"เจอตัวสักทีนะ... ศิลา ลูกศิษย์กตัญญู"
ประโยคสั้นๆ ที่ลอยเคว้งอยู่ในอากาศเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน ยังคงทิ้งร่องรอยความเย็นยะเยือกไว้บนผิวหนัง ราวกับใบมีดที่เพิ่งกรีดผ่านความเงียบงันในเซฟเฮาส์ไร้ชื่อแห่งนี้
ศิลานิ่งงัน ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตสีเข้มยืนขวางหน้าประตูห้องทำงานราวกับเสาเข็มที่ตอกลงบนดินแข็ง กรามของเขาขบเข้าหากันจนสันนูนขึ้นชัดเจน ดวงตาคมกริบที่เคยนิ่งสงบดั่งผิวน้ำยามไร้ลม บัดนี้กลับไหววับด้วยระลอกคลื่นแห่งความทรงจำสีดำมืดที่เขาพยายามฝังกลบมันมาตลอดหลายปี
"ออกไปจากที่นี่ซะ ริน" น้ำเสียงของศิลาต่ำลึก ทุบทำลายความเงียบลงด้วยความเด็ดขาดที่ซ่อนความสั่นเครือไว้ภายใต้ชั้นเหล็กกล้า
รินรดาไม่ได้ขยับเขยื้อน ดีไซเนอร์หนุ่มร่างโปร่งในชุดเสื้อผ้าสไตล์มินิมอลยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน แว่นตากรอบบางสะท้อนแสงไฟสลัวในห้อง ดวงตาคมกวาดมองปฏิกิริยาของสถาปนิกหนุ่มผู้แสนเจ้าระเบียบอย่างพินิจพิจารณา เขารู้จักศิลาน้อยไปเสียที่ไหน ศิลาผู้ไม่เคยแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็น ผู้ชายที่แบกโลกทั้งใบไว้บนบ่าแล้วทำตัวราวกับมันเบาหวิวเหมือนขนนก
"ออกไป?" รินรดาทวนคำ เสียงหัวเราะในลำคอเบาหวิวแต่กลับบาดลึก "คุณคิดว่าตัวเองเป็นใคร ศิลา? ฮีโร่ผู้เสียสละที่คิดจะจัดการกับปีศาจในอดีตด้วยตัวคนเดียวงั้นเหรอ?"
"มันไม่ใช่เรื่องของคุณ"
"ใช่ มันไม่ใช่เรื่องของผม!" รินรดาผุดลุกขึ้น ก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปประชิดร่างสูงที่ยืนขวางทางอยู่ แรงกดดันจากความหงุดหงิดระเบิดออกมาผ่านสายตาแข็งกร้าว "แต่เพราะไอ้ 'ไม่ใช่เรื่องของผม' นี่แหละ ที่ทำให้ผมต้องมานั่งปวดหัวกับโปรเจกต์บ้าๆ ในเซฟเฮาส์งี่เง่าของคุณ และถ้าคุณเกิดเป็นอะไรขึ้นมาไอ้พวกเจ้าหนี้หรือศัตรูเก่าแก่ของคุณบุกมาสอยคุณร่วงคาโต๊ะทำงาน คุณคิดว่าผมจะลอยตัวพ้นความซวยหรือไง!"
