"ไอ้ศิลา! กูหาหลักฐานคดีเก่าที่มึงต้องการเจอแล้ว... เฮ้ย! พวกมึงสองคนกำลังทำอะไรกันวะเนี่ย?!"
เสียงตะโกนแหบห้าวของ 'กรณ์' ดังทะลุบานประตูไม้โอ๊คที่ปิดไม่สนิทเข้ามา ทำลายบรรยากาศตึงเครียดและเปราะบางในห้องทำงานแคบๆ ของเซฟเฮาส์ไร้ชื่อจนย่อยยับ ในเสี้ยววินาทีนั้น ระยะห่างระหว่างใบหน้าของศิลาและรินรดาแทบไม่เหลือช่องว่าง ปลายจมูกของทั้งคู่เกือบจะชนกันบนโต๊ะร่างแบบ รินรดาที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้หมุนสะดุ้งสุดตัว รีบดันอกแกร่งของสถาปนิกหนุ่มให้ออกห่างด้วยแรงทั้งหมดที่มี ขณะที่ศิลาเองก็ผถอยหลังกรูด ใบหน้าคมสันที่มักจะเรียบนิ่งไร้ความรู้สึกกลับปรากฏรอยแดงจางๆ ที่ข้างแก้มอย่างรวดเร็ว
ศิลาขยากแว่นตาแก้เก้อ พยายามปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติอย่างยากลำบาก "เคาะประตูก่อนเข้าห้องมันยากนักหรือไงวะ ไอ้กรณ์"
"กูก็เคาะแล้วสามครั้ง แต่มึงสองคนมัวแต่สุมหัวทำอะไรกัน จนไม่ได้ยินกูต่างหากเล่า!" กรณ์ก้าวเข้ามาในห้องโดยไม่รอคำอนุญาต ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ สายตากรุ้มกริบกวาดมองระหว่างศิลาที่ยืนหน้าตึงกับรินรดานั่งกอดอก เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรงด้วยความหงุดหงิด
รินรดาปรายตามองเพื่อนสนิทของศิลาด้วยแววตาคมกริบ ปากบางเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดจะประชดประชันเพื่อกลบเกลื่อนความร้อนผ่าวบนใบหน้า "ถ้าสายตาแกไม่ได้มีไว้ประดับเบ้าหน้าเฉยๆ แกน่าจะเห็นนะกว่าฉันกับศิลาแค่กำลังเคลียร์เรื่องงาน... งานสถาปัตย์น่ะ นายเข้าใจคำนี้ไหมคุณผู้กอง?"
"งานสถาปัตย์ที่หน้าใกล้กันจนเกือบจะแลกลิ้นเนี่ยนะ รินรดา?" กรณ์เลิกคิ้วสูง หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดีก่อนจะโยนแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำครึลงบนโต๊ะทำงาน "เอาเถอะ เรื่องสวีทของพวกมึงค่อยไปเคลียร์กันทีหลัง ตอนนี้มีเรื่องสำคัญกว่านั้น... แฟ้มนี้แหละ หลักฐานคดีไฟไหม้สำนักงานสถาปนิกเมื่อห้าปีก่อนที่มึงตามหามาตลอด ศิลา"
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความอึมครึมทางอารมณ์ กลายเป็นความกดดันหนักอึ้งในทันที
ชื่อคดีไฟไหม้เมื่อห้าปีก่อนทำให้อุณหภูมิรอบตัวศิลาราวกับลดฮวบลงจนติดลบ แววตาสุขุมนิ่งสนิทเมื่อครู่ไหววูบไปชั่วขณะ มือหนาที่วางอยู่ข้างลำตัวค่อยๆ กำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน รินรดาเหลือบมองปฏิกิริยาของชายหนุ่มข้างกาย เซนส์ด้านศิลปินและสัญชาตญาณบอกเธอทันทีว่า เบื้องหลังแว่นตากรอบบางคู่นั้นกำลังซ่อนบาดแผลเหวอะหวะที่ถูกปิดตายไว้ด้วยความหยิ่งทะนง
"ขอบใจมากกรณ์ แกออกไปก่อนเถอะ" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า สายตาไม่ละไปจากแฟ้มเอกสารตรงหน้า
กรณ์หุบยิ้มเมื่อเห็นสีหน้าเพื่อนรัก เขารู้ดีว่าความลับในแฟ้มนั้นหนักหนาแค่ไหน ตบบ่าหนาของศิลาเบาๆ หนึ่งครั้งก่อนจะเดินเลี่ยงออกจากห้อง ปล่อยให้บานประตูไม้ปิดลง เหลือเพียงความเงียบงันที่กดทับหัวใจคนทั้งคู่
รินรดานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ เธอมองเสี้ยวหน้าของศิลาที่ตอนนี้สันจมูกโด่งเป็นสันขึ้นเงาตามแสงไฟสลัวในห้อง สถาปนิกผู้ไร้ที่ติในสายตาคนทั่วไป กำลังดูเปราะบางราวกับแก้วที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ
"จะเปิดดูไหม" รินรดาเอ่ยถามทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นโดยไม่รู้ตัว ไม่มีร่องรอยของการประชดประชันเหมือนทุกครั้ง
ศิลาหันมามองหน้าเธอ ดวงตาสดใสแต่ดุดันคู่นั้นสะท้อนภาพของเขาอยู่ข้างใน ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารเก่าๆ นั้นขึ้นมา นิ้วเรียวเปิดหน้าปกออกอย่างช้าๆ ราวกับกลัวว่าความจริงข้างในจะกระโดดขึ้นมาทำร้าย
กระดาษรายงานการสอบสวน ภาพถ่ายสถานที่เกิดเหตุที่ถูกไฟไหม้เกรียม และบทสรุปของคดีที่ระบุชัดเจนว่า 'เกิดจากความประมาทเลินเล่อของผู้ออกแบบ'
"ห้าปี... ที่ฉันแบกคำว่าฆาตกรทางอ้อมไว้บนบ่า" ศิลาพึมพำออกมา เสียงของเขาแหบแห้งและสั่นเทาเล็กน้อย รอดพ้นจากการควบคุมอันสมบูรณ์แบบที่เขาสร้างขึ้นมาตลอด
