กลิ่นอานิลาจางๆ ของกระดาษร่างแบบผสมผสานกับกลิ่นฝุ่นปูนดิบในอาคารพาณิชย์เก่าย่านเยาวราช คือสิ่งแรกที่กระชากสติของศิลาให้หลุดออกจากความงุนงงเมื่อครู่ ภาพแผนผังโครงสร้างอาคารสามชั้นที่ถูกกางแผ่หลาบนโต๊ะไม้กระดานหยาบๆ กำลังสั่นไหวเล็กน้อยตามแรงกระแทกจากปลายนิ้วเรียวของรินรดา ดีไซเนอร์หนุ่มปากจัดผู้ไม่เคยสะทกสะท้านต่อบรรยากาศกดดันใดๆ ในโลกใบนี้
"ถ้าจะมาเดินทอดน่องทำหน้าหล่อเป็นรูปปั้นกรีกโบราณอยู่ตรงนี้ กรุณากลับไปนั่งเก๊กที่เซฟเฮาส์ของคุณเถอะครับคุณศิลา" เสียงหวานใสแต่คมกริบราวกับใบมีดโกนตวัดขึ้นทันทีที่ร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มก้าวพ้นธรณีประตูเข้ามาในพื้นที่หน้างานจริง "เพราะดูจากสภาพสมองของคุณตอนนี้แล้ว ผมเกรงว่าพื้นที่รกร้างตรงนี้จะทำให้คุณคิดงานไม่ออกหนักกว่าเดิมเสียเปล่าๆ"
ศิลาไม่ตอบ เขากวาดสายตาคมกริบประเมินสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างรวดเร็ว สัญชาตญาณของสถาปนิกผู้ผ่านงานใหญ่มาโชกโชนบอกเขาว่า ตึกเก่าอายุกว่าห้าสิบปีหลังนี้มีโครงสร้างที่เปราะบางกว่าที่ประเมินไว้บนกระดาษในห้องทำงานลิบลับ คานคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นสองมีรอยแตกร้าวเป็นลายงาที่ถูกพรางตาไว้ด้วยสีทาผนังเก่าๆ และที่สำคัญที่สุด... บรรยากาศรอบตัวมันเงียบสงบเกินไป เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นเป็นจังหวะหนักหน่วง
"ปากดีให้มันตลอดรอดฝั่งเถอะรินรดา" ศิลาเค้นเสียงลอดไรฟัน เดินสาวเท้ายาวๆ เข้าไปประชิดโต๊ะทำงานชั่วคราว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางบนตัวเขาปะทะเข้ากับจมูกของคนตรงข้ามอย่างจัง "ข้อมูลดิบที่นายได้มาเมื่อคืนมันผิดพลาดตั้งแต่ต้นทาง โครงสร้างเสาหลักตรงมุมทิศตะวันตกรับน้ำหนักไม่ได้ตามที่ระบุในแปลนเดิม ถ้าเรายังดันทุรังรื้อผนังตามที่ดีไซน์ไว้ มีหวังได้ฝังกลบกันทั้งทีมก่อนงานจะเปิดตัวแน่"
รินรดาชะงัก ปากที่เตรียมจะสวนกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบต้องปิดสนิท ดวงตากลมโตคู่สวยไหววูบไปชั่วขณะเมื่อเห็นประกายตาจริงจังที่ไร้ซึ่งความกวนประสาทของอีกฝ่าย แม้ปากจะบอกว่าเกลียดความเผด็จการและระเบียบจัดของสถาปนิกหนุ่มคนนี้แค่ไหน แต่ลึกๆ แล้วเขาก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า... เวลาที่ศิลาเอาจริงเอาจังกับงาน สายตาคมคู่นั้นมีแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้คนมองใจสั่นได้อย่างไม่น่าเชื่อ
"แล้วคุณจะให้ทำยังไงล่ะครับ?" รินรดาเชิดหน้าขึ้นพยายามกลบเกลื่อนความหวั่นไหวในอก น้ำเสียงห้วนจัดถูกงัดขึ้นมาใช้เพื่อรักษาฟอร์ม "ในเมื่อคุณท่านเซ็นอนุมัติแบบร่างของผมไปเรียบร้อยแล้ว จะให้ผมรื้อดีไซน์ใหม่ทั้งหมดเพื่อเอาใจความวิตจริตของคุณหรือไง?"
