"ถ้าคุณคิดว่างานสถาปัตยกรรมระดับนี้ มันออกแบบด้วยความรู้สึกมักง่ายแบบที่ใช้คิดงานโฆษณาขายแชมพู คุณคงต้องกลับไปเรียนอนุบาลเรื่องโครงสร้างใหม่นะคะ คุณมินตรา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความเย้ยหยันดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องประชุมกระจกฝ้าถูกผลักเปิดออก วิกตอรียิ้มแห้งๆ ในใจขณะที่มินตราและศิวาต้องชะงักกึก หันขวับไปมองผู้มาใหม่พร้อมกันในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ผู้มาใหม่ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคุณพิมพ์ชนก ลูกค้ารายใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลและขึ้นชื่อเรื่องความจุกจิกเป็นเลิศ เธอก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มบางเฉียบที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา ทว่าประกายไฟแห่งความทิฐิระหว่างสถาปนิกหนุ่มปากจัดกับครีเอทีฟสาวฝีปากกล้ากลับปะทุขึ้นกลางอากาศเสียยิ่งกว่าอุณหภูมิห้องแอร์ที่ติดลบ
มินตราแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์อย่างไม่คิดจะยอมลงให้ ดวงหน้าสวยเฉี่ยวเชิดขึ้นเล็กน้อยยามก้าวเท้าเข้าไปประจันหน้ากับชายหนุ่มผู้สวมสูทเข้ารูปเนี้ยบกริบราวกับหลุดออกมาจากนิตยสารแฟชั่น แต่ติดตรงที่สายตาสีเข้มคู่นั้นมองเธอราวกับเธอเป็นแค่อะเศษฝุ่นใต้รองเท้าหนังราคาแพง
"ถ้าสถาปนิกอย่างคุณศิวาจะกรุณาลดอีโก้ที่สูงเสียดฟ้าลงมามองโลกแห่งความเป็นจริงสักนิด ก็คงจะรู้ว่าลูกค้ายุคนี้เขาไม่ได้อยากได้อนุสาวรีย์ปูนเปลือยทึบตันไว้ชื่นชมคนเดียว แต่เขาต้องการพื้นที่ที่ทำเงินได้จริงค่ะ!" มินตราสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราดรดลงไปบนความเย่อหยิ่งของอีกฝ่ายอย่างไม่ไว้หน้า
ศิวะแค่นเสียงหึในลำคอ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดจนมินตราต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส เขาโน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย ดวงตาคมกริบมองสำรวจเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาวิเคราะห์แกแกมดูแคลน
"พื้นที่ทำเงิน? หรือพื้นที่รกเรื้อที่เต็มไปด้วยไอเดียขยะพลาสติกสีฉูดฉาดที่คุณคิดขึ้นมาเพื่อเอาใจตลาดมวลชนกันแน่ครับ... อ้อ ขอโทษที ดิฉันลืมไปว่าคุณถนัดงานฉาบฉวยแบบนั้น" ศิวาจงใจเน้นเสียงประชดประชัน คำพูดแต่ละคำถูกปล่อยออกมาอย่างเชือดเฉือน ชนิดที่หากเป็นคนอื่นคงน้ำตาซึมด้วยความคับแค้นใจไปแล้ว
แต่มินตราไม่ใช่คนประเภทนั้น เธอยกยิ้มมุมปาก ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างไม่เกรงกลัว มือเรียวบางยกขึ้นกอดอก ท่าทีสบายๆ แต่น่าหมั่นไส้ในสายตาของศิวาทำให้กรามหนาของสถาปนิกหนุ่มขบเข้าหากันแน่น
"งานฉาบฉวยที่ว่าเนี่ยแหละค่ะที่ทำยอดขายถล่มทลายมาแล้วทุกโปรเจกต์ ต่างจากงานศิลปะขึ้นหิ้งของคุณศิวา ที่สร้างเสร็จทีไรก็กลายเป็นอนุสรณ์สถานร้างไร้คนเข้าพักทุกที ไม่ทราบว่าภูมิใจตรงไหนเหรอคะ หรือชอบความเงียบเหงาเพราะไม่มีใครอยากเข้าใกล้คนปากเสียแบบคุณกันแน่"
"นี่คุณ!" ศิวาขยับตัวเข้าใกล้มากกว่าเดิม ช่องว่างระหว่างคนทั้งคู่แทบจะไม่มีเหลือ รังสีความโกรธแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาราวกับเตาปฏิกรณ์ที่พร้อมระเบิดได้ทุกเมื่อ ทว่ามินตรากลับไม่มีท่าทีถอยร่นแม้แต่น้อย เธอยังคงเชิดหน้าท้าทาย ปล่อยให้ระยะห่างที่ใกล้เกินความจำเป็นนี้กลเป็นการกดดันทางจิตวิทยาที่ทำเอาหัวใจเต้นผิดจังหวะอย่างน่าหงุดหงิด
"พอได้แล้วค่ะทั้งสองคน!"
