลังค่อยๆ ลดปริมาณลงทีละน้อย ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่เพิ่งกุมข้อมือเธอเมื่อครู่ยังคงทิ้งร่องรอยความอุ่นวาบไว้บนผิวเนื้อ แต่บรรยากาศรอบตัวกลับพลิกผันกลายเป็นความตึงเครียดที่จับต้องได้ เมื่อธันวาเลือกที่จะไม่พูดอะไรต่อ เขากลับหันหลังให้แล้วสาวเท้าก้าวกลับไปยังโต๊ะทำงานของตัวเองด้วยท่าทีนิ่งขรึม ราวกับเหตุการณ์หัวใจเต้นผิดจังหวะเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง
พิมพ์ตะวันกะพริบตาปริบๆ ไล่ความมึนงงออกจากหัว สมองที่เคยฉับไวในการประมวลผลแบบแปลนสถาปัตยกรรมกลับสะดุดกึก เธอใช้ปลายนิ้วเรียวแตะริมฝีปากตัวเองโดยไม่รู้ตัว นึกหมั่นไส้ผู้ชายปากแข็งคนนั้นระคนแปลกใจในจังหวะหัวใจที่ยังเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ
*‘พ่อคุณเอ๊ย... ทำเป็นตีหน้าตาย แต่หูแดงจนลามไปถึงต้นคอขนาดนั้น คิดว่าฉันตาบอดมองไม่เห็นหรือไง’*
สถาปนิกสาวยกยมุมปากขึ้นนิดๆ ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ แล้วเดินตามเข้าไปในพื้นที่ทำงานชั่วคราว ร่างบางทรุดตัวลงนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ เปิดไฟล์โมเดลสามมิติของโครงสร้างอาคารขึ้นมาใหม่ ทว่าเสียงคลิกเมาส์ที่ดังเป็นจังหวะกลับไม่ได้ช่วยให้สมาธิกลับมาเต็มร้อย เพราะหางตาของเธอยังคงแอบลอบมองร่างสูงของวิศวกรหน้านิ่งที่กำลังก้มหน้าก้มตาตรวจรายการคำนวณโครงสร้างด้วยความเคร่งเครียด
ระยะห่างระหว่างโต๊ะทำงานของทั้งคู่ในตอนนี้ดูเหมือนจะกว้างขึ้นกว่าเดิม ไม่ใช่เพราะระยะทางทางกายภาพ แต่เป็นเพราะกำแพงความรู้สึกที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วยความหวั่นไหวที่ต่างฝ่ายต่างพยายามซ่อนไว้
"ถ้ามัวแต่มองหน้าผมแล้วคิดว่าผมจะยอมใจอ่อนแก้แบบให้อีกรอบ บอกไว้ก่อนเลยนะครับว่าฝันไปเถอะ"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยที่เจ้าตัวยังไม่เงยหน้าขึ้นมองจากกระดาษตรงหน้า น้ำเสียงเรียบสนิทไร้คลื่นอารมณ์ แต่มันกลับทำให้คนฟังถึงกับสะดุ้ง ปากอิมอิ่มเม้มเข้าหากันทันทีด้วยความหมั่นไส้
"ใครมองคุณกันคะ... เอ๊ย! ใครมองคุณกันเล่าคุณธันวา" พิมพ์ตะวันเผลอหลุดปากแก้ตัวเสียงสูงเกือบหลุดคำลงท้ายแบบคุ้นชิน ก่อนจะรีบดึงสติกลับมาแล้วเชิดหน้าขึ้นใส่ "ฉันแค่กำลังคิดอยู่ต่างหากว่า... วิศวกรบางคนแถวนี้ ควรจะไปตัดแว่นสายตาใหม่ได้หรือยัง ถึงได้มองไม่เห็นว่าสเปซตรงโถงต้อนรับที่ฉันแก้ไป มันเอื้อต่อระบบระบายอากาศมากกว่าแบบเดิมตั้งเยอะ"
ธันวาเงยหน้าขึ้นช้าๆ ดวงตาคมกราบมองลอดกรอบแว่นสายตา เล이야พินิจพิจารณาใบหน้าเรียวสวยที่เชิดขึ้นอย่างถือดี มุมปากหยักลึกกระตุกยิ้มบางเบาชนิดที่แทบมองไม่เห็น
"สเปซที่คุณว่า มันกว้างพอที่จะทำให้คนเดินชนกันได้ก็จริงครับพิมพ์ตะวัน... แต่ปัญหาคือโครงสร้างเสารับน้ำหนักตรงนั้น มันไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรองรับแรงเหวี่ยงจากการที่คุณชอบเดินเหม่อแล้วสะดุดขาตัวเอง"
"นี่คุณ!" พิมพ์ตะวันกระแทកเสียงใส่ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนเก้าอี้หมุนไถลถอยหลังไปครึ่งก้าว "ฉันไม่ใช่เด็กๆ นะคะที่จะได้เดินสะดุดขาตัวเองได้ตลอดเวลา แล้วอีกอย่าง แบบร่างของฉันผ่านการคำนวณหลักการยศาสตร์มาอย่างดีแล้วด้วยซ้ำ!"
