เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว•ตอนที่ 24

คำสัญญาในความมืด

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดพร้อมกับเสียงกระแทกปากกาลงบนโต๊ะเขียนแบบดังสนั่นท่ามกลางความเงียบ คือสัญญาณเตือนภัยที่รินรดารู้ดีว่า หากยังไม่อยากกระโจนใส่สงครามประสาทกับสถาปนิกจอมเนียบอย่างศิลา ทางเลือกที่ดีที่สุดคือการหุบปากแล้วก้มหน้าก้มตาเคลียร์สเปกสีสำหรับโปรเจกต์รีโนเวทบ้านไม้เก่าริมคลองให้เสร็จภายในคืนนี้ แต่ดูเหมือนความมืดมนจะไม่เคยปราณีใคร... พรึบ! จู่ๆ แสงไฟนีออนสีขาวนวลจากโคมไฟเพดานก็ดับวูบลงพร้อมกันทั้งตึก คอมพิวเตอร์สองเครื่องที่ตั้งตระหง่านอยู่บนโต๊ะทำงานส่งเสียงร้องเตือนยาวเหยียดก่อนจะมืดสนิทตามกันไป หน้าจอที่เคยสว่างวาบสะท้อนภาพใบหน้าหงุดหฤทัยของรินรดาพลันกลายเป็นความมืดมิด ไร้ซึ่งแสงสว่างใดๆ นอกจากแสงจันทร์นวลตาที่สาดส่องผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามาเพียงเล็กน้อย "ให้มันได้อย่างนี้สิ! หม้อแปลงระเบิดหรือไงวะเนี่ย งานกูยังไม่ได้เซฟเลยนะ!" เสียงสบถเบาๆ ของรินรดาหลุดออกมาในความมืด พร้อมกับเสียงกุกกักจากการคว,านหามือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊ก "อยู่นิ่งๆ ครับ อย่าเพิ่งขยับเดินสุ่มสี่สุ่มห้า เดี๋ยวก็เดินไปสะดุดขาโต๊ะหรือชนมุมเหลี่ยมเข้าให้อีก" เสียงทุ้มต่ำคุ้นเคยเอ่ยขึ้นในความมืด น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความกังวลเจือจางที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ไม่ให้แนบเนียนพอ รินรดาชะงักมือที่กำลังควานหาของ "แล้วใครใช้ให้คุณมาสั่งล่ะครับ คุณศิลา? มองไม่เห็นแม้แต่เงาหัวตัวเองเนี่ย จะให้ผมนั่งทำสมาธิรอความตายรึไง" ปากเก่งสวนกลับทันควันตามสัญชาตญาณ แม้ในใจจะแอบผวาเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ว่า ในเซฟเฮาส์ไร้ชื่อแห่งนี้ ตอนนี้เหลือเพียงเขากับผู้ชายปากแข็งคนนี้แค่สองต่อสอง แกร็ก... เสียงขยับตัวจากเก้าอี้ทำงานฝั่งตรงข้าม ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ย่างก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ กลิ่นอายน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความสะอาดสะอ้านอันเป็นเอกลักษณ์ของศิลาเริ่มลอยแตะจมูกชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน "ผมไม่ได้สั่งให้คุณนั่งรอความตาย แต่ผมไม่อยากเก็บกวาดเศษซากคุณกรณีที่คุณเดินสะดุดหัวฟาดพื้นต่างหาก" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นในระยะประชิด ก่อนที่ความอุ่นวาบจะทาบทับลงบนหลังมือข้างที่รินรดากำลังควานหาโทรศัพท์มือถือ ปลายนิ้วเรียวยาวและแข็งกระด้างของสถาปนิกหนุ่มกุมมือของรินรดาไว้แน่นอย่างถือวิสาสะ สัมผัสอุ่นจัดนั้นส่งผ่านความร้อนผ่าวเข้ามาถึงผิวเนื้อจนดีไซเนอร์หนุ่มถึงกับสะดุ้งสุดตัว ร่างเพรียวชะงักกึก หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน "ปล่อยมือผมนะ... คุณศิลา" รินรดาพยายามดึงมือกลับ แต่แรงบีบกระชับที่ส่งมาจากอีกฝ่ายกลับมั่นคงและเด็ดเดี่ยวเสียจนขยับหนีไม่ได้ "ถ้าปล่อยแล้วคุณจะร่วงลงไปกองกับพื้นน่ะเหรอครับ... ดื้อด้านไม่เข้าเรื่อง" เสียงกระซิบนั้นดังอยู่ใกล้แค่หู ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำเอาขนลุกชันไปทั่วแผ่นหลัง รินรดาเม้มริมฝีปากแน่นในความมืด ความอวดดีที่มีอยู่เต็มร้อยเมื่อครู่คล้ายจะละลายหายไปกับอากาศเย็นยะเยือกยามค่ำคืน เมื่อตระหนักว่าระยะห่างระหว่างเขากับศิลานั้นแทบไม่เหลือช่องว่าง ในความมืดมิดที่มองไม่เห็นใบหน้า ทว่าทุกประสาทสัมผัสกลับตื่นตัวถึงขีดสุด เสียงหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนแทบจะเป็นจังหวะเดียวกันทำให้บรรยากาศภายในห้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง จากความตึงเครียดของงานสถาปัตยกรรม กลายเป็นความร้อนรุ่มที่ถูกจุดประกายขึ้นเงียบๆ จากความใกล้ชิด "ผมไม่ได้ดื้อ..." รินรดาเถียงเสียงเบาลงกว่าเดิมครึ่งหนึ่ง ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปเกือบหมดเมื่อปลายนิ้วโป้งของศิลาเผลอไล้เบาๆ บนหลังมือของเขาอย่างเผลอไผล เป็นการปลอบประโลมที่หลุดกรอบความสัมพันธ์อันเคร่งเครียดของทั้งคู่ไปไกลลิบ ศิลานิ่งเงไปชั่วอึดใจ ก่อนจะขยับตัวเข้ามาประชิดยิ่งขึ้นจนแผ่นหลังของรินรดาชนเข้ากับขอบโต๊ะทำงานด้านหลัง ความเย็นของเนื้อไม้ตัดกับความร้อนระอุจากร่างกายของคนที่ยืนค้ำอยู่ตรงหน้า สถาปนิกหนุ่มโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน แม้จะมองไม่เห็นดวงตาคมกริบนั้นชัดเจน แต่รินรดารู้ดีว่าสายตาคู่ดุคู่นั้นกำลังจ้องมองมาที่เขาด้วยความหมายแบบไหน "ถ้าไม่ดื้อ... ทำไมตอนนั้นถึงไม่ยอมฟังผมบ้างล่ะครับ" ศิลาเอ่ยเสียงพร่า ประโยคคำถามที่ขุดคุ้ยปمเก่าในอดีตลอยเคว้งคว้างอยู่ในความมืด ปมความล้มเหลวในโปรเจกต์ใหญ่ที่ศิลายังคงโทษตัวเอง และความดื้อรั้นของรินรดาที่เกือบทำให้ทุกอย่างพังทลายในวันแรกที่ก้าวเข้ามาในชีวิตของกันและกัน มันถูกหยิบยกขึ้นมาพูดในจังหวะเวลาที่ไร้ซึ่งเกราะป้องกันใดๆ ทั้งสิ้น รินรดาเม้มปากแน่น หัวใจกระตุกวาบด้วยความเจ็บแปลบที่ซ่อนไว้ลึกสุดซึ้ง "เรื่องมันผ่านมาแล้ว... คุณจะรื้อฟื้นขึ้นมาทำไม" "เพราะมันยังติดค้างอยู่ในใจผมไงครับ..." ศิลาตอบกลับทันที น้ำเสียงจริงจังและจริงใจอย่างที่ไม่เคยแสดงออกมาก่อนในยามปกติ "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมปากแข็งใส่คุณ ทำเป็นผลักไสไล่ส่ง เพราะกลัวว่าถ้าเปิดใจรับใครเข้ามาจริงๆ ผมอาจจะปกป้องเขาไม่ได้เหมือนในอดีตอีก... แต่พอเห็นคุณนั่งทำงานจนดึกดื่น อยู่ตรงนี้ ใกล้ผมแค่เอื้อมแบบนี้... ผมถึงรู้ว่าผมไม่อยากผลักไสคุณไปไหนอีกแล้ว" คำสารภาพที่หลุดออกมาท่ามกลางความมืดมิดและเสียงฝนปรอยๆ ด้านนอก ทำเอารินรดากลั้นหายใจ สมองขาวโพลนจนคิดคำพูดโต้เถียงไม่ถูก เคมีที่เคยคานอำนาจกันมาตลอดพังทลายลงในพริบตา เหลือเพียงความสั่นไหวรุนแรงในทรวงอก มือเรียวที่ถูกกุมไว้เปลี่ยนเป็นฝ่ายบีบกระชับมือของอีกฝ่ายกลับบ้างอย่างลืมตัว รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะเอ่ยเสียงสั่นพร่าในความเงียบ "คุณพูดบ้าอะไรของคุณเนี่ย... ศิลา..." ศิลายิ้มบางๆ ในความมืด มืออีกข้างเอื้อมขึ้นมาสัมผัสแก้มเนียนแผ่วเบา นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเบาๆ ที่โหนกแก้มอย่างทะนุถนอม ความอ่อนโยนที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเย่อหยิ่งและเจ้าระเบียบมาตลอด บัดนี้ถูกเปิดเผยออกมาอย่างไร้ข้อแก้ตัว "ผมไม่ได้บ้าครับ... และผมก็ไม่ได้พูดเล่น" ศิลาขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน "ผมพูดจริงทุกคำ... ริน..." บรรยากาศกำลังดำเนินไปสู่จุดที่ความรู้สึกของทั้งสองฝ่ายหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างไร้แรงต้านทาน ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะเคลื่อนเข้าหาเพื่อปิดช่องว่างทั้งหมด ทว่าท่ามกลางความเงียบงันและห้วงอารมณ์อันลึกซึ้งนั้นเอง... แอ๊ด... เสียงเปิดประตูด้านนอกดังขึ้นทำลายความเงียบ พร้อมกับแสงไฟนีออนสว่างวาบขึ้นกะทันหันจนทั้งคู่ต้องหยีตาด้วยความแสบตา "พี่ศิลา! พี่ริน! แย่แล้วครับ แบบแปลนรีโนเวทที่ส่งมาเมื่อกี้ ลูกค้าโทรมาสั่งแก้ด่วนทั้งหมดเลย!" เสียงตะโกนโหววกเหวกของเด็กฝึกงานหนุ่มที่พรวดพราดเข้ามาในห้องทำเอาศิลาและรินรดาผละออกจากกันแทบไม่ทัน รินรดารีบยกมือขึ้นเสยผมแก้เก้อ ใบหน้าขึ้นสีแดงก่ำด้วยความเขินอาย ขณะที่ศิลากัดกรามกรอดด้วยความหงุดหฤทัยที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญที่สุด --- ติดตามตอนต่อไป: รินรดาจะรับมืออย่างไรกับความรู้สึกที่เปลี่ยนไป และโปรเจกต์วิกฤตครั้งนี้จะรอดพ้นเงื้อมมือของลูกค้าจอมเรื่องมากได้หรือไม่? กดอ่านตอนที่ 25 ต่อได้ทันทีครับ! (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของแบล็กสมิธในตำนานมาโดยตลอดนะครับ)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไร้ชื่อกับดีไซเนอร์ปากแจ๋ว นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%