เสียงขูดขีดของโลหะที่ครูดไปกับผิวคอนกรีตเก่าคร่ำคร่า ดังเสียดแท่นประสาทจนรินรดาต้องนิ่วหน้า เขากำแผนผังโครงสร้างอาคารในมือแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ ดวงตาคู่คมกวาดมองผนังปูนเปลือยเบื้องหน้าสลับกับตัวเลขพิกัดในกระดาษอย่างไม่เชื่อสายตา
มันไม่ควรมีพื้นที่ตรงนี้
ตามแปลนเดิมที่เซ็นรับรองโดยวิศวกรโครงสร้างเมื่อสิบปีก่อน ผนังด้านนี้คือแนวคานรับน้ำหนักของเซฟเฮาส์ และด้านหลังควรเป็นพื้นที่ดินอัดแน่นถมทึบ แต่ระยะห่างที่วัดได้จากประตูทางเข้าจนถึงผนังทึบ กลับมีความคลาดเคลื่อนถึงสามเมตรเต็ม สามเมตรที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยในเอกสารราชการ
"คุณกำลังยืนขวางทางเดินที่ไม่มีอยู่จริง... คุณศิลา"
รินรดาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดดันในห้องใต้ดิน น้ำเสียงติดจะเยาะหยันเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวที่เริ่มก่อตัวในอก ทว่าแววตากลับจริงจังเสียจนคนฟังต้องหันมามอง
ศิลาที่ยืนกอดอกพิงเสาปูนอยู่ไม่ไกล ปรับสีหน้าเรียบเฉยตามความเคยชิน ดวงตาสีนิลคมกริบราวกับใบมีดที่เพิ่งออกจากเตาหลอม กวาดมองร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนที่กำลังยืนเท้าสะเอวอยู่หน้าผนังปัญหา
"ปากเก่งไม่เปลี่ยนนะรินรดา ถ้าสมองคุณทำงานได้ครึ่งหนึ่งของปากที่คุณใช้เถียงผม คุณคงไม่ต้องมาติดแหอยู่กับผมในที่บ้าๆ นี่หรอก" ศิลาสวนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแฝงความดุดันที่ทำเอาอีกฝ่ายคิ้วกระตุก
"ปากเสียแบบนี้ ควรรักษาให้หายก่อนจะมาเป็นสถาปนิกนะครับคุณศิลา หรือว่าปมด้อยเรื่องงานออกแบบในอดีต มันทำให้คุณประสาทกินจนมองไม่เห็นความผิดปกติของตึกตัวเองกันแน่" ดีไซเนอร์หนุ่มย้อนเกล็ดทันควัน ดวงตากลมโตวาวโรจน์ด้วยความท้าทาย ไม่ยอมลดละให้ท่าทีนิ่งขรึมนั้นแม้แต่น้อย
ศิลาไม่ตอบโต้ด้วยวาจา เขาผละออกจากเสา ก้าวเท้าเข้ามาประชิดร่างโปร่งอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายความเป็นชายผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ และความเยือกเย็นเฉพาะตัวลอยแตะจมูกจนรินรดารู้สึก
Core ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป สติเตือนเสียงดังปานไซเรน แต่ขาทั้งสองข้างกลับตรึงอยู่กับที่ราวกับถูกสะกดด้วยสายตาคมปลาบที่มองตรงมา
มือหนาเอื้อมผ่านไหล่บางไปวางทาบลงบนพื้นผิวปูนดิบเย็นเฉียบ แรงกดจากฝ่ามือหนักแน่นมั่นคง ศิลาขยับตัวเข้าใกล้จนแผ่นหลังของรินรดาเกือบแนบชิดกับอกแกร่ง ระยะห่างระหว่างกันแทบเป็นศูนย์ ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับข้างแก้มเนียนจนคนถูกคุกคามเผลอกลั้นหายใจ หัวใจเจ้ากรรมเต้นรัวผิดจังหวะในอกอย่างควบคุมไม่ได้
"เงียบปากแล้วดูนี่..." ศิปลากระซิบชิดใบหู เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าที่จงใจลดระดับลงจนกลายเป็นเสียงกระซิบกระsait ทำให้ขนอ่อนทั่วร่างของรินรดาลุกชัน
นิ้วแกร่งเคาะลงบนจุดอับทึบของผนังปูนสามครั้ง เสียงกังวานที่สะท้อนกลับมาไม่ใช่เสียงทึบตันของคอนกรีตหนา แต่เป็นเสียง "โปร่งกลวง" ที่ซ่อนอยู่หลังม่านบังตา
รินรดานิ่งงัน ความโกรธเคืองเมื่อครู่วันมลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงความตื่นตะลึงเมื่อตระหนักว่าเซฟเฮาส์ที่พวกเขาคิดว่าปลอดภัยแห่งนี้ กำลังซ่อนความลับดำมืดบางอย่างเอาไว้ใต้ฐานราก
"มัน... กลวง?" รินรดาพึมพำ ดวงตาเบิกกว้างหันมาสบตากับคนข้างกายในระยะประชิด ปลายจมูกแทบจะชนกันอยู่รอมร่อ เคมีบางอย่างที่ทั้งร้อนรุ่มและอึดอัดแผ่ซ่านระหว่างคนทั้งคู่
ศิลาไม่ได้ถอยหนี เขายังคงจ้องลึกลงไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววตื่นตระหนกผสมความท้าทาย ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา ร่างสูงออกแรงผลักที่บล็อกปูนจุดที่เสียงโปร่งทันที
*ครกด... โครก!*
เสียงกลไกโบราณส่งเสียงร้องลั่น ผนังปูนส่วนหนึ่งเคลื่อนตัวยุบหายเข้าไปด้านใน กลิ่นอัปชื้นผสมกลิ่นสนิมและฝุ่นผงโบราณทะลักออกมาปะทะใบหน้าทันที ความมืดมิดสนิทจากห้องลับเบื้องหน้าดึงดูดพวกเขาราวกับปากทาง1ของห้วงเหว
ศิลาคว้าต้นแขนของรินรดาไว้แน่นโดยสัญชาตญาณเมื่อพื้นคอนกรีตใต้เท้าเกิดอาการสั่นสะเทือนเล็กน้อย ดีไซเนอร์หนุ่มเผลอคว้าชายเสื้อสูทของอีกฝ่ายไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว
ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ก้าวเท้าสำรวจความลับที่ถูกฝังกลบ ศิลาชะงักกึก ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองยังทาง
เงาร่างหนึ่งทอดยาวทาบทับลงมาบนพื้นทางเดินสลัว พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่กำลังก้าวใกล้เข้ามาทุกที...
ใครบางคนกำลังเดินลงมายังชั้นใต้ดินนี้... และมันไม่ใช่เสียงของคนที่จะได้รับอนุญาตให้อยู่ที่นี่อย่างแน่นอน!
เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 7
ความลับใต้ฐานราก
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!