เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 19

ความขัดแย้งใหม่

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
"คุณจะเลิกปากแข็งแล้วยอมรับความจริงได้หรือยัง... ว่าคุณไม่ได้มองฉันแค่เพื่อนร่วมงานมาตั้งนานแล้ว?" คำถามนั้นทิ้งตัวลงกลางห้องทำงานของเซฟเฮาส์ราวกับลูกตุ้มเหล็กที่เหวี่ยงทำลายกำแพงกันเสียง ศิลาชะงักมือที่กำลังถือปากกาหมึกซึม ความเย็นเฉียบของโลหะด้ามนั้นไม่เท่ากับความหนาแน่นในอากาศรอบตัว รินรดาไม่ได้ถอยหนี เธอ1ก้าวเข้ามาประชิด ดวงตากลมโตคู่คมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไร้ความเกรงกลัว ราวกับจะค้นหาคำตอบที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นผิวหนังและเกราะป้องกันอันแน่นหนาของสถาปนิกหนุ่ม ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นกาแฟดำผสมกับกลิ่นกระดาษร่างแบบและความอบอุ่นเฉพาะตัวของคนตรงหน้าตีรวนอยู่ในโสตประสาท เขาวางปากกาลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเสียงดัง *กริ๊ก* "คุณคิดไปเองรินรดา" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้หัวใจในอกจะเต้นผิดจังหวะจนน่ารำคาญ "เรามีงานที่ต้องรับผิดชอบ และเดดไลน์ที่กำลังหายใจรดต้นคอ... ผมไม่มีเวลามาเล่นเกมจิตวิทยาพรรค์นี้กับคุณ" "เกมเหรอ?" รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาไหวระริกด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความหงุดหงิดและความเจ็บใจ "ทุกครั้งที่คุณคอยแก้ปัญหาให้ฉันเงียบๆ ทุกครั้งที่คุณมองตามฉันด้วยสายตาแบบนั้น หรือแม้แต่ตอนที่คุณพยายามผลักไสฉันแต่มือของคุณกลับสั่น... คุณเรียกว่ามัน 'เกม' งั้นเหรอศิลา?" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ เป็นความเงียบที่หนักหน่วงจนได้ยินเสียงหัวใจเต้น ศิลาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขาเกลียดการถูกมองทะลุปรุโปร่ง และยิ่งเกลียดที่คนคนนั้นคือรินรดา ดีไซเนอร์ปากกล้าที่ก้าวเข้ามาปأسวนชีวิตอันเป็นระเบียบเรียบร้อยของเขาจนพังไม่เป็นท่า ก่อนที่ศิลาจะได้หาคำพูดมากลบเกลื่อนความจริงที่กำลังจะทะลักออกจากปาก เสียงแจ้งเตือนอีเมลบนหน้าจอแท็บเล็ตบนโต๊ะก็ดังขึ้น *ติ๊ง!* หน้าจอเรืองแสงขึ้นมาพร้อมข้อความหัวข้อตัวหนาจาก "บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ ไดนามิก จำกัด" ผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดของโปรเจกต์นี้ **เรื่อง: แจ้งปรับลดกำหนดเวลาส่งมอบงานและขอเข้าตรวจความคืบหน้าด่วน** รินรดาขมวดคิ้วมุ่น ละสายตาจากใบหน้าที่กำลังตึงเครียดของศิลา หันไปมองหน้าจอแท็บเล็ตแทน นิ้วเรียวกดเปิดอ่านข้อความยาวเหยียด ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "ให้ตายเถอะ... พวกเขาบ้าไปแล้วหรือไง?" ศิลาขยับตัวเข้าหาหน้าจอ สายตาคมกวาดอ่านข้อความทีละบรรทัดอย่างรวดเร็ว สมองที่เคยคิดเรื่องอื่นถูกดึงกลับสู่โหมดวิกฤตทันที ใจความสำคัญในอีเมลระบุชัดเจนว่า ทางบอร์ดบริหารของผู้ลงทุนต้องการเลื่อนกำหนดเวลาส่งมอบแบบแปลนและการรีโนเวตเซฟเฮาส์ให้เร็วขึ้นกว่าเดิมถึงหนึ่งเดือนเต็ม เนื่องจากมีแผนจะเปิดตัวโครงการพ่วงกับการประชุมใหญ่ระดับประเทศ หากทำไม่ทันตามกำหนด พวกเขาจะใช้สิทธิ์ยกเลิกสัญญาและเรียกค่าเสียหาย "หนึ่งเดือน?" ศิลาทวนคำ น้ำเสียงต่ำลงจนน่ากลัว "พวกเขาสติเฟื่องหรือเปล่า งานโครงสร้างส่วนเสริมยังไม่จบดี วัสดุตกแต่งล็อตใหม่ก็ยังติดอยู่ที่ศุลกากร แล้วจะให้เร่งส่งมอบก่อนกำหนดหนึ่งเดือนเต็มเนี่ยนะ?" "แถมในอีเมลยังระบุอีกว่า... 