เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 16

ความต่างที่ลงตัว

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
ความเงียบงันภายในห้องโถงของเซฟเฮาส์ไร้ชื่อไม่ได้ให้ความรู้สึกสงบ แต่มันหนักอึ้งเสียจนคล้ายมีแผ่นเหล็กกล้าหนานับนิ้วถูกวางทาบลงบนหน้าอก รอยยิ้มเย็นเยียบที่ทิ้งค้างไว้จากเหตุการณ์เมื่อครู่ยังคงแขวนลอยอยู่ในอากาศ ทว่าในวินาทีที่ความกดดันพุ่งทะยานจนถึงขีดสุด ศิลาไม่ได้เลือกที่จะหันไปคว200านหาอาวุธหรือถอยร่น เขาเพียงแต่ก้าวเท้าสั้น ๆ เข้าไปขวางหน้าโต๊ะทำงานไม้สักเก่า ๆ ที่รินรดาเพิ่งกางแปลนโครงสร้างภายในลงไป สายตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มกวาดมองประเมินสถานการณ์ด้วยความนิ่งสนิท ขณะที่คนด้านหลัง... ดีไซเนอร์ปากเก่งที่เคยฝฝีปากกล้าจนแทบจะกินหัวคนอื่น กลับยืนนิ่งสนิท ไหล่บางเกร็งตึงแต่แววตากลับไม่มีความหวาดกลัว เจือไว้ด้วยความดุดันและทิฐิที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างตรงหน้าให้เป็นจุล "ถ้าคิดจะเข้ามาเดินเล่นในพื้นที่ส่วนตัวของคนอื่นอย่างไร้มารยาท อย่างน้อยก็ควรหัดเคาะประตูก่อนนะครับ" เสียงทุ้มต่ำของศิลาดังขึ้น เรียบ นิ่ง แต่เฉียบคมดั่งคมดาบที่เพิ่งถูกชักออกจากฝัก ร่างสูงโปร่งของแขกผู้ไม่ได้รับเชิญหัวเราะในลำคอเบา ๆ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองความรกเรื้อของกระดาษไข ดินสอ และแก้วกาแฟที่วางระเกะระกะบนโต๊ะ ก่อนจะหยุดนิ่งที่ใบหน้าบึ้งตึงของรินรดา "มารยาทเหรอครับคุณศิลา? สำหรับคนอื่นอาจจะต้องใช้ แต่สำหรับเซฟเฮาส์ที่ถูกทิ้งร้างมาครึ่งค่อนปี... ผมคิดว่าการมาเยี่ยมเยียนโดยไม่ต้องบอกกล่าว น่าจะเป็นการเซอร์ไพรส์ที่ดีกว่านะ" น้ำเสียงนั้นหยันเยาะและเต็มไปด้วยความคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด รินรดาแค่น1เสียงหึลอดไรฟัน ก้าวออกมาจากเงาของศิลาครึ่งก้าว ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างจับผิด "เซอร์ไพรส์หรือเสือกครับ? แยกแยะให้ออกก่อนค่อยเดินเข้าประตูบ้านคนอื่น ถ้าไม่มีธุระสำคัญอะไรเชิญไสหัวออกไปครับ กลิ่นน้ำหอมราคาถูกของคุณมันรบกวนสมาธิในการทำงานของผม" บรรยากาศในห้องอุณหภูมิลดฮวบทันที ความปากแจ๋วของรินรดาไม่เคยปรานีใคร และดูเหมือนมันจะทำงานได้ถูกจังหวะเสียจนศิลาเผลอเหลือบสายตาไปมองเสี้ยวหน้าของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน—แปลกที่ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดเช่นนี้ เขากลับไม่รู้สึกรำคาญฝีปากของดีไซเนอร์หนุ่มคนนี้เลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม... มันกลับปลุกความฮึกเหิมบางอย่างในตัวเขาให้ตื่นขึ้น แขกผู้มาเยือนหุบยิ้มลงทันที ดวงตาคมกวาดมองความสนิทสนมกลาย ๆ ที่แสดงออกผ่านท่าทีปกป้องโดยสัญชาตญาณของศิลา ก่อนจะแค่นยิ้ม "ปากยังจัดเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะรินรดา