เศษแก้วเคลือบสารนิรภัยนับร้อยชิ้นร่วงกราวลงมากระทบพื้นปาร์เกต์เสียงดังสนั่นราวกับเสียงปรบมือของความหายนะ กลิ่นอายของฝุ่นละอองจากการปะทะผสมปนเปไปกับกลิ่นโอโซนจางๆ ในอากาศ ร่างกายของศิลาตอบสนองเร็วกว่าความคิด สมองที่ผ่านการฝึกฝนการจัดการวิกฤตหน้างานมานับครั้งไม่ถ้วนสั่งการให้เขาก้าวพรวดเดียวเข้าไปคว้าต้นแขนเรียวของรินรดาเอาไว้ แล้วกระชากหลบวิถีการพุ่งตัวของสิ่งแปลกปลอมที่เพิ่งสร้างความวินาศสันตะโรให้พ้นรัศมีอันตรายในเสี้ยววินาที
“เฮ้ย! อะไรวะเนี่ย!” รินรดาอุทานเสียงหลง ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนฉุนเฉียว แม้สัญชาตญาณการเอาตัวรอดจะสั่งให้เธอถอยหลังตามแรงดึง แต่ริมฝีปากบางก็ยังไม่วายพ่นคำสบถออกมาอย่างหัวเสียตามประสาคนปากเก่งที่ไม่เคยยอมจำนนใครง่ายๆ
ความเงียบงันปกคลุมห้องทำงานกว้างในเสี้ยววินาทีต่อมา ก่อนที่ฝุ่นควันจางๆ จะเผยให้เห็นร่างของชายฉกรรจ์ในชุดดำสนิท สวมหมวกไหมพรมอำพรางใบหน้า ดวงตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองเป้าหมายบนโต๊ะทำงานก่อนจะพุ่งเป้ามาที่เอกสารแบบแปลนโครงสร้างเซฟเฮาส์ที่กางอยู่ มือหนาของมันชักอาวุธมีดพกสเตนเลสยาวคืบกว่าๆ ออกมาจากเอว สะท้อนแสงไฟนีออนวับวับน่ากลัว
“ส่งแฟ้มนั้นมาซะ ไม่งั้นเลือดได้นองห้องนี้แน่” เสียงแหบพร่าลอดไรฟันของไอ้โม่งดังขึ้น ทว่าไม่มีความลังเลแม้แต่น้อยในแววตานั้น
ศิลาขยับตัวยืนบังร่างของรินรดาไว้มิดชิดโดยอัตโนมัติ ความสูงและไหล่กว้างของสถาปนิกหนุ่มกลายเป็นโล่มนุษย์ชั้นดี แววตาของเขาที่เคยราบเรียบดั่งผิวน้ำในยามปกติ บัดนี้กลับวาวโรจน์ขึ้นด้วยโทสะ ดุดันและคมกริบดั่งเหล็กกล้าที่เพิ่งผ่านการตีขึ้นรูปจากเตาหลอม มือขวาของศิลาเอื้อมไปหยิบที่เจาะกระดาษเหล็กเนื้อหนาบนโต๊ะข้างตัวมาถือไว้หลวมๆ ทว่ามั่นคง
“แกกล้ามากนะที่พังกระจกห้องฉันเข้ามาแบบนี้ รู้ไหมว่าค่าเสียหายมันเท่าไหร่” ศิลาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ กังวานและเย็นเยียบจนน่าขนลุก ไม่มีอาการสั่นเทาแม้แต่น้อย มีเพียงความนิ่งงันที่แฝงไปด้วยรัศมีคุกคามอันน่าสะพรึงกลัว “แล้วก็ฝันไปเถอะว่าจะได้แตะต้องอะไรในห้องนี้ แม้แต่กระดาษแผ่นเดียวก็ไม่มีวัน”
รินรดาที่ยืนอยู่ด้านหลัง—ในตำแหน่งที่ถูกแผ่นหลังกว้างของศิลาโอบล้อมและปกป้องไว้—ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตมองลาดแผ่นหลังกว้างที่ไหวตามจังหวะการหายใจเข้าออกอย่างลึกซึ้ง ความรู้สึกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความตกใจจากเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อครู่ กลับเริ่มเต้นผิดจังหวะด้วยสาเหตุอื่น... สาเหตุที่มาจากความรู้สึกอุ่นวาบและปลอดภัยอย่างน่าประหลาด ท่ามกลางสถานการณ์ที่เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายเช่นนี้
ปกติแล้ว รินรดาเป็นคนที่ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร และไม่เคยคิดว่าตัวเองต้องการความช่วยเหลือจากใคร โดยเฉพาะจากผู้ชายปากจัดจอมเจ้าระเบียบอย่างศิลา แต่ในนาทีนี้ ภาพที่เขายอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อขวางกั้นอันตรายไว้เบื้องหน้า กลับทำให้กำแพงความระแวงที่เธอสร้างไว้พังทลายลงทีละน้อย สายตาที่เธอมองเขาจึงเปลี่ยนไป... มันไม่ใช่ความหมั่นไส้หรือความรู้สึกอยากเอาชนะเหมือนก่อนหน้า แต่มันคือความระคนชื่นชมและความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะอธิบาย
“พี่ศิลา...” รินรดาเอמהเสียงแผ่วเบาโดยไม่รู้ตัว มือเรียวเผลอยื่นไปแตะชายเสื้อเชิ้ตด้านหลังของเขาเบาๆ เป็นการส่งสัญญาณเตือนว่าเธอก็พร้อมจะลุยเคียงข้างเช่นกัน
ศิลาเหลือบสายตากลับมามองเเพียงเสี้ยววินาที หางตาของเขาจับภาพใบหน้าเรียบเนียนที่เจือความกังวลเล็กๆ ของคนข้างหลังได้ชัดเจน ความห่วงใยที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเยชาและปากหนัก พลุ่งพล่านขึ้นมาจนควบคุมได้ยาก ปกติเขาเป็นคนสุขุม รอบคอบ และควบคุมทุกสถานการณ์ได้เสมอ แต่พอเป็นเรื่องของรินรดา... ความใจเย็นที่สะสมมาทั้งชีวิตกลับพังทลายลงในพริบตา ความคิดที่ว่า *‘ถ้าผู้ชายคนนั้นมันแทงโดนเธอขึ้นมาล่ะ?’* ทำให้เลือดในกายของศิลาร้อนรุ่มดั่งไฟกัลป์