รินรดาลุกขึ้นยืน ช้าๆ เธอก้าวเข้าไปใกล้ชายหนุ่มอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่มีความลังเล มือเรียวเล็กเอื้อมไปวางทับลงบนหลังมือหนาที่กำลังสั่นเทาบนโต๊ะ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเธอส่งผ่านไปยังผิวของเขา ศิลาชะงัก เงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวด้วยความประหลาดใจ
"นายไม่ได้ทำ" รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ดวงตาคู่สวยมองตรงเข้าไปในดวงตาของเขา "คนอย่างศิลาไม่มีวันสะเพร่าเรื่องโครงสร้างเด็ดขาด ฉันไม่รู้จักนายดีพอหรอก แต่งานที่นายทำ... ความหมกมุ่นบ้าคลั่งที่นายใส่ใจทุกรายละเอียด มันบอกฉันหมดแล้วว่านายไม่มีทางเป็นคนทำลายผลงานของตัวเอง"
คำพูดของรินรดาเปรียบเสมือนกุญแจดอกสำคัญที่ไขประตูห้องขังในใจของศิลา ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจเขามาตลอดห้าปีได้รับการปลอบประโลมจากปากของคนที่เขาเคยคิดว่าเป็นแค่ 'ดีไซเนอร์ปากแจ๋ว' น่ารำคาญ
ศิลาแค่นยิ้มขมขื่น สายตาคมกราบมองรินรดาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย "เธอไม่รู้หรอกริน... คืนนั้นฉันเป็นคนสั่งให้แก้แบบโครงสร้างคานรับน้ำหนักเอง เพราะฉันต้องการให้มันดูโปร่งโล่งตามที่ลูกค้าต้องการ ฉันเป็นคนเซ็นอนุมัติ... ถ้าวันนั้นฉันไม่ดื้อรั้น ทุกคนก็คงไม่ต้องตาย"
น้ำเสียงของเขารingซึ้งด้วยความเจ็บปวดที่ถูกเก็บกักไว้ใต้ความสุขุมมาเนิ่นนาน รินรดารู้สึกได้ถึงความหนาวเหน็บที่แผ่ออกมาจากตัวของชายหนุ่ม เธอตัดสินใจทำในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำกับใครมาก่อน สองแขนเรียวเอื้อมไปโอบรอบลำตัวแกร่งของศิลา ดึงร่างสูงให้เข้ามาซบลงที่ไหล่ของเธอ
ศิลาตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนที่ความอบอุ่นจากอ้อมกอดที่ไม่คาดคิดจะค่อยๆ ละลายกำแพงในใจของเขา ศีรษะทุยซบลงกับลาดไหล่บางของหญิงสาว ปล่อยให้ความอ่อนแอที่สะสมมานานนับปีได้ระบายออกมาในพื้นที่ปลอดภัยที่มีเพียงเธอกับเขา
"มันไม่ใช่ความผิดของนาย ศิลา... มันคืออุบัติเหตุ" รินรดากระซิบแผ่วเบาข้างใบหูของเขา มือบางลูบแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบาเพื่อปลอบโยน เคมีที่เคยร้อนแรงด้วยการเชือดเฉือนคารม บัดนี้กลับเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นลึกล้ำที่ถักทอหัวใจทั้งสองดวงเข้าด้วยกันในความเงียบ
ศิลาหลับตาลง ซึมซับความอบอุ่นนั้นไว้ ความรู้สึกเจ็บปวดในอดีตเริ่มเลือนรางลงเมื่อมีกลิ่นหอมจางๆ จากตัวของรินรดาเข้ามาแทนที่ เขายกมือขึ้นโอบกอดเอวบางของเธอไว้แน่นขึ้น ราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือ ภาพฝันนี้จะหายวับไปกับตา
บรรยากาศในห้องเงียบสงบ มีเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของคนทั้งคู่ที่สะท้อนก้องในความมืดสลัว
ทว่า... ในวินาทีที่ศิลาเริ่มรู้สึกว่าหัวใจที่ด้านชาของตัวเองกำลังกลับมาเต้นใหม่อีกครั้ง เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบอย่างไม่รู้จักกาลเทศะ
ศิลาขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ เขาผละตัวออกจากอ้อมกอดของรินรดาอย่างเสียดาย ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ ปลายนิ้วเรียวกดรับสายด้วยใบหน้าบึ้งตึง
"มีอะไร" ศิลาถามเสียงห้วน
ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบของบุคคลที่ไม่คาดฝันจะดังขึ้นผ่านลำโพง ทำเอาศิลาถึงกับหน้าถอดสี และทำให้รินรดาที่ยืนอยู่ข้างๆ ต้องผะงกหัวหันมามองด้วยความตกใจ
*"กูอุตส่าห์ส่งแฟ้มไปให้ถึงมือ... แต่ดูท่าทางพวกมึงจะมีความสุขกันเกินไปหน่อยนะ ศิลา... รู้ไหมว่าตอนนี้ 'มัน' กำลังยืนอยู่หน้าประตูเซฟเฮาส์ของมึงแล้ว"*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ศิลาและรินรดามาจนถึงตอนนี้นะครับ
เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 10
กฎของความเงียบ
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!