ศิลาเหลือบมองคนตัวเล็กกว่าที่ยืนจ้องหน้าเขาอย่างไม่เกรงกลัว ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือ พื้นที่หายใจเริ่มถูกบีบอัดด้วยอารมณ์ดิบๆ ที่พุ่งพล่าน รินรดาตัวเล็กกว่าเขา แต่แรงดึงดูดและความดื้อรั้นในแว่นตากรอบบางคู่นั้นกลับทรงพลังเสียจนเขากลัว... กลัวว่าเกราะป้องกันที่เขาสร้างมาตลอดจะพังทลายลงด้วยมือของคนตรงหน้า
"คุณไม่เข้าใจหรอก ริน" ศิลาถอนหายใจยาว พยายามระงับอารมณ์ที่ตีรวนในอก "โลกที่ผมยืนอยู่มันสกปรกเกินกว่าที่คุณจะเอาตัวเข้ามาพัวพัน"
"สกปรก?" รินรดาแค่นAยิ้มหยัน ปลายนิ้วเรียวแตะลงบนอกเสื้อของศิลาเบาๆ แต่หนักหน่วงพอที่จะทำให้คนตัวโตกว่าชะงัก "อย่ามาทำเป็นพูดจาเท่ๆ กลบเกลื่อนความโง่เขลาของคุณหน่อยเลย ศิลา คุณคิดว่าการขังตัวเองไว้ในที่แบบนี้ แล้วทำตัวเป็นเป้านิ่งให้คนที่ตามล่าคุณหาตัวเจอ มันคือการปกป้องคนอื่นงั้นเหรอ? นั่นมันเรียกว่าการหนีต่างหาก!"
คำพูดนั้นคมกริบราวกับปลายมีดสเตนเลสที่เจาะเข้ากลางใจ ศิลาชะงัก กรามขบแน่นยิ่งกว่าเดิม มือหนาเอื้อมไปคว้าข้อมือเรียวที่วางอยู่บนอกตัวเองตั้งใจจะผลักไส แต่วินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัสผิวอุ่นของอีกฝ่าย เขากลับทำได้แค่กุมมันไว้แน่นโดยไม่รู้ตัว
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจที่กระชั้นชิดของคนทั้งคู่ที่สะท้อนก้องในห้องแคบๆ เคมีประหลาดระหว่างความดื้อรั้นของดีไซเนอร์ปากแจ๋วกับความดื้อด้านของสถาปนิกปากหนัก กำลังเผาผลาญอากาศรอบตัวให้ร้อนระอุ
"ผมไม่ได้หนี" ศิลาสบตาอีกฝ่ายตรงๆ น้ำเสียงแหบพร่าลงอย่างน่าประหลาด "ผมแค่กำลังรอเวลา... เคลียร์บัญชีที่ค้างคาให้มันจบ"
"ด้วยการเอาชีวิตตัวเองไปทิ้งเนี่ยนะ?" รินรดาย้อนถาม เสียงสั่นเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด ความโกรธเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอึดอัดแน่นในอกเมื่อเขาเห็นประกายความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ลึกก้นบึ้งในดวงตาคู่นั้นของศิลา "คุณเก่งทุกเรื่อง ศิลา... เก่งจนน่าหมั่นไส้ เก่งจนผมอยากจะซัดหน้าสักทีสองที แต่ทำไมเรื่องรักตัวเอง คุณถึงได้โง่เง่านักวะ"
คำด่าทอที่หลุดออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบไม่ได้ทำให้ศิลาโกรธ ตรงกันข้าม... มันกลับทำให้หัวใจที่ด้านชามานานหลายปีเต้นกระหน่ำขึ้นมาอย่างเจ็บปวด
นิ้วมืออีกข้างของศิลาที่ว่างอยู่ เอื้อมขึ้นไปแตะกรอบแว่นและปอยผมที่ระหน้าผากของรินรดาแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนจนผิดวิสัยทำให้รินรดานิ่งค้าง ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
"เป็นห่วงผมเหรอครับ?" ศิลาสวนกลับด้วยน้ำเสียงกระซิบพร่า ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่ง รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้าแหย่และร่องรอยของความโหยหาที่ถูกเก็บกดไว้
รินรดารีบปัดมือใหญ่นั้นออกทันที ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเคืองขัด ไม่ใช่เพราะเขินอาย... แต่เพราะโดนจับจุดได้ต่างหาก!
