เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 6

ปากจัด vs ปากนิ่ง

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
“คำว่า ‘ยินดีต้อนรับ’ ของคุณ มันมีไว้ใช้เฉพาะกับคนที่คุณอยากจะทุบให้แหลกคามือหรือเปล่าครับ คุณศิลา?” รินรดาวางปากกาเขียนแบบลงบนโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ เสียงดัง *ปึก* นั้นไม่ได้เบานัก แต่มันกลับไม่ดังก้องเท่ากับสายตาคมกริบของคนที่ยืนกอดอกอยู่ฝั่งตรงข้าม ศิลาไม่ได้ตอบทันที เขาเพียงแค่นิ่งเงียบ ประกายตาเย็นเยียบดุจน้ำแข็งที่ถูกฝนจนคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของดีไซเนอร์หนุ่มที่กำลังสั่นระริกด้วยแรงโทสะ “ถ้าคุณคิดว่านั่นคือคำด่า ผมคงต้องชมว่าจินตนาการคุณล้ำเลิศเกินไป” ศิลาเอ่ยเสียงเรียบ ทุ้มต่ำ แต่ทุกพยางค์กลับบาดลึกเข้าที่ขั้วหัวใจ “ผมแค่ทำตามมารยาทของเจ้าบ้าน แต่ดูเหมือนคุณจะพยายามยัดเยียดบทบาทตัวร้ายให้ผมเหลือเกินนะ รินรดา” “มารยาท?” รินรดาแค่นหัวเราะ เหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างท้าทาย “ถ้าการที่คุณลากผมเข้ามาใน 'เซฟเฮาส์' บ้าบออะไรนี่ เพื่อที่จะมานั่งติงานออกแบบของผมด้วยทัศนคติแบบสถาปนิกหัวโบราณนั่นเรียกว่ามารยาท งั้นผมก็คงต้องขอถอนคำพูดที่ว่าคุณเป็นสุภาพบุรุษครับ” บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางเต็มไปด้วยกลิ่นกระดาษเขียนแบบและกลิ่นอายความกดดัน ศิลาเดินเข้ามาใกล้ขึ้นอีกก้าว จนรินรดารู้สึกถึงไอความร้อนจากร่างกายของอีกฝ่าย เขาเป็นคนประเภทที่แค่มองก็ทำให้คนอื่นรู้สึกตัวลีบเล็กลงได้ แต่ไม่ใช่กับรินรดา เขาเชิดหน้าขึ้นรับแรงกดดันนั้นอย่างไม่คิดจะถอย “งานของคุณมันไม่ใช่แค่การดีไซน์ แต่มันคือการอวดศักยภาพอย่างไร้เหตุผล” ศิลาเอื้อมมือไปคว้าพิมพ์เขียวบนโต๊ะ นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนเส้นสายที่รินรดาตั้งใจวาด “คุณใส่ความจัดจ้านลงไปในทุกจุดจนลืมฟังก์ชันการใช้งาน ถ้าสร้างตามนี้จริง ต่อให้งบประมาณจะมหาศาลแค่ไหน พ่อของผม... ก็คงไม่อยากได้บ้านที่ไร้จิตวิญญาณแบบนี้” “จิตวิญญาณ?” รินรดาสวนทันควัน ความใจเย็นที่สะสมมาพังทลายลงในพริบตา “คุณรู้จักคำนี้ด้วยเหรอครับ? คนที่สร้างแต่กล่องคอนกรีตไร้ความรู้สึกอย่างคุณเนี่ยนะมาสอนผมเรื่องจิตวิญญาณ? งานของผมมันมีชีวิต มันมีอารมณ์ และมันไม่ใช่สิ่งที่คนแข็งทื่ออย่างคุณจะเข้าใจได้!” ศิลาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาของเขาหรี่ลงครู่หนึ่งก่อนจะขยับเข้าไปใกล้จนแทบจะไม่มีช่องว่างระหว่างกัน เขายื่นหน้าเข้าไปจนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกับคนตรงข้าม กลิ่นโคโลญจน์จางๆ ปะทะกับจมูกของรินรดาจนเขาชะงักลมหายใจ ความปากจัดที่เคยมีหายไปชั่วขณะ แทนที่ด้วยความประหม่าที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีแข็งกร้าว “อย่าได้มั่นใจในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยสัมผัสให้มากนัก รินรดา” ศิลาพูดชิดริมฝีปากอีกฝ่าย