กลิ่นคาวสนิมเหล็กตีเข้าจมูกทันทีที่ร่างนั้นล้มฟุก กลิ่นเลือดสดๆ ที่ยังอุ่นร้อนคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นฝนจางๆ จากข้างนอก ทำให้บรรยากาศในเซฟเฮาส์ไร้ชื่อเปลี่ยนจากความเงียบสงบกลายเป็นสนามรบขนาดย่อมในเสี้ยววินาที
ศิลาไม่แม้แต่จะกระพริบตา ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าประชิดตัวเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายอย่างรวดเร็วดั่งเสือชีตาห์ตะครุบเหยื่อ มือหนาเอื้อมไปกดที่หลอดเลือดข้างลำคอเพื่อเช็กชีพจร ขณะที่สายตาคมกริบกวาดสำรวจบาดแผลฉกรรจ์บริเวณหน้าอกเสื้อแจ็คเก็ตหนังที่ถูกคมมีดกรีดจนขาดวิ่น เลือดสีแดงเข้มยังคงไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย
"รินรดา! โทรหาเบอร์ฉุกเฉินที่ผมเมมไว้ในเครื่อง แล้วหยิบกล่องปฐมพยาบาลในห้องครัวมานี่!" น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เด็ดขาดสั่งการทันที ไม่มีอาการตื่นตระหนกให้เห็นแม้แต่น้อย สมกับเป็นชายหนุ่มผู้ผ่านประสบการณ์เฉียดตายมานักต่อนัก
รินรดาที่ยืนแข็งทื่ออยู่ห่างไปเพียงก้าวเดียวสะดุ้งสุดตัว ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดมองข้อความสีแดงฉานที่ละเลงอยู่บนประตูกระจกด้านหลัง—ตัวอักษรหวัดๆ ที่เขียนด้วยเลือดสดๆ เป็นประโยคเตือนภัยที่ทำให้สันหลังวาบหวิว
*‘พวกแกคือรายต่อไป’*
มือบางสั่นเทาเล็กน้อยก่อนจะถูกสติที่ถูกฝึกมาอย่างดีดึงกลับมา รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด วิ่งปร๋อไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว โดยไม่ลืมคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกตามที่สถาปนิกหนุ่มสั่งการ
"ชีพจรอ่อนมาก..." ศิลาพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียดขึ้นจนเกิดรอยย่นระหว่างคิ้ว เขากระชากเสื้อแจ็คเก็ตของชายแปลกหน้าออกเพื่อดูความเสียหายของแผลให้ชัดเจนขึ้น ทว่าในจังหวะที่มือหนากดลงไปเพื่อห้ามเลือด ร่างของชายเจ็บก็สะดุ้งเฮือก มือเย็นเฉียบคว้าหมับเข้าที่ข้อมือของศิลาแน่นราวกับคีมเหล็ก
"ระ... ระวัง... มัน... มันไม่ได้มาคนเดียว..." เสียงแหบพร่าหลุดออกมาจากริมฝีปากที่ซีดเซียว ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ก่อนที่สติจะดับวูบลงไป ร่างนั้นทิ้งน้ำหนักทั้งหมดลงบนพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ
รินรดาที่ถือกล่องปฐมพยาบาลวิ่งกลับมาพอดีเห็นเหตุการณ์เข้าเต็มตา หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างๆ ศิลา แว่นตาเลื่อนหลุดลงมาเล็กน้อยแต่เธอไม่มีเวลาสนใจ ดวงตาคู่สวยมองสลับระหว่างร่างที่หมดสติกับใบหน้าด้านข้างของศิลาที่เต็มไปด้วยเหงื่อกาฬ
"เขา... เขาเป็นใครศิลา ทำไมถึงมาตาย... เอ๊ย สลบที่นี่ได้" รินรดาถามเสียงสั่น ความปากเก่งที่เคยมีมลายหายไปชั่วขณะ เหลือเพียงความตระหนกที่เกาะกุมหัวใจ
"ผมไม่รู้" ศิลาตอบเสียงห้วน สลัดมือออกจากเกาะกุมของคนเจ็บแล้วรีบใช้ผ้ากอซกดแผลไว้แน่นเพื่อหยุดเลือด "แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้เราตกเป็นเป้าหมายแล้ว... ริน ขยับมาใกล้ผม อย่าไปยืนตรงมุมมืด"
คำพูดนั้นไม่ได้เจือความหวานเลี่ยน แต่กลับแฝงความห่วงใยที่รินรดาสัมผัสได้ชัดเจนผ่านแววตาคู่คมที่มักจะมองเขาด้วยความดุดันเสมอ หัวใจเจ้ากรรมที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระหน่ำรัวราวมือกลองร็อกอินดี้ ประสาทสัมผัสทุกส่วนถูกดึงดูดให้พุ่งตรงไปที่ร่างหนาของสถาปนิกหนุ่มที่กำลังทำแผลให้อย่างคล่องแคล่ว
ความใกล้ชิดในพื้นที่ปิดตาย กลิ่นกายผสมกลิ่นฝนและกลิ่นเลือดจางๆ สร้างบรรยากาศที่ชวนอึดอัดแต่ก็น่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เผลอไล่สายตามองสันจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหนาที่เม้มเข้าหากันอย่างใช้ความคิด และหยาดเหงื่อที่ไหลรินลงมาตามกรอบหน้าคมคาย
*ให้ตายสี่... นี่ไม่ใช่เวลามาใจเต้นแรงกับไอ้ตาขวางปากหมานี่นะรินรดา!* ดีไซเนอร์หนุ่มแอบด่าตัวเองในใจ พยายามเบนสายตาหนีไปยังทิศทางอื่น แต่ทว่า... ไหล่กว้างของศิลากลับขยับเข้ามาใกล้จนแทบจะแนบชิด เมื่ออีกฝ่ายเอี้ยวตัวไปหยิบอุปกรณ์ทำแผลเพิ่มเติม