"ไม่ใช่เพื่อความวิตจริตของผม แต่เพื่อความปลอดภัยของนายเองต่างหาก" ศิลาโน้มตัวลงต่ำ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงจนแทบสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่รดรินอยู่ข้างแก้ม มือหนาวางทับลงบนแผ่นแปลนกระดาษตรงหน้า กดทับนิ้วมือเรียวของอีกฝ่ายเอาไว้โดยไม่รู้ตัว "เลิกดื้อด้านแล้วฟังผมสักครั้งรินรดา... พื้นที่ตรงนี้ไม่ใช่สตูดิโอในฝันของคุณ มันคือสนามรบ และถ้าเราก้าวพลาดแม้แต่ก้าวเดียว เราอาจจะไม่รอดออกไปจากที่นี่"
สัมผัสอุ่นร้อนจากมือหนาที่ทาบทับลงมาทำเอารินรดาลืมคำพูดที่จะเถียงออกไปเสียสนิท หัวใจเจ้ากรรมกระหน่ำเต้นรัวยิ่งกว่าเสียงเครื่องเจาะคอนกรีตด้านนอก เขาเงยหน้าขึ้นสบตาคู่คมที่มองตรงมาอย่างมีความหมาย ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมพื้นที่รอบตัวชั่วขณะ โลกทั้งใบราวกับถูกย่อส่วนให้เหลือเพียงแค่คนสองคนที่ยืนประจันหน้ากันท่ามกลางซากปรักหักพังของตึกเก่า
ก่อนที่บรรยากาศชวนใจเต้นจะล้ำเส้นไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นจากบันไดวนด้านหลัง อาคารที่ควรจะมีแค่ทีมงานของพวกเขาสองคน กลับมีเงาดำทาบทับลงมาบนผนังปูนเปลือย พร้อมกับเสียงหัวเราะเยียบเย็นที่ชวนให้ขนหัวลุก
"ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริงครับ... สถาปนิกกับดีไซเนอร์ผู้แสนโด่งดัง"
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของชายชุดสูทสีดำสนิท ใบหน้าครึ่งซีกถูกบดบังด้วยความมืดของมุมตึก แต่รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่มุมปากนั้นชัดเจนเสียจนศิลาต้องรีบดึงรินรดามาหลบไว้ด้านหลังตามสัญชาตญาณ มือแกร่งเอื้อมไปหยิบประแจเหล็กขนาดใหญ่บนโต๊ะขึ้นมาถือไว้มั่น
"พวกแกเป็นใคร?" ศิลาเค้นเสียงถาม นัยน์ตาดุดันจ้องเขม็งไปยังผู้มาเยือน
ชายคนนั้นหัวเราะในลำคอ ก้าวเท้าออกจากความมืดทีละน้อย พร้อมกับชูแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลคุ้นตาขึ้นมาแกว่งไปมาในอากาศ "ไม่ต้องตกใจไปหรอครับคุณศิลา... นายใหญ่แค่ส่งผมมาทวง 'ของสำคัญ' ที่คุณดันหยิบติดมือมาจากการประชุมเมื่อวานก็เท่านั้นเอง"
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อจำแฟ้มเอกสารในมือของมันได้ทันที นั่นคือแปลนลับที่เชื่อมโยงกับคดีใหญ่ที่พวกเขากำลังพยายามขุดคุ้ยอยู่!
ศิลาขบกรามแน่นจนสันนัดขึ้นเป็นสัน ชายหนุ่มกระชับประแจในมือแน่นขึ้นเตรียมรับมือกับการปะทะที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก่อนที่ใครจะได้ขยับตัว จู่ๆ ไฟนีออนทั่วทั้งชั้นก็ดับวูบลงพร้อมกันอย่างไร้สาเหตุ ความมืดมิดเข้ากลืนกินทุกสิ่งในพริบตา
ในความมืดสนิทนั้นเอง... ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบก็ถูกจ่อเข้าที่ขมับด้านขวาของศิลาอย่างแม่นยำ พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นชิดใบหู
"ขยับแม้แต่นิดเดียว สมองคนรักของคุณได้กระจายเต็มผนังแน่ครับ... สถาปนิก"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของแบล็กสมิธในตำนานเสมือนลมใต้ปีกที่คอยเติมเชื้อไฟให้เตาหลอมดวงนี้ร้อนระอุอยู่ตลอดเวลานะครับ
เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 4
ในดินแดนของศัตรู
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!