เสียงแทรกขึ้นอย่างทันท่วงทีของกรณ์ โปรเจกต์แมเนเจอร์หนุ่มที่ยืนปาดเหงื่ออยู่ข้างๆ ช่วยดึงสติให้ทั้งคู่ถอยห่างออกจากกันชั่ววินาที กรณ์ส่งยิ้มแห้งๆ ให้คุณพิมพ์ชนกที่ตอนนี้กำลังยืนกอดอกมองการปะทะฝีปากเมื่อครู่ด้วยความสนใจใคร่รู้ รอยยิ้มมุมปากของผู้ทรงอิทธิพลรายนั้นทำให้บรรยากาศยิ่งน่าอึดอัดมากขึ้นไปอีก
"ฉันจ้างพวกคุณสองคนมาร่วมงานกัน ไม่ใช่มาเปิดศึกชิงบัลลังก์ออกแบบรีสอร์ทนะคะ" คุณพิมพ์ชนกเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่น่าเกรงขาม "ไหนล่ะคอนเซปต์ที่พวกคุณบอกว่าจะเอามาพรีเซนต์ให้ฉันดูวันนี้? ถ้ายังเถียงกันเรื่องไร้สาระอยู่แบบนี้ ฉันเกรงว่าโปรเจกต์มูลค่าหลายพันล้านนี่คงต้องพับเก็บ แล้วไปจ้างบริษัทอื่นที่เขาพร้อมทำงานเป็นมืออาชีพดีกว่ามั้งคะ"
คำพูดนั้นทำเอาบรรยากาศในห้องประชุมเงียบกริบลงทันตาเห็น มินตรากลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เธอเหลือบมองศิวาที่ตอนนี้กลับมาตีหน้าขรึม เย็นชา และไร้ความรู้สึกราวกับหุ่นยนต์เช่นเดิม ส่วนพ่อสถาปนิกตัวร้ายก็ปรายตามองเธอนิ่งๆ ก่อนจะหันไปโค้งศีรษะให้ลูกค้าด้วยท่าทีสุภาพเรียบร้อยจนน่าหมั่นไส้
"ขออภัยด้วยครับคุณพิมพ์ชนก ทางเราได้เตรียมคอนเซปต์หลักที่ผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมยั่งยืนกับอัตลักษณ์ท้องถิ่นไว้เรียบร้อยแล้ว รับรองว่าจะต้องตอบโจทย์ความต้องการของคุณให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดอย่างแน่นอนครับ" ศิวาเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเป็นงานเป็น การเปลี่ยนโหมดอย่างรวดเร็วจนมนุษย์ธรรมดาตามไม่ทันทำเอามินตราอยากจะควแฟ้มเอกสารฟาดหน้าเขาแรงๆ สักที
"งั้นก็เริ่มเลยค่ะ ฉันมีเวลาไม่มาก" คุณพิมพ์ชนกนั่งลงที่เก้าอี้ประธาน หยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเตรียมจดบันทึก
มินตราสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ สลัดความหงุดหงิดที่มีต่อพ่อสถาปนิกปากจัดออกไปชั่วคราว เธอเดินไปที่หน้าจอโปรเจกต์เตอร์ กดเปิดไฟล์พรีเซนต์เตชันที่ผ่านการนอนไม่หลับมาหลายคืนเพื่อตบตีกับไอเดียสุดโต่งของศิวา
"ในส่วนของครีเอทีฟและประสบการณ์ของลูกค้า (Guest Journey) ทางเรามองว่า..." มินตราเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงฉะฉาน มั่นใจ และเต็มไปด้วยพลัง เธอกำลังอธิบายแผนกิมมิคและโซนกิจกรรมที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวยุคใหม่ให้เข้ามามีส่วนร่วมกับรีสอร์ท ทว่ายังไม่ทันจะพูดจบประโยคดี ศิวาก็ยกมือขึ้นขัดจังหวะด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ไร้สาระครับ"
มินตราสะดุดกึก หันขวับไปมองหน้าศิวาที่นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม ดวงตาสีเข้มคู่นั้นมองสไลด์งานของเธอก่อนจะส่ายหัวเบาๆ อย่างดูแคลน
"การที่คุณจะเอาสไลเดอร์สีพาสเทลไปแปะไว้ข้างหน้าผาหินแกรนิตธรรมชาติ มันไม่ได้ช่วยดึงดูดกลุ่มเป้าหมายระดับไฮเอนด์เลยสักนิด แต่มันกำลังทำลายความดิบเท่ของงานดีไซน์โครงสร้างที่ผมตั้งใจออกแบบมาเป็นแรมปีต่างหาก ถ้าลูกค้ากระโดดลงไปแล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ? คุณเหรอ?"