"หลักการยศาสตร์ไม่ได้ช่วยให้คุณรอดพ้นจากการเดินชนเสาหรอกครับ ถ้าตราบใดที่คุณยังเอาแต่เถียงผมแทนที่จะดูหน้าจอ" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความสะดุ้งสะเทือนใดๆ ยิ่งทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเหมือนกำลังต่อpต่อกรกับหินผา
บรรยากาศการทำงานเต็มไปด้วยแรงปะทะคารมที่คุ้นเคย แต่ครั้งนี้มันเจือไปด้วยกระแสความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนรุ่มและซับซ้อนกว่าเดิม ท่ามกลางกองกระดาษแบบแปลนและเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ ทั้งคู่ต่างก้มหน้าก้มตาเคลียร์งานในส่วนของตัวเองเพื่อกลบเกลื่อนความฟุ้งซ่านในใจ
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งความเงียบสงบภายในห้องถูกทำลายลงด้วยเสียงเคาะประตูกระจกบานเลื่อนด้านนอกสามครั้งเบาๆ
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก
ทั้งพิมพ์ตะวันและธันวาชะงักมือที่กำลังทำงาน หันไปมองยังต้นทางของเสียงพร้อมกัน ร่างสูงโปร่งของใครบางคนก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ รอยยิ้มพิมพ์ใจถูกประดับไว้บนใบหน้าหล่อเหลาที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี—กวินทร์ สถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่จากบริษัทคู่แข่งทางการค้าและเป็นอดีตคนคุยเก่าของพิมพ์ตะวัน ที่จู่ๆ ก็โผล่มาปรากฏตัวกลางไซต์งานอันห่างไกลนี้อย่างไร้สาเหตุ
"สวัสดีครับทุกคน... พอดีผมผ่านมาแถวนี้ เลยแวะเอาขนมมาฝากทีมงานซะหน่อย" กวินทร์เอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเป็นกันเอง สายตาคมกริบกวาดมองสำรวจบรรยากาศภายในห้อง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างบางของพิมพ์ตะวันด้วยประกายตาพราวระยับ "อ้าว... พิมพ์ อยู่กับคุณธันวาหรอกเหรอครับเนี่ย นึกว่าทำงานกันอยู่คนเดียวซะอีก บรรยากาศดูเคร่งเครียดกันจังนะครับ"
พิมพ์ตะวันขมวดคิ้วมุ่นทันทีเมื่อเห็นหน้าแขกไม่速เชิญ ความอึดอัดฉายชัดขึ้นบนใบหน้า "รุ่นพี่กวินทร์... มาทำอะไรที่นี่คะ?"