"ใครเป็นห่วงคุณ! อย่าหลงตัวเองให้มันมากนักนะศิลา!" รินรดาเชิดหน้าขึ้น เสียงแข็งกลบเกลื่อนพิรุธ "ผมแค่กลัวว่าถ้าคุณตายคาออฟฟิศนี้ งานดีไซน์ที่ผมตรวจแก้จนตาแฉะมันจะพลอยล่มไปด้วยต่างหากเล่า!"
ศิลาหัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำที่ดังใกล้ชิดทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปในแรงโน้มถ่วงที่ไม่อาจหลุดพ้น ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดอีกนิดจนหลังของรินรดาเกือบชิดติดกับชั้นหนังสือด้านหลัง พื้นที่ระหว่างเขาทั้งสองถูกบีบอัดจนแทบไม่เหลือช่องว่าง
"ปากดีแบบนี้..." ศิโน้มใบหน้าลงมา กระซิบชิดริมหูจนลมหายใจอุ่นรดรดต้นคอ "ระวังจะไม่ได้กลับออกไปง่ายๆ นะครับ ดีไซเนอร์"
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นรัวระรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน แต่ก่อนที่เขาจะได้สวนคำพูดแสบๆ กลับไปเพื่อรักษาฟอร์ม...
*กริ๊งงงงง—!*
เสียงกริ่งหน้าประตูเซฟเฮาส์ดังขึ้นแทรกกลางความเงียบ เสียงนั้นแหลมคมและทำลายบรรยากาศสีชมพูแกมอันตรายให้พังทลายลงในเสี้ยววินาที
ศิลาชะงัก ดวงตาคมกริบเปลี่ยนกลับเป็นโหมดระแวดระวังภัยทันที ร่างสูงผละออกจากรินรดาอย่างรวดเร็ว กวาดสายตามองไปที่จอมอนิเตอร์กล้องวงจรปิดด้านหน้าทางเข้า
รินรดายืนหอบหายใจเล็กน้อย จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ใบหน้ายังคงแดงก่ำด้วยความกรุ่นโกรธที่ถูกขัดจังหวะ แต่เมื่อเขาเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของศิลาที่จ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ ร่างกายก็พลอยเกร็งตามไปด้วย
"ใครมา?" รินรดาถามเสียงเบา
ศิลาไม่ตอบ นิ้วเรียวของเขากดปุ่มเปิดภาพจากกล้องวงจรปิด ภาพบนหน้าจอเผยให้เห็นร่างของชายสวมหมวกแก๊ปสีดำก้มหน้าต่ำยืนอยู่หน้าประตู มือข้างหนึ่งถือซองเอกสารสีน้ำตาลยับยู่ยี่
ทว่า... สิ่งที่ทำให้ศิลาและรินรดาต้องหยุดหายใจ ไม่ใช่ตัวบุคคลที่ยืนอยู่หน้าประตู
แต่มันคือรอยสัญลักษณ์รูป "เฟืองจักรเหล็กไขว้กับรอยร้าว" ที่ถูกพ่นด้วยสีสเปรย์สีแดงสดไว้บนผนังปูนข้างประตูเซฟเฮาส์... สัญลักษณ์ที่ประกาศชัดเจนว่า ศัตรูจากอดีตไม่ได้แค่ตามหาเขาเจอแล้ว แต่มันกำลังยืนรอต้อนรับเขาอยู่หน้าบ้าน!
"ศิลา..." รินรดาเอ่ยเรียกเสียงสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเงาสะท้อนความอันตรายในแววตาของสถาปนิกหนุ่ม "นั่นมัน..."
ศิลาหันกลับมามองหน้าเขา ชั่วพริบตานั้น แววตาของเขากลับมานิ่งสงบดั่งเหล็กกล้าอีกครั้ง แต่มันเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะพังทุกอย่างเพื่อปกป้องคนที่อยู่ข้างหลัง
"ล็อคห้องนี้ไว้... แล้วอย่าออกไปไหนจนกว่าผมจะกลับมา"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาเติมพลังใจให้แบล็กสมิธคนนี้นะครับ
เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 12
คำเตือนจากอดีต
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!