สถาปนิกปากกล้ากับวิศวกรหน้านิ่งที่พยายามไม่หวั่นไหว•ตอนที่ 9

ข้อเสนอที่น่าอึดอัด

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลหนาปึ้กถูกโยนลงบนโต๊ะกระจกใสเสียงดัง *ปึ้ง!* จนกาแฟเย็นในแก้วกระฉอก แรงสั่นสะเทือนนั้นน้อยกว่าแรงกระแทกจากคำประกาศิตของผู้อำนวยการฝ่ายโครงการที่ยืนค้ำหัวพวกเขาอยู่เพียงไม่กี่เซนติเมตร "ผมให้เวลาพวกคุณแค่สามสิบวัน" น้ำเสียงของ ‘ชัยวัฒน์’ เฉียบขาดและไม่เปิดช่องให้ต่อรอง "ตึกเอเทรียม เฟสสอง จะมีปัญหาไม่ได้ ถ้าโปรเจกต์นี้หลุดมือไป บริษัทเราเตรียมตัวปิดแผนกสถาปัตย์กับวิศวะรวมกันได้เลย และจำไว้... ผมไม่สนว่าพวกคุณจะเกลียดขี้หน้ากันขนาดไหน แต่ถ้าเดือนเดียวนี้แบบแปลนกับโครงสร้างไม่ลงตัวจนเซ็นอนุมัติ... เตรียมเก็บกระเป๋าออกจากตึกนี้ทั้งคู่" ประตูกระจกห้องประชุมปิดสนทนานานแล้ว ทว่าความอึดอัดยังคงลอยเคคว้างอยู่กลางอากาศราวกับหมอกหนาในฤดูหนาว พิมพ์ตะวันสูดหายใจเข้าลึกจนอกกระเพื่อม เธอปรายตามองเอกสารบนโต๊ะสลับกับชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ธันวายังคงรักษามาดนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน ร่างสูงใหญ่พิงพนักเก้าอี้กอดอก ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบคู่นั้นมองตรงมาที่เธออย่างไร้คลื่นอารมณ์ ให้ตายเถอะ... ผู้ชายคนนี้ทำหน้าได้น่าหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก เหตุการณ์เมื่อคืนที่เขาเอ่ยประโยคอวดดีว่า *‘ของของผม ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะ’* ยังคงดังสะท้อนอยู่ในหัว แต่วันนี้เขากลับนั่งนิ่งเป็นหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึก เสียแรงที่เธอเคยใจเต้นแรงไปสามวินาที! "มองหน้าผมแบบนี้ มีอะไรจะเสนอแนะในเชิงโครงสร้าง หรือจะยอมแพ้ตั้งแต่วันแรกดีล่ะครับ สถาปนิกพิมพ์ตะวัน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเจือแววเย้าหยอกเล็กน้อยแต่สีหน้ายังคงเรียบเฉยจนน่าตี พิมพ์ตะวันแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เธอโน้มตัวไปข้างหน้า มือเรียวบางประสานกันบนโต๊ะ ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายไม่แพ้กัน "ยอมแพ้งั้นเหรอคะ... เอ่อ... ครับ! ผมคงเข้าใจผิดไปเองว่าวิศวกรผู้ยิ่งใหญ่อย่างคุณธันวาจะมีความสามารถพอรับมือกับดีไซน์โค้งมนฟรีฟอร์มที่ฉันร่างขึ้นมาได้ ซЕ โลภเกินไปหรือเปล่าคะที่จะหวังงานนี้ให้จบในหนึ่งเดือน" ธันวาขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคมกริบหรี่ลง โครงหน้าคมคายขึ้นสันชัดเจนด้วยความขบขันที่เจ้าตัวจงใจซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา "ดีไซน์ของคุณมันสวยนะ... สวยแบบที่ถ้าสร้างจริง แรงลมปะทะมุมตึกจะหักโค่นลงมาทับหัวคนเดินถนนตายครึ่งค่อนเมือง ถ้าผมไม่แก้โครงสร้างให้ใหม่ คุณคงได้ไปยืนอธิบายให้ตำรวจฟังในฐานะฆาตกรออกแบบแทนที่จะได้เป็นสถาปนิกดีเด่น" "นี่คุณ!" พิมพ์ตะวันตบโต๊ะเบาๆ ด้วยความฉุนเฉียว ปากบางเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง "อย่ามาดูถูกงานของฉันนะ! ท่อร้อยสายไฟกับเสาหลักที่คุณใส่เข้ามานั่นแหละ มันทำลายสุนทรียศาสตร์ของตึกหมด สถาปัตยกรรมไม่ใช่แค่แท่งคอนกรีตทื่อๆ นะคะคุณวิศวกรหน้านิ่ง" "แต่ความสวยงามที่ไม่มีความปลอดภัย มันก็เป็นแค่ภาพวาดในจินตนาการของเด็กอมมือ" ธันวาโต้กลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะฝั่งที่เธอนั่งอยู่ช้าๆ จนพิมพ์ตะวันต้องผงะถอยหลังโดยอัตโนมัติ "จำคำพูดเมื่อคืนไม่ได้เหรอครับ... ผมบอกแล้วว่าผมดูแลงานของผมดี... และดูแล 'คน' ของผมดีด้วย" ประโยคหลังเขาจงใจลดเสียงลงกระซิบแผ่วเบา ทว่าก้องกังวานในโสตประสาทของเธอ หัวใจดวงน้อยที่พยายามตั้งกำแพงสูงลิ่วเกิดอาการกระตุกวูบขึ้นมาดื้อๆ พิมพ์ตะวันรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู เธอรีบเบือนหน้าหนีซ่อนความหวั่นไหวไว้ใต้ท่าทีแข็งกร้าว "ใครเป็นคนของคุณกัน อย่ามาพูดจาหลงตัวเองแถวนี้ งานก็คืองาน... เริ่มเลยดีกว่า ในเมื่อเรามีเวลาแค่ 30 วันตามคำสั่งเฉียบขาดนั่น" ธันวาไม่ยอมถอยห่าง เขากลับโน้มตัวลงมาใช้มือข้างหนึ่งค้ำขอบโต๊ะ ก้มหน้าลงมาจนระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอลดลงเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และความสะอาดสะอ้านลอยเข้าแตะจมูก จนพิมพ์ตะวันต้องกลั้นหายใจ "ตกลงครับ... สามสิบวันนี้ เรามาลองดูกันว่า 'งาน' ของเรา หรือ 'ใจ' ของใคร จะพังก่อนกัน" ธันวากระซิบด้วยน้ำเสียงพร่าต่ำ รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นเพียงเสี้ยววินาทีทำเอาสถาปนิกสาวผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครถึงกับพูดไม่ออก สมองอื้ออึงจนประมวลผลคำพูดโต้กลับไม่ทัน *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความอึดอัดที่ชวนให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ ทั้งสองผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับไฟลวก ประตูห้องประชุมเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงโปร่งของ "ปกรณ์" สถาปนิกหนุ่มรุ่นพี่อดีตคนรักเก่าของพิมพ์ตะวัน ที่เดินยิ้มร่าถือแฟ้มโปรเจกต์เข้ามา พร้อมกับคำพูดที่ทำให้บรรยากาศในห้องพลิกคว่ำในพริบตา "ขอโทษทีครับที่ขัดจังหวะ พอดีท่านประธานเพิ่งเรียกผมมารับหน้าที่ 'ที่ปรึกษาพิเศษ' ให้ช่วยคุมโปรเจกต์เอเทรียมร่วมกับพวกคุณสองคนด้วย... หวังว่าเราคงร่วมงานกันอย่างราบรื่นนะครับ ธันวา, พิมพ์" ธันวาหรี่ตาลงทันที รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกจากตัววิศวกรหนุ่มจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงหลายองศา ดวงตาคมกริบเหลือบมองปกรณ์ด้วยแววตาดุดลราศีนัคเรศที่พร้อมจะขยี้ทุกอย่างที่ขวางหน้า ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของดรากอนไรเดอร์มาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากกล้ากับวิศวกรหน้านิ่งที่พยายามไม่หวั่นไหว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%