หวังว่าฝีมือการออกแบบจะคมคายได้สักครึ่งหนึ่งของฝีปากเถอะ" พูดจบเจ้าตัวก็หมุนตัวเดินกลับออกไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งเสียงปิดประตูกระแทกเบา ๆ ไว้เบื้องหลัง ปัง! เสียงประตูปิดลง ความเงียบสงบกลับคืนมาอีกครั้ง แต่บรรยากาศภายในห้องกลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง รินรดาถอนหายใจยาวเหยียด ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้หมุนตัวเดิมอย่างหมดแรง มือเรียวขยี้กลุ่มผมสีเข้มของตัวเองจนยุ่งเหยิงด้วยความหงุดหงิด "ให้ตายเถอะ วันนี้วันซวยอะไรวะเนี่ย เจอแต่พวกน่ารำคาญ" ศิลายืนมองท่าทีหัวเสียนั้นเงียบ ๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปหยิบแก้วกาแฟที่เย็นชืดแล้วบนโต๊ะมาถือไว้ แล้วเดินหายเข้าไปในมุมครัวเล็ก ๆ ของเซฟเฮาส์ ไม่นานนัก กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟดริปร้อน ๆ ก็ลอยอบอวลกลบกลิ่นอายความตึงเครียดเมื่อครู่ เขาเดินกลับมาวางแก้วกระเบื้องสีเข้มลงตรงหน้าดีไซเนอร์หนุ่ม พร้อมกับดึงกระดาษแปลนแปลนโครงสร้างที่ถูกขยำยับเมื่อครู่มากางออกเรียบ ๆ ด้วยมือข้างเดียว รินรดากะพริบตาปริบ ๆ มองแก้วกาแฟสลับกับใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงความใส่ใจลึก ๆ ของสถาปนิกหนุ่ม "นี่คุณ... คิดจะเอาใจผมด้วยคาเฟอีนเหรอครับ?" "เปล่าครับ ผมแค่อยไม่อยากเห็นงานที่ผมต้องตรวจต่อจากนี้มันเละไม่เป็นท่าเพราะอารมณ์หงุดหงิดไร้สาระของคุณ" ศิลาตอบเสียงเรียบ นั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม หยิบดินสอขึ้นมาหมุนเล่นในมือ สายตาคมกวาดมองเส้นสายการออกแบบที่รินรดาเพิ่งร่างขึ้น "แต่ยอมรับเถอะ... จุดที่เธอแก้เรื่องการจัดวางแสงธรรมชาติเมื่อกี้ มันไม่ได้แย่" คำชมที่หลุดออกมาจากปากของคนปากหนักอย่างศิลามีค่าน้อยเสียยิ่งกว่าทองคำ รินรดาชะงักไปเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ อาการหงุดหงิดเมื่อครู่วันหายไปเป็นปลิดทิ้ง ถูกแทนที่ด้วยประกายตาท้าทายที่คุ้นเคย "พูดแบบนี้หมายความว่าไงครับคุณสถาปนิกผู้เคร่งขรึม? ชมผมเหรอ?" รินรดาโน้มตัวเข้าไปใกล้โต๊ะ รอยยิ้มพรายปรากฏบนเรียวปาก "ยอมรับมาเถอะว่าเซนส์ด้านงานศิลป์ของผมมันเหนือกว่าที่คุณคาดไว้เยอะ" "อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลยครับรินรดา" ศิลาตอบกลับทันควัน สายตาคมเลื่อนขึ้นสบตากับคนตรงข้ามในระยะที่ใกล้กว่าเดิมอย่างไม่ได้ตั้งใจ "ผมแค่บอกว่ามัน 'ใช้ได้' ไม่ได้แปลว่ามัน 'สมบูรณ์แบบ' งานนี้ยังต้องแก้โครงสร้างรับน้ำหนักอีกเยอะ ถ้าไม่อยากให้ตึกถล่มลงมาทับหัวคุณตายคาโต๊ะทำงาน" "ปากคอเราะร้ายจริง ๆ นะครับ" แม้จะพูดแบบนั้น แต่รินรดากลับไม่ได้ถอยหนี ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตานิ่งสนิทของศิลา