"นี่คุณศิวา! กรุณาใช้สมองส่วนหน้าคิดสักนิดนะคะว่ากลุ่มเป้าหมายของรีสอร์ทนี้คือคนรุ่นใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง ไม่ใช่ผู้สูงอายุที่จะมานั่งสวดมนต์ชมวิวผาหินอย่างเดียว! การสร้างจุดเช็คอินมันคือหัวใจของการตลาดสมัยนี้ที่คุณไม่มีวันเข้าใจหรอก!" มินตราฟาดกลับทันที เสียงสูงขึ้นจนกรณ์ต้องทำไม้ทำมือส่งสัญญาณให้ใจเย็นลง
"ผมเข้าใจการตลาดครับ แต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมสมองระดับครีเอทีฟถึงคิดได้แค่เอาขยะสีฉูดฉาดไปทำลายธรรมชาติแบบนั้น ถ้าอยากได้จุดเช็คอินนัก ทำไมไม่ไปออกแบบสวนสนุกสวนน้ำแทนที่จะมาทำรีสอร์ทระดับลักชูรีล่ะครับ?"
"คุณ!" มินตราโกรธจนหน้าดำคร่ำเครียด กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ บรรยากาศในห้องประชุมเริ่มร้อนระอุขึ้นมาอีกครั้งจนแทบจะมีประกายไฟแลบแปล๊บๆ ออกมาจากสายตาของคนทั้งคู่ คุณพิมพ์ชนกที่นั่งฟังมานานไม่ได้เอ่ยห้าม เธอกลับยกยิ้มมุมปากอย่างถูกอกถูกใจที่ได้เห็นสองหัวกะทิจากคนละขั้วมาปะทะกันอย่างดุเดือด
"พอค่ะ" คุณพิมพ์ชนกยกมือขึ้นเบาๆ เป็นสัญญาณให้ทั้งคู่หยุดสงครามปาก "ฉันชอบพลังงานของพวกคุณนะ... คนหนึ่งมีกรอบที่แข็งแกร่งจนเกินไป แต่อีกคนก็แหกคอกจนกู่ไม่กลับ ถ้าเอาความเนี้ยบของคุณศิวามาผสานกับความบ้าบิ่นของคุณมินตราไม่ได้ ฉันคงต้องบอกลาโปรเจกต์นี้"
ลูกค้าคนสำคัญเว้นจังหวะเล็กน้อย กวาดสายตามองคนทั้งคู่ด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ ก่อนจะทิ้งระเบิดลูกใหญ่ที่ทำเอาคนฟังถึงกับพูดไม่ออก
"งั้นเอาอย่างนี้... ฉันให้เวลาพวกคุณสองคนไปขลุกอยู่ด้วยกันที่ไซต์งานก่อสร้างที่ภูเก็ต เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม"
ศิวาและมินตราเบิกตากว้างพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
"หา/อะไรนะคะ?!" ทั้งคู่ร้องอุทานออกมาพร้อมกันอย่างลืมตัว
"ใช่ค่ะ ไปนอนคิดคอนเซปต์ร่วมกันใหม่ให้