เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 11

รอยร้าวในกำแพง

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
เสียงเคาะกระจกเบาๆ สองครั้ง ไม่ได้มาจากด้านหน้าตรงประตูบานใหญ่ที่เชื่อมต่อกับโลกภายนอก แต่มันดังมาจากผนังคอนกรีตเปลือยด้านหลังชั้นวางแบบแปลน รินรดาสะดุ้งสุดตัว ปากกาแล็ปท็อปในมือเกือบหลุดร่วงลงพื้น ถ้าไม่ใช่เพราะมือหนาของศิลาคว้าข้อมือเขาไว้เสียก่อน แรงกระชากนั้นดึงร่างเพรียวให้เซเข้าไปปะทะแผงอกแกร่งโดยไม่ต้องมีคำอธิบายใดๆ กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมกับกลิ่นเหล็กกล้าเย็นเฉียบจากตัวของสถาปนิกหนุ่มลอยเข้าแตะจมูก ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนได้ยินเสียงหัวใจเต้นกระหน่ำในอก "เงียบ" ศิลาออกคำสั่งเสียงต่ำ ร่างสูงขยับบังตัวของรินรดาไว้มิดชิด สายตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองไปทั่วห้องทำงานที่ถูกดัดแปลงเป็นเซฟเฮาส์ชั่วคราว ปลายนิ้วเรียวยาวของเขาเลื่อนไปแตะด้ามปืนพกสั้นที่เหน็บไว้ที่เอวอย่างระแวดระวัง "ปล่อยก่อนเถอะน่า คุณศิลา มือคุณนี่หนีบข้อมือผมจนจะเป็นรอยช้ำอยู่แล้วนะ" รินรดาเบ้หน้า กระซิบลอดไรฟันด้วยความหมั่นไส้ แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความตกใจแต่ความพยศในตัวไม่เคยลดลง "แล้วเสียงเมื่อกี้... ใครมันจะมาเคาะผนังวะ นี่มันชั้นสามนะ หรือว่าผีตึกเก่าตามมาทวงค่าดีไซน์?" "ถ้าเป็นผี ผมคงไม่ต้องควักปืนออกมาเตรียมยิงหรอกครับ" ศิลาตอบเสียงเรียบ สีหน้าเคร่งเครียดไร้แววหยอกล้อ "จำข้อความที่ส่งเข้ามาเมื่อคืนไม่ได้หรือไง... 'มันกำลังยืนอยู่หน้าประตูเซฟเฮาส์ของมึงแล้ว' แต่ดูท่าทางเราจะประเมินมันต่ำไปหน่อย มันไม่ได้อยู่แค่หน้าประตู... แต่มันเข้ามาอยู่ในโครงสร้างอาคารนี้ตั้งแต่พวกเราเริ่มแก้แบบแปลนงี่เง่าของคุณแล้วต่างหาก" คำพูดของศิลาทำให้รินรดาขนลุกซู่ ความเย็นวาบแล่นพล่านจากต้นคอลงมาถึงกระดูกสันหลัง ดีไซเนอร์หนุ่มกวาดสายตามองไปรอบห้อง ผนังปูนเปลือยที่เขาเคยคิดว่ามันคืองานดีไซน์สไตล์ลอฟท์ดิบๆ เท่ๆ ตอนนี้กลับดูคล้ายกรงขังที่ถูกเจาะช่องทางเข้าออกโดยที่พวกเขาไม่เคยรู้ตัวเลยแม้แต่น้อย "หมายความว่ายังไง..." รินรดาถามเสียงเบาลง ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปจนหมดสิ้น "แปลนตึกนี้คุณเป็นคนรีโนเวทเองไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมีทางลับที่แม้แต่คุณก็ไม่รู้?" "ไม่ใช่ว่าผมไม่รู้..." ศิลาขบกรามแน่นจนสันกล้ามเนื้อขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาคมเข้มทอดมองไปยังรอยแยกเล็กๆ บนปูนฉาบที่เพิ่งกะเทาะออก "แต่มีคนจงใจ 'ซ่อน' มันไว้ใต้ชั้นคอนกรีตหนาเตอะต่างหาก... คนที่เคยร่วมงานกับผมเมื่อสามปีก่อน คนที่รู้โครงสร้างตึกนี้ทุกตารางนิ้วพอๆ กับผม" บรรยากาศในห้องอึมครึมลงถนัดตา แสงไฟนีออนสีส้มสลัวสาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของศิลาที่เต็มไปด้วยความกรุ่นโกรธและร่องรอยของอดีตที่ตามมาหลอกหลอน รินรดาแอบมองเสี้ยวหน้าของคนตัวโตกว่า ความรู้สึกต่อต้านที่เคยมีถูกแทนที่ด้วยความสงสัยและความเห็นใจลึกๆ เขาขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงขึ้นอีกนิดโดยไม่รู้ตัว มือเรียวยื่นไปแตะแขนเสื้อของอีกฝ่ายเบาๆ เป็นเชิงบอกใบ้ว่าเขายังอยู่ตรงนี้ ไม่ได้คิดจะวิ่งหนีไปไหน "ถ้ามันรู้งานของเราทั้งหมด ทำไมมันยังไม่บุกเข้ามาล่ะ" รินรดาตั้งคำถามด้วยเซนส์ของคนทำงานศิลป์ที่มองลึกถึงก้นบึ้งของจิตวิทยา "พวกมันไม่ได้อยากฆ่าเราในทันทีหรอก... มันรอให้เราเจออะไรบางอย่างต่างหาก" ศิลาหันมามองคนข้างกาย แววตาอ่อนลงชั่วพริบตaก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวเช่นเดิม นิ้วเรียวของสถาปนิกหนุ่มเอื้อมไปเคาะที่ผนังปูนบริเวณรอยร้าว เสียงโปร่งกลวงที่สะท้อนกลับมาทำให้รู้ทันทีว่าหลังกำแพงแผ่นนี้มีพื้นที่ว่างขนาดใหญ่อยู่ "คุณฉลาดเกินไปแล้ว รินรดา" ศิลาเอ่ยเสียงพร่า ประชดเบาๆ แต่แฝงความเอ็นดูไว้อย่างแนบเนียน "ถอยไปห่างๆ ครับ ผมจะพังมันออก" ปัง! เสียงถีบเข้าที่รอยร้าวของผนังคอนกรีตดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นปูนฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ รินรดาไอโขลกๆ ยกมือขึ้นปัดปุ่นออกจากใบหน้า แต่ดวงตากลับเบิกกว้างเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังกำแพงนั้น มันไม่ใช่ทางหนีไฟ หรือท่อระบายอากาศอย่างที่ควรจะเป็น... ศิลาชะงักค้าง ร่างสูงนิ่งงันไปทันทีเมื่อแสงไฟจากแฟลชโทรศัพท์มือถือสาดส่องเข้าไปกระทบกับวัตถุที่ถูกซ่อนอยู่ภายในช่องลับนั้น แฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสนิท วางสงบนิ่งอยู่บนโต๊ะเหล็กเก่าๆ ที่มีคราบสนิมเกรอะกรัง ด้านบนสุดของแฟ้มมีกระดาษโน้ตสีเหลืองแปะไว้ด้วยลายมือที่ทั้งศิลาและรินรดาคุ้นเคยดี มันคือลายมือของสถาปนิกอาวุโสผู้ล่วงลับ... อาจารย์ของศิลาเอง รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาก้าวเท้าเข้าไปใกล้ศิลา เอื้อมมือไปหยิบแฟ้มเอกสารนั้นขึ้นมาด้วยความระมัดระวัง ท่ามกลางสายตาห้ามปรามของคนตัวโต "อย่าเพิ่ง..." ศิลาปรามเสียงเข้ม แต่ไม่ทันเสียแล้ว เมื่อรินรดาเปิดหน้าแรกของแฟ้มออก แสงไฟฉายส่องกระทบเข้ากับภาพถ่ายการก่อสร้างตึกแห่งนี้เมื่อสิบปีก่อน พร้อมกับบันทึกข้อความลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยหมึกสีแดงฉาน *ความจริงที่พวกแกตามหา... ถูกฝังอยู่ใต้ฐานรากตึกนี้ตั้งแต่วันแรกแล้ว* สิ้นเสียงอ่านในใจของรินรดา เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่บันไดหนีบด้านนอก เสียงเหล็กกระทบกันก๊องแก๊งบ่งบอกถึงการมาเยือนของผู้ไม่ประสงค์ดีที่เดินลัดเลาะมาตามโครงสร้างตึกอย่างแม่นยำ ศิลาคว้าข้อมือรินรดากระชากให้หลบมาอยู่ด้านหลังทันที ดวงตาสีเข้มฉายแววอันตรายดึงสัญชาตญาณนักสู้ในตัวออกมาเต็มพิกัด นิ้วปลดล็อกเซฟปืนในมือดังคลิก เสียงลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งทะยานถึงขีดสุด ก่อนที่ประตูห้องทำงานจะถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเงาปริศนาในชุดสูทสีดำสนิทที่ยืนจังก้าอยู่ตรงกรอบประตู พร้อมรอยยิ้มเยาะเย้ยที่ส่งตรงมายังพวกเขาทั้งคู่... "เจอตัวสักทีนะ... ศิลา ลูกศิษย์กตัญญู" โปรดติดตามตอนต่อไปด้วยใจระทึกนะครับ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "แบล็กสมิธในตำนาน" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%