ไอ้โม่งเห็นท่าไม่ดีจึงพุ่งตัวเข้ามาพร้อมมีดในมือ ศิลาไม่รอช้า เขาปัดป้องการจ้วงแทงด้วยสัญชาตญาณ ก่อนจะใช้ที่เจาะกระดาษเหล็กฟาดสวนเข้าที่ข้อมือของคนร้ายอย่างแม่นยำและไร้ความปรานี เสียงเหล็กกระทบกระดูกดัง *“พลั่ก!”* ตามด้วยเสียงร้องโหยหวนของคนร้ายที่ทำมีดหลุดมือ
จังหวะนั้นเอง รินรดาที่ไม่ยอมยืนเป็นเป้านิ่ง ใช้จังหวะที่คนร้ายเสียหลัก เตะตัดขาเข้าที่ข้อพับอย่างแม่นยำราวกับซ้อมมานับครั้งไม่ถ้วน ร่างของไอ้โม่งล้มลงฟาดพื้นเสียงดังสนั่น ศิลาตามซ้ำด้วยการกดทับล็อกตัวคนร้ายไว้กับพื้น ปรี่มือกระชากหมวกไหมพรมออก เผยให้เห็นใบหน้าเหเกร็งด้วยความเจ็บปวด
“โทรเรียกตำรวจสิครับ ริน” ศิลาหันมาสั่งเสียงเข้ม แต่แววตาที่ทอดมองหญิงสาวนั้นกลับอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีคราบความดุดันเมื่อครู่หลงเหลืออยู่ มีเพียงความห่วงใยที่สะท้อนผ่านนัยน์ตาคู่คม
รินรดานิ่งงันไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับสายตานั้น... สายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงหาอาทรและความอบอุ่นที่ศิลาไม่เคยแสดงออกมาก่อน หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ความรู้สึกบางอย่างที่ถูกกดทับไว้ภายใต้สถานการณ์งานและปากเสียงตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา บัดนี้มันปะทุขึ้นจนร้อนผ่าวไปทั่วพวงแก้ม
“อ... อืม รู้แล้วน่า” รินรดาตอบเสียงตะกุกตะกักเป็นครั้งแรกในชีวิต พลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดแจ้งตำรวจด้วยมือที่ยังคงสั่นน้อยๆ
เหตุการณ์สงบลงอย่างรวดเร็วด้วยฝีมือของทั้งคู่ ทว่าบรรยากาศภายในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยเศษแก้ว กลับไม่ได้เย็นเยียบเหมือนเดิมอีกต่อไป ศิลาค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาก้าวเข้ามาหารินรดาที่ยืนนิ่งอยู่ใกล้โต๊ะทำงาน สายตาคู่คมสำรวจร่างกายของเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความกระวนกระวายใจที่ปิดไม่มิด
“เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลอย่างประหลาด มือหนายื่นออกไปราวกับจะคว้าจับแขนเรียวเพื่อตรวจสอบร่องรอยบาดแผล แต่แล้วก็ชะงักค้างกลางอากาศเหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าทำเกินกว่าสถานะ “เอ่อ... ผมหมายถึง... คุณปลอดภัยดีนะ”
รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้ง รอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากปรากฏขึ้นพร้อมกับประกายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความซึนของสถาปนิกหนุ่มตรงหน้าไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกหมั่นไส้เหมือนเก่า แต่กลับทำให้เธอหัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม เธอก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด จนระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงแค่คืบเดียว
“ไม่เจ็บค่ะ... แต่เกือบตายเพราะความเป็นห่วงของคุณนั่นแหละ” รินรดาเอ่ยกระซิบเสียงเบา ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขา “ขอบคุณนะ... ที่ปกป้องฉัน”
ศิลาชะงักลมหายใจไปชั่วขณะ กลิ่นหอมจางๆ จากเรือนผมของหญิงสาวลอยเข้าจมูกท่ามกลางกลิ่นฝุ่นควัน ระยะประชิดนี้ทำให้เขารับรู้ได้ถึงความอบอุ่นจากตัวเธอ และก่อนที่สถาปนิกหนุ่มผู้สุขุมจะทันได้ตั้งตัวหรือหาคำพูดคมคายมากลบเกลื่อนความเขินอาย รินรดาก็เป็นฝ่ายเอื้อมมือเรียวมาแตะที่ปลายคางของเขาเบาๆ แล้วดึงโน้มใบหน้าหล่อเหลานั้นให้โน้มลงมาใกล้เธออีกนิดอย่างถือวิสาสะ
“ทีนี้...” รินรดาเอ่ยเสียงพร่า ประโยคคำถามที่กำลังจะเอ่ยต่อทำเอาหัวใจของคนฟังแขวนอยู่บนเส้นด้าย “คุณจะเลิกปากแข็งแล้วยอมรับความจริงได้หรือยัง... ว่าคุณไม่ได้มองฉันแค่เพื่อนร่วมงานมาตั้งนานแล้ว?”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ติดตามอ่านและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ
เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 18
สายตาที่เปลี่ยนไป
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!