'ท่านประธานและคณะผู้ลงทุนจะเดินทางมาตรวจไซต์งานด้วยตัวเองในวันพรุ่งนี้บ่ายโมงตรง'" รินรดาทวนข้อความบรรทัดสุดท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "นี่มันไม่ใช่แค่การกดดันศิลา แต่มันคือการบีบให้เราจนมุมชัดๆ" บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความอึมครึมทางอารมณ์เมื่อครู่ กลายเป็นความตึงเครียดของสถานการณ์เฉพาะหน้าที่ดุเดือดไม่แพ้กัน ศิลาสบถเบาๆ ในลำคอ มือหนายกขึ้นเสยผมลวกๆ จนยุ่งเหยิง ความสุขุมเยือกเย็นที่เคยมีถูกความหงุดหงิดเข้าครอบงำ งานนี้ไม่ใช่แค่เรื่องชื่อเสียงของเขา แต่มันคือโปรเจกต์ที่เขาใช้กู้ชื่อเสียงจากความล้มเหลวในอดีต "พรุ่งนี้บ่ายโมง..." ศิลาพึมพำกับตัวเอง สายตากวาดมองรอบห้องทำงานที่กองไปด้วยแบบแปลน ตัวอย่างวัสดุ และโมเดลที่ยังสร้างไม่เสร็จ "หมายความว่าเรามีเวลาเหลือน้อยกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมงในการเคลียร์ทุกอย่างให้ดูพร้อมที่สุด" "และที่สำคัญกว่านั้น..." รินรดาเสริมขึ้น น้ำเสียงของเธอจริงจังและเด็ดเดี่ยว ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัว มีแต่ประกายความท้าทายในดวงตา "พวกเขากำลังหาเรื่องบีบเราให้ยอมรับข้อเสนอการปรับลดงบประมาณโดยอ้างว่าเราทำงานล่าช้า ฉันพนันได้เลยว่าเบื้องหลังคำสั่งนี้ต้องมีใครสักคนในบอร์ดกำลังเล่นตลกอยู่แน่ๆ" ศิลาหันกลับมามองเธอ แววตาที่มองรินรดาเปลี่ยนไปเป็นความชื่นชมลึกๆ แม้ในสถานการณ์ที่บีบคั้น ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยเสียศูนย์ เธอไม่เคยร้องไห้คร่ำครวญ แต่กลับลุกขึ้นมาวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างเฉียบคมไม่แพ้เขา "คุณไหวไหม?" ศิลาเอ่ยถาม เสียงของเขาอ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว "ถ้าเราต้องลุยงานกันข้ามคืนแบบไม่ได้นอน" รินรดาเชิดคางขึ้นเล็กน้อย มุมปากหยักยิ้มเยาะด้วยความมั่นใจแบบที่ทำให้ศิลาใจกระตุก "คุณก็รู้ว่าฉันไม่เคยกลัวงานหนักศิลา... แต่คำถามคือ คุณต่างหากล่ะ จะยอมให้ฉันช่วยคุณแบกรับเรื่องนี้ต่อไปในฐานะ 'เพื่อนร่วมงาน' หรือจะยอมรับความจริงสักทีว่าเราคือทีมเดียวกันทั้งในและนอกเวลางาน?" ศิลาจ้องมองรอยยิ้มนั้น ความดื้อรั้นและเสน่ห์ที่ล้นเหลือของเธอทำให้เขากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขากำลังจะอ้าปากเอ่ยปฏิเสธเพื่อรักษาฟอร์มตามเคย แต่ทว่า— เสียงเคาะประตูกระจกหนาของห้องทำงานก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างไม่มีมารยาท ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รออนุญาต ร่างสูงโปรดของชายในชุดสูทสลอนราคาแพงก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก ใบหน้านั้นคุ้นเคยดีในฐานะรองประธานบริษัทผู้ลงทุนคนสำคัญ และเป็นคนที่ศิลาเกลียดขี้หน้ามากที่สุด "ขอโทษทีที่ไม่ได้นัดล่วงหน้า..." เสียงทุ้มกังวานเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ "ผมแค่ผ่านมาแถวนี้ เลยแวะมาดูหน้าคนที่จะทำให้บริษัทผมเสียเงินฟรี... หรือบางที ผมอาจจะมาดูจุดจบของคุณสองคนด้วยตัวเอง" ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนการเดินทางของศิลาสถาปนิกปากแข็งกับรินรดาดิไซเนอร์สุดแซ่บมาจนถึงตอนนี้ครับ
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%
ความขัดแย้งใหม่ — เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว | yayni