น้ำเสียงของเขาไม่ได้โกรธเคือง แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเย้ายวนที่อันตราย “ที่คุณบอกว่างานผมไร้ชีวิต นั่นเป็นเพราะคุณมองด้วยตาเปล่า ไม่ได้มองด้วยใจ... เหมือนกับที่คุณกำลังมองผมตอนนี้ไง” รินรดากลืนน้ำลายอึกใหญ่ ความร้อนพุ่งขึ้นมาที่ใบหน้าอย่างช่วยไม่ได้ เขาพยายามเบนสายตาหนี แต่ศิลากลับใช้มืออีกข้างเชยคางเขาให้กลับมาสบตากันตรงๆ สัมผัสจากปลายนิ้วที่เย็นจัดแต่หนักแน่นทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้กับที่ “ปล่อยนะ” รินรดาขยับปากพูดได้เพียงคำสั้นๆ เสียงที่เคยทรงพลังกลับแหบพร่าลงอย่างน่าโมโห “ปากเก่งให้ได้ตลอดรอดฝั่งสิครับ” ศิลาคลี่ยิ้มจางๆ แต่มันเป็นยิ้มที่ดูร้ายกาจที่สุดเท่าที่รินรดาเคยเห็นมา “ในเมื่อคุณกล้าท้าทายผมด้วยงานดีไซน์ ก็พิสูจน์ให้ผมดูหน่อยว่าคุณไม่ได้มีดีแค่ปาก... ถ้าแบบที่คุณวาดมันพังในวันที่ต้องพรีเซนต์จริง อย่ามาหวังว่าผมจะช่วยซ่อมซากความล้มเหลวของคุณ” “หึ ผมไม่มีวันพึ่งพาคุณ” รินรดาตอกกลับ แม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะ “เพราะคนอย่างผมไม่เคยทำอะไรล้มเหลว... และไม่เคยต้องก้มหัวให้ใคร ไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม” ศิลาขยับถอยห่างออกไปช้าๆ ทิ้งระยะห่างให้รินรดาได้หายใจคล่องขึ้น แต่สายตาเขายังคงจับจ้องราวกับจะกลืนกินทุกการกระทำของอีกฝ่าย เขาหันหลังกลับเดินไปที่ประตูห้องทำงานที่ถูกปิดตายไว้ตั้งแต่เริ่มบทสนทนา “งั้นก็ดีครับ งั้นลองไปพิสูจน์ดูในห้องสตูดิโอข้างล่างนั่น” ศิลาหันมามองผ่านไหล่ สายตาที่คาดเดาไม่ได้ทำให้รินรดาต้องขมวดคิ้ว “เพราะมีคนคนหนึ่งที่ผมรอให้มาเจอคุณอยู่... เขาเป็นคนเดียวที่สามารถบอกได้ว่างานของคุณมันคือศิลปะ หรือแค่ขยะที่สวยงาม” รินรดาขมวดคิ้วแน่น “ใคร?” ยังไม่ทันที่ศิลาจะได้ตอบคำถาม ประตูห้องที่ควรจะล็อกสนิทก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงจนบานประตูไม้กระแทกเข้ากับผนัง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก้าวเข้ามาด้วยความเร่งรีบ พร้อมกับชายวัยกลางคนที่ดูภูมิฐานทว่าแววตากลับดูดุร้ายยิ่งกว่าศิลาหลายเท่าตัว “พ่อ?” ศิลาเอ่ยขึ้นสั้นๆ แต่ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับแฝงความตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด ผู้มาใหม่ไม่ได้สนใจลูกชาย แต่สายตากลับจับจ้องไปที่รินรดาด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย ก่อนจะยกยิ้มที่ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นทันที “คนนี้หรือ... ที่แกบอกว่าจะเป็นคนล้มโครงการของฉัน?” รินรดานิ่งงันไปทันที หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความโมโหกลับเต้นผิดจังหวะด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นในเงามืดของเซฟเฮาส์แห่งนี้ ขอบพระคุณที่ติดตามผลงานของผมนะครับ แบล็กสมิธในตำนานจะพาทุกท่านดำดิ่งไปสู่ปมปริศนาที่เข้มข้นยิ่งกว่านี้ในตอนต่อไปครับ!
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%