ในขณะเดียวกัน ธันวาที่นั่งเงียบมาตลอดค่อยๆ วางปากกาในมือลง ช้าๆ และหนักแน่น ดวงตาคมกริบของวิศวกรหน้านิ่งหรี่ลงเล็กน้อย จับจ้องไปยังผู้มาใหม่ด้วยรังสีความเย็นเยียบที่แผ่พุ่งออกมาจนบรรยากาศในห้องลดฮวบลงหลายองศา ท่าทางคุกคามแบบเงียบเชียบนี้บอกชัดเจนว่าการปรากฏตัวของกวินทร์ในครั้งนี้... ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน
กวินทร์ยิ้มรับสายตานั้นอย่างไม่สะทกสะท้าน เขาก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของพิมพ์ตะวันมากขึ้นอีกนิด จงใจโน้มตัวลงกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ดังพอให้คนทั้งห้องได้ยินชัดเจน
"พอดีผมได้ยินข่าววงในมาว่าโปรเจกต์นี้กำลังมีปัญหาเรื่องโครงสร้าง... ผมก็เลยเป็นห่วง กลัวว่าพิมพ์จะต้องมานั่งเหนื่อยแก้แบบกับคนหัวดั้นด้นแถวนี้ฟรีๆ น่ะครับ เลยแวะเอา **'ข้อมูลลับ'** บางอย่างมาช่วยเซฟแรงคุณซะหน่อย"
สิ้นคำพูดนั้น แววตาของธันวาก็เปล่งประกายความอันตรายออกมาอย่างชัดเจน มือหนาที่วางอยู่บนโต๊ะกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
พิมพ์ตะวันหันไปมองหน้าธันวาแวบหนึ่งด้วยความตกใจ ก่อนจะหันกลับมาจ้องกวินทร์เขม็ง สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วถึงความผิดปกติที่กำลังคืบคลานเข้ามาในห้องนี้
และก่อนที่ใครจะได้ทันพูดอะไรต่อ ธันวาก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายยาวก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างกวินทร์กับพิมพ์ตะวันอย่างรวดเร็วราวกับเสือชีตาร์ที่กำลังปกป้องอาณาเขตของตัวเอง สายตาคมกวาดมองผู้มาใหม่ด้วยความเหยียดหยามเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงเย็นเยียบราวน้ำแข็ง
"พื้นที่ตรงนี้เป็นเขตก่อสร้างส่วนบุคคล และไม่อนุญาตให้คนนอกที่ไร้จรรยาบรรณเข้ามาป้วนเปี้ยน... เชิญออกไปก่อนที่ผมจะเรียก รปภ. มาเชิญคุณออกไปเองครับ"
กวินทร์หน้าเสียไปเล็กน้อยแต่ก็ยังฝืนยิ้มกลบเกลื่อน เขายืดตัวตรงแล้วหัวเราะในลำคอเบาๆ "ใจร้อนซะจริงนะครับคุณวิศวกร... ระวังเถอะครับ ของที่หวงมากๆ อาจจะหลุดมือไปให้คนอื่นง่ายๆ ถ้ามัวแต่ทำตัวแข็งกระด้างแบบนี้"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดถึงขีดสุดเมื่อสายตาทั้งสองคู่ประสานกันอย่างดุเดือด พิมพ์ตะวันเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวด้วยความกังวลระคนตกใจกับสถานการณ์ที่พลิกผันอย่างรวดเร็วนี้
แล้วจังหวะนั้นเอง... ธันวาที่ยืนบังเธออยู่ก็เอื้อมมือไปคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้แน่น ดึงรั้งให้เธอก้าวถอยหลังไปชิดแผ่นอกกว้างของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงมาแนบชิดข้างใบหูของเธอจนลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้ม พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยแรงหึงหวงอันดุเดือดที่สกัดกั้นไว้ไม่ไหว
**"อยู่เฉยๆ แล้วดูให้ดีนะครับ... ว่าของของผม ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะ"**
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
สถาปนิกปากกล้ากับวิศวกรหน้านิ่งที่พยายามไม่หวั่นไหว•ตอนที่ 8
ทางเลือกที่สวนทาง
ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากกล้ากับวิศวกรหน้านิ่งที่พยายามไม่หวั่นไหว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!