ระยะห่างแทบไม่เหลือ พื้นที่รอบตัวแคบลงจนลมหายใจอุ่นๆ ของทั้งคู่แทบจะหลอมรวมกัน ศิลาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อหันกลับมาแล้วพบว่าใบหน้าของตนอยู่ห่างจากใบหน้าหวานของรินรดาเพียงคืบเดียว ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งงัน ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ
ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากปากของทั้งสองคน ไดอะล็อกคมคายที่เคยใช้เชือดเฉือนกันถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่ดังลั่นในโสตประสาท ความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ความเกรี้ยวกราดและปากจัดเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ รินรดารู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้ด้วยสายตาคู่คมคายคู่นั้น ริมฝีปากบางเผยอขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว หัวใจเต้นแรงจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
ศิลาเองก็ชะงักไปเช่นกัน สายตาที่มักจะเฉียบคมดั่งใบมีดในยามปกติ บัดนี้กลับไหววับและอ่อนลงอย่างประหลาด ยามที่มองสำรวจริมฝีปากสีระเรื่อของคนตรงหน้า ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง สัญชาตญาณดิบของความเป็นชายกระซิบให้เขาขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมอีกนิด... แค่อีกนิดเดียวเท่านั้น
"เอ่อ... เลือด... เลือดซึมออกมาอีกแล้วนะ" รินรดาทำลายความเงียบขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ติดจะสั่นพร่าเล็กน้อย มือบางยกขึ้นแตะเบาๆ ที่อกเสื้อของศิลาเพื่อดันให้อีกฝ่ายถอยห่างออกไป เพื่อรักษาพื้นที่ส่วนตัวที่กำลังจะพังทลายลง
ศิลาได้สติกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงจางๆ อย่างเนียนตาแต่เขาก็รีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยตามฟอร์ม ปากหนาขยับพูดด้วยน้ำเสียงห้วนดุกลบเกลื่อนความเขิน
"รู้แล้วน่า... ถ้ารู้ว่าเกะกะ ช่วยจับผ้าตรงนี้ไว้ให้แน่นๆ อย่ามัวแต่ใจลอยสิครับคุณดีไซเนอร์"
"ใครใจลอยฟะ! นายต่างหากที่หน้ามืดตามัวเข้ามาใกล้ฉันเองนะ!" รินรดาโต้กลับตามสัญชาตญาณ ความปากจัดกลับมาทำงานทันทีเพื่อกลบเกลื่อนรอยยิ้มมุมปากที่แอบผุดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ มือบางรีบกดผ้ากอซลงบนแผลตามที่อีกฝ่ายบอก
บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่คลายตัวลงเล็กน้อย ทว่ายังไม่ทันที่ทั้งคู่จะได้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่ระเบียงด้านนอก ตามด้วยเสียงทุบกระจกหน้าต่างห้องโถงอย่างบ้าคลั่ง!
ปัง! ปัง! ปัง!
ศิลาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงในเสี้ยววินาที ดวงตากลมโตฉายแววดุดันขึ้นมาทันที มือหนาเอื้อมไปหยิบปืนพกที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะทำงานขึ้นมาขึ้นลำกล้องอย่างคล่องแคล่ว รินรดากระโดดถอยหลังไปพิงกำแพง ใบหน้าซีดเผือดลงอีกครั้งเมื่อเห็นเงาดำทมิฬหลายร่างปรากฏขึ้นหลังผ้าม่านโปร่ง
พวกมันตามมาถึงที่นี่แล้ว... และเร็วกว่าที่คาดไว้มาก
ศิลาหันมามองรินรดาด้วยสายตาจริงจังเป็นครั้งแรก ดวงตาคู่นั้นสะท้อนภาพของดีไซเนอร์หนุ่มที่กำลังยืนตัวสั่นแต่ยังคงแววตาแข็งกร้าวไม่ยอมแพ้
"จำคำพูดของผมไว้ให้ดีนะรินรดา..." ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำลอดไรฟัน ขณะที่เสียงทุบกระจกด้านนอกเริ่มรุนแรงขึ้นจนรอยร้าวเริ่มกระจายตัวเป็นใยแมงมุม "ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามหันหลังหนี และห้ามปล่อยมือจากผมเด็ดขาด—"
ทว่า ประโยคคำสั่งที่ยังไม่ทันจบดี เสียงกระจกบานใหญ่ด้านข้างก็แตกกระจายเสียงดังสนั่นหวั่นไหว พร้อมกับร่างของใครบางคนพุ่งทะลุกระจกเข้ามาในห้องท่ามกลางเศษแก้วที่ปลิวว่อน!
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ
_________________________________
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมด้วยดีเสมอมานะครับ* — **แบล็กสมิธในตำนาน**
เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 17
เผลอใจไปนิด
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!