เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 7

ความลับใต้ฐานราก

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
เสียงขูดขีดของโลหะที่ครูดไปกับผิวคอนกรีตเก่าคร่ำคร่า ดังเสียดแท่นประสาทจนรินรดาต้องนิ่วหน้า เขากำแผนผังโครงสร้างอาคารในมือแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ ดวงตาคู่คมกวาดมองผนังปูนเปลือยเบื้องหน้าสลับกับตัวเลขพิกัดในกระดาษอย่างไม่เชื่อสายตา มันไม่ควรมีพื้นที่ตรงนี้ ตามแปลนเดิมที่เซ็นรับรองโดยวิศวกรโครงสร้างเมื่อสิบปีก่อน ผนังด้านนี้คือแนวคานรับน้ำหนักของเซฟเฮาส์ และด้านหลังควรเป็นพื้นที่ดินอัดแน่นถมทึบ แต่ระยะห่างที่วัดได้จากประตูทางเข้าจนถึงผนังทึบ กลับมีความคลาดเคลื่อนถึงสามเมตรเต็ม สามเมตรที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยในเอกสารราชการ "คุณกำลังยืนขวางทางเดินที่ไม่มีอยู่จริง... คุณศิลา" รินรดาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดันในห้องใต้ดิน น้ำเสียงติดจะเยาะหยันเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่เริ่มก่อตัวในอก ทว่าแววตากลับจริงจังเสียจนคนฟังต้องหันมามอง ศิลาที่ยืนกอดอกพิงเสาปูนอยู่ไม่ไกล ปรับสีหน้าเรียบเฉยตามความเคยชิน ดวงตาสีนิลคมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งออกจากเตาหลอม กวาดมองร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนที่กำลังยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าผนังปัญหา "ปากเก่งไม่เปลี่ยนนะรินรดา ถ้าสมองคุณทำงานได้ครึ่งหนึ่งของปากที่คุณใช้เถียงผม คุณคงไม่ต้องมาติดแหอยู่กับผมในที่บ้าๆ นี่หรอก" ศิลาสวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความดุดันที่ทำเอาอีกฝ่ายคิ้วกระตุก "ปากเสียแบบนี้ ควรรักษาให้หายก่อนจะมาเป็นสถาปนิกนะครับคุณศิลา หรือว่าปมด้อยเรื่องงานออกแบบในอดีต มันทำให้คุณประสาทกินจนมองไม่เห็นความผิดปกติของตึกตัวเองกันแน่" ดีไซเนอร์หนุ่มย้อนเกล็ดทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย ไม่ยอมลดละให้ท่าทีนิ่งขรึมนั้นแม้แต่น้อย ศิลาไม่ตอบโต้ด้วยวาจา เขาผละออกจากเสา ก้าวเท้าเข้ามาประชิดร่างโปร่งอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความเป็นชายผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเยือกเย็นเฉพาะตัวลอยแตะจมูกจนรินรดารู้สึก Core ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป สติเตือนเสียงดังปานไซเรน แต่ขาทั้งสองข้างกลับตรึงอยู่กับที่ราวกับถูกสะกดด้วยสายตาคมปลาบที่มองตรงมา มือหนาเอื้อมผ่านไหล่บางไปวางทาบลงบนพื้นผิวปูนดิบเย็นเฉียบ แรงกดจากฝ่ามือหนักแน่นมั่นคง ศิลาขยับตัวเข้าใกล้จนแผ่นหลังของรินรดาเกือบแนบชิดกับอกแกร่ง ระยะห่างระหว่างกันแทบเป็นศูนย์ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับข้างแก้มเนียนจนคนถูกคุกคามเผลอกลั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวผิดจังหวะในอกอย่างควบคุมไม่ได้ "เงียบปากแล้วดูนี่..." ศิปลากระซิบชิดใบหู เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าที่จงใจลดระดับลงจนกลายเป็นเสียงกระซิบกระsait ทำให้ขนอ่อนทั่วร่างของรินรดาลุกชัน นิ้วแกร่งเคาะลงบนจุดอับทึบของผนังปูนสามครั้ง เสียงกังวานที่สะท้อนกลับมาไม่ใช่เสียงทึบตันของคอนกรีตหนา แต่เป็นเสียง "โปร่งกลวง" ที่ซ่อนอยู่หลังม่านบังตา รินรดานิ่งงัน ความโกรธเคืองเมื่อครู่วันมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตะลึงเมื่อตระหนักว่าเซฟเฮาส์ที่พวกเขาคิดว่าปลอดภัยแห่งนี้ กำลังซ่อนความลับดำมืดบางอย่างเอาไว้ใต้ฐานราก "มัน... กลวง?" รินรดาพึมพำ ดวงตาเบิกกว้างหันมาสบตากับคนข้างกายในระยะประชิด ปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ เคมีบางอย่างที่ทั้งร้อนรุ่มและอึดอัดแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งคู่ ศิลาไม่ได้ถอยหนี เขายังคงจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววตื่นตระหนกผสมความท้าทาย ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา ร่างสูงออกแรงผลักที่บล็อกปูนจุดที่เสียงโปร่งทันที *ครกด... โครก!* เสียงกลไกโบราณส่งเสียงร้องลั่น ผนังปูนส่วนหนึ่งเคลื่อนตัวยุบหายเข้าไปด้านใน กลิ่นอัปชื้นผสมกลิ่นสนิมและฝุ่นผงโบราณทะลักออกมาปะทะใบหน้าทันที ความมืดมิดสนิทจากห้องลับเบื้องหน้าดึงดูดพวกเขาราวกับปากทาง1ของห้วงเหว ศิลาคว้าต้นแขนของรินรดาไว้แน่นโดยสัญชาตญาณเมื่อพื้นคอนกรีตใต้เท้าเกิดอาการสั่นสะเทือนเล็กน้อย ดีไซเนอร์หนุ่มเผลอคว้าชายเสื้อสูทของอีกฝ่ายไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ก้าวเท้าสำรวจความลับที่ถูกฝังกลบ ศิลาชะงักกึก ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองยังทาง เงาร่างหนึ่งทอดยาวทาบทับลงมาบนพื้นทางเดินสลัว พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่กำลังก้าวใกล้เข้ามาทุกที... ใครบางคนกำลังเดินลงมายังชั้นใต้ดินนี้... และมันไม่ใช่เสียงของคนที่จะได้รับอนุญาตให้อยู่ที่นี่อย่างแน่นอน!
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%