เคมีประหลาดบางอย่างเริ่มก่อตัวขึ้นในพื้นที่จำกัดแห่งนี้—ความต่างสุดขั้วระหว่างความสุขุมเจ้าระเบียบกับความดิบเถื่อนอิสระเสรี แต่เมื่อมันถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันบนโต๊ะทำงานตัวเดียวกัน กลับกลายเป็นจังหวะการทำงานที่เข้าขาและลงตัวอย่างน่าประหลาด ศิลาเป็นคนดึงสติเขากลับมาก่อน ร่างสูงขยับตัวถอยหลังเล็กน้อยเพื่อเว้นระยะห่าง ก่อนจะลากเส้นสีแดงลงบนแปลนกระดาษด้วยความแม่นยำ "ตรงนี้... ถ้าเราขยับผนังกระจกออกไปอีกสิบเซนติเมตร มันจะช่วยบังแดดบ่ายได้พอดี และเพิ่มพื้นที่ใช้สอยให้คุณวางโซฟาตัวโปรดของคุณได้" รินรดาชะงัก ก้มมองรอยดินสอสีแดงที่ศิลาเพิ่งขีดลงไป มันคือจุดที่เขากำลังคิดไม่ตกมาตลอดทั้งบ่าย การแก้ปัญหาของสถาปนิกหนุ่มคนนี้เฉียบคม รวดเร็ว และเข้าใจในสิ่งที่เขาต้องการสื่อโดยแทบไม่ต้องเอ่ยปากอธิบายยาว "คุณ... รู้ได้ยังไงว่าผมอยากวางโซฟาตรงนี้?" รินรดาถามเสียงเบา ความระแวดระวังในแววตาถูกแทนที่ด้วยความทึ่งอย่างปิดไม่มิด ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่าย นิ่งเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย—เบาและทุ้มลึกจนหัวใจของคนฟังกระตุกวูบ "เพราะผมมองงานของคุณ... ไม่ใช่แค่แปลนกระดาษครับ" บรรยากาศในห้องเงียบลงทันที มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและเสียงหัวใจที่เต้นผิดจังหวะของคนทั้งคู่ รินรดาอ้าปากค้างเล็กน้อย คำพูดสวนกลับที่เตรียมไว้พลันกลืนหายลงคอไปอย่างไร้ร่องรอย ใบหน้าขาวจัดขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างควบคุมไม่ได้ในเสี้ยววินาทีนั้น ทว่า... ก่อนที่เคมีหวานล้ำจะทันได้พัฒนาไปมากกว่าการสบตากันเนิ่นนาน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงชุดใหญ่ก็ดังขึ้นที่ระเบียงด้านนอก ตามด้วยเสียงทุบประตูกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงตะโกนโครมครามที่ทำลายความเงียบจนแตกละเอียด "เฮ้ย! ข้างในเปิดประตูเดี๋ยวนี้! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" ศิลาผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงในเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นดุดันดั่งเหล็กกล้าอีกครั้ง รินรดาเองก็ดีดตัวลุกตาม ยื่นมือไปคว้าคัตเตอร์บนโต๊ะมาถือไว้โดยอัตโนมัติ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องเตือนภัยระดับสูงสุด ประตูกระจกหน้าเซฟเฮาส์ถูกกระชากเปิดผางเข้ามาด้วยแรงมหาศาล ร่างของชายแปลกหน้าคนหนึ่งทรุดฮวบลงกับพื้นห้อง เลือดสีแดงฉานไหลนองเต็มเสื้อแจ็คเก็ต พร้อมกับข้อความปริศนาที่ถูกเขียนด้วยเลือดสาดติดไว้ที่กระจกบานใหญ่ด้านหลัง—ข้อความที่ทำให้ศิลาและรินรดาต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง! ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านตัวอักษรที่ร้อนระอุเตาหลอมนี้ไป1ตอนเต็มๆ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%