สถาปนิกปากกล้ากับวิศวกรหน้านิ่งที่พยายามไม่หวั่นไหว•ตอนที่ 7

ช่องว่างของความเงียบ

ผลงานโดย ดรากอนไรเดอร์
แรงสะเทือนระดับริกเตอร์ย่อมๆ เมื่อครู่ไม่ได้ทำให้โครงสร้างเหล็กกล้าถล่มลงมาอย่างที่วิตก แต่แรงเหวี่ยงมหาศาลจากการทรุดตัวของพื้นคอนกรีตโซน C กลับส่งร่างของพิมพ์ตะวันถลาลอยละลิ่วออกจากแนวคานเซฟตี้อย่างไม่อาจควบคุม ท่ามกลางเสียงเหล็กคานลั่นเอี๊ยดออดยังก้องอยู่ในโสตประสาท โลกทั้งใบคล้ายจะหมุนคว่ำด้วยความเร็วสูง ทว่า—มันไม่มีการกระแทกกับพื้นปูนเย็นเฉียบอย่างที่สมองเตรียมใจรับความเจ็บปวด อ้อมแขนกำยำคู่หนึ่งตวัดรวบเอวบางไว้ด้วยความเร็วระดับเสือชีตาห์กระโจนตะครุบเหยื่อ แรงกระชากสวนทางทำให้แผ่นหลังหนาของธันวาฟาดเข้ากับเสาเหล็กโครงสร้างเต็มรัก เสียงลมหายใจกระชั้นกระเทือกดังปะปนกับเสียงคำรามต่ำในลำคอของวิศวกรหน้านิ่งคนเดิม แต่วินาทีนี้ สีหน้าเย็นชาที่เธอคุ้นตาได้มลายหายไปสิ้น “คุณธันวา!” พิมพ์ตะวันอุทานเสียงหลง มือเรียวที่เคยใช้ถือปากกาเขียนแบบและชี้หน้าเถียงเขาแทบขาดใจ บัดนี้กลับกำเสื้อเชิร์ตสีฟ้าอ่อนของคนตัวโตกว่าไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกของเธอเกือบชนเข้ากับกระดูกไหปลาร้าของเขา ความใกล้ชิดชนิดที่ลมหายใจรดรินผ่านเนื้อผ้าทำให้หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวผิดจังหวะ ยิ่งกว่าตอนคำนวณสถิติตึกสูงเสียฟ้าเสียอีก ธันวาไม่ได้ตอบทันที เขากัดกรามแน่นจนสันกรามคมชัดขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจความเรียบร้อยทั่วร่างของสถาปนิกสาวอย่างรวดเร็วราวกับสแกนเนอร์ ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียดออกมาพรืดใหญ่ “ถ้ายังซุ่มซ่ามแบบนี้อีกรอบ ผมจะจับคุณมัดติดกับเสาเข็มจริงๆ ด้วยนะพิมพ์ตะวัน” น้ำเสียงทุ้มต่ำที่หลุดลอดออกมาไม่ได้มีความดุดันอย่างที่ปากว่าเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม มันเจือด้วยความสั่นเครือบางเบาที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้มาดขรึมอย่างแนบเนียน แต่มีหรือที่คนอย่างพิมพ์ตะวันจะไม่ทันสังเกตเห็นประกายไหววับในดวงตาคู่นั้น ความหวาดกลัวที่ฉายชัดอยู่เสี้ยววินาทีเมื่อครู่ มันสะท้อนภาพความห่วงใยที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าคำหวานใดๆ ในโลก ความปากกล้าที่มักมีไว้ต่อกรกับเขาเสมอ… พลันมลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย “ฉัน… ฉันไม่ได้ซุ่มซ่าม พื้นมันทรุดต่างหากเล่า” เธอเถียงเสียงอ่อยลงอย่างผิดวิสัย ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นไปสบตาคมคายคู่นั้นตรงๆ เพราะกลัวว่าเขาจะจับพิรุธความรวนเรในหัวใจของเธอได้ “แต่สายตาคุณไม่ได้มองระดับพื้นตอนที่ก้าวเดินเมื่อกี้ คุณมัวแต่ห่วงเอกสารในมือ” ธันวาแย้งขึ้นทันควัน น้ำเสียงแม้จะยังติดความดุอยู่บ้าง แต่มือหนาที่ยังคงโอบประคองรอบเอวสอบของเธอกลับไม่ได้คลายออกเลยแม้แต่น้อย เขากลับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีกนิด เพื่อป้องกันแรงสั่นสะเทือนระลอกย่อยที่ยังคงหลงเหลืออยู่รอบตัว ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบข้างทันที ยกเว้นเสียงฝนที่โปรยปรายลงมากระทบแผ่นพลาสติกกันสาดด้านนอก ช่องว่างระหว่างความเงียบนี้ไม่ได้น่าอึดอัดเหมือนทุกครั้ง แต่มันกลับเต็มไปด้วยมวลอากาศอุ่นๆ ที่ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ จนแทบหายใจไม่ออก พิมพ์ตะวันค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ ปลายคางมนเกือบจะชนกับคางของเขา ดวงตากลมโตสบประสานเข้ากับนัยน์ตาสีนิลที่ลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทร ในระยะประชิดแค่นี้ เธอเพิ่งสังเกตเห็นรอยขีดข่วนจางๆ บริเวณโหนกแก้มของเขา ซึ่งน่าจะเกิดจากเศษปูนดีดใส่ตอนที่เขากระโดดเข้ามาคว้าตัวเธอไว้ มือเรียวยื่นออกไปโดยสัญชาตญาณ ปลายนิ้วสัมผัสเบาๆ ที่ข้างแก้มสากระคายของวิศวกรหนุ่มอย่างลืมตัว ธันวาชะงักกึก ร่างกายเกร็งขึ้นเล็กน้อยก่อนจะผ่อนคลายลง ปล่อยให้ปลายนิ้วอุ่นของเธอไล้ผ่านรอยแผลนั้นอย่างแผ่วเบา “คุณ… เจ็บไหมคะ… เอ๊ย เจ็บไหม” เผลอหลุดปากใช้คำพูดที่ไม่คุ้นชินไปชั่วขณะ เพราะความนุ่มนวลที่จู่ๆ ก็ตีตื้นขึ้นมาจุกอก ธันวาชะงักไปชั่ววินาที มุมปากหยักลึกยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง รอยยิ้มที่ไม่ได้เย้ยหยันหรือกวนประสาทเหมือนเวลาเถียงกันเรื่องแบบแปลน แต่มันคือรอยยิ้มที่ทำให้หัวใจของคนมองกระตุกวูบอย่างแรง “ถ้าคุณเปลี่ยนสรรพนามเมื่อกี้เป็นเรียกชื่อผมเฉยๆ ผมอาจจะหายเจ็บเร็วกว่านี้ก็ได้นะ” เสียงกระซิบแหบพร่าดังขึ้นชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นที่เป่ารดลาดไหล่ทำให้พิมพ์ตะวันสะดุ้งสุดตัว รู้สึกเหมือนเลือดทั้งหมดในร่างกายพุ่งมารวมกันบนใบหน้าจนร้อนผ่าว เธอรีบยันอกแกร่งออกเบาๆ แม้ในใจจะแอบเสียดายอ้อมกอดอุ่นๆ นั้นไม่น้อย “นี่! อย่ามาฉวยโอกาสตอนสถานการณ์คับขันนะคุณธันวา” เธอเชิดหน้าขึ้นพยายามกู้ฟอร์มสถาปนิกสาวผู้มั่นใจกลับคืนมา แม้ว่าสองแก้มจะแดงก่ำฟ้องความเขินอายจนปิดไม่มิดก็ตาม “ผมเปล่าฉวยโอกาส ผมแค่ทวงสิทธิ์ในฐานะคนที่ช่วยชีวิตคุณไว้ต่างหาก” ธันวาตอบหน้าตาย ไหล่กว้างไหวเล็กน้อยอย่างไม่ยี่หั่น เขายอมปล่อยมือออกจากเอวเบางat last แต่สายตายังคงจ้องมองเธอไม่วางตา ราวกับกลัวว่าถ้าคลาดสายตาไปแม้แต่วินาทีเดียว เธอจะหาเรื่องเจ็บตัวใหม่อีก พิมพ์ตะวันเม้มปากแน่น หัวใจยังคงเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ บรรยากาศรอบตัวที่เคยเคร่งเครียดจากอุบัติเหตุเมื่อครู่ กลับถูกแทนที่ด้วยความหวานล้ำที่อบอวลอยู่เต็มพื้นที่ว่างระหว่างคนทั้งคู่ จนเธอต้องเบือนหน้าหนีไปมองทางอื่นเพื่อตั้งสติ ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอื้อnเอ่ยคำพูดใดออกมาทำลายความเงียบที่เปี่ยมด้วยความหมายนี้— “คุณธันวาครับ! หัวหน้าวิศวกรฝ่ายภาคสนามแจ้งมาว่า… อุ๊ย!” เสียงตะโกนพร้อมกับฝีเท้าที่วิ่งพรวดพราดเข้ามาของลูกน้องหนุ่มดังทะลุผ่านประตูม่านพลาสติกเข้ามา พร้อมกับร่างของวิศวกรฝึกงานที่หยุดชะงักกึกอ้าปากค้าง เมื่อเห็นภาพตรงหน้า—ภาพที่วิศวกรหน้านิ่งผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยชา กำลังยืนประชิดตัวสถาปนิกสาวคนเก่งในระยะประชิดชนิดที่ลมหายใจแทบจะรวมกัน ธันวาตวัดสายตาคมกริบดั่งใบมีดไปมองผู้มาใหม่ทันที รังสีความเย็นชาแผ่ซ่านออกมาจนอุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงสามองศาเซลเซียสในพริบตา “มีอะไรก็ว่ามา อย่าเสียงดัง” เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟัน เอ่ยลอดออกมาด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะสำคัญ วิศวกรฝึกงานกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก รีบเบนสายตาหนีมองพื้นทันทีด้วยความเลิกลั่ก “อ่า… คือ… ทางนั้นบอกว่าเสาเข็มต้นหลักรับน้ำหนักได้ปกติแล้วครับ ไม่มีอะไรน่าห่วง… ผม… ผมขอตัวไปตรวจหน้างานต่อนะครับ!” พูดจบก็หมุนตัววิ่งหนีหายออกไปจากโซนนั้นด้วยความเร็วสูงราวกับเจอผีสิง พิมพ์ตะวันแอบหลุดหัวเราะคิกออกมาเบาๆ กับท่าทางลนลานนั้น ก่อนจะหันกลับมาสบตากับคนข้างกายที่ตอนนี้ใบหน้ากลับมาเรียบตึงเป็นน้ำแข็งเช่นเดิม แต่ดวงตาคู่นั้นยังคงทอประกายความกรุ่นโกรธที่ถูกขัดจังหวะอย่างชัดเจน ธันวาถอนหายใจยาว พลางส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาคว้าข้อมือเรียวของเธอไว้หลวมๆ แล้วออกแรงดึงเบาๆ “หมดเรื่องตื่นเต้นแล้ว กลับไปเคลียร์แบบแปลนต่อให้เสร็จ… อย่าคิดว่าจะรอดตัวเรื่องที่เกือบทำผมหัวใจวายนะพิมพ์ตะวัน” คำพูดตัดพ้อที่เจือความคลั่งรักแบบเนียนๆ ทำให้สถาปนิกสาวเม้มปากกลั้นยิ้ม เผลอปล่อยให้ตัวเองเดินตามแรงจูงมือของวิศวกรหน้านิ่งไปอย่างว่าง่าย โดยไม่รู้เลยว่า… ที่มุมเสาด้านนอก มีเงาร่างของใครบางคนกำลังยืนจ้องมองภาพเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาคมกริบที่เต็มไปด้วยความริษยาและแผนการร้ายที่กำลังก่อตัวขึ้นในความมืด! ---------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสโมเมนต์หัวใจเต้นแรงของสองคนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (ดรากอนไรเดอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากกล้ากับวิศวกรหน้านิ่งที่พยายามไม่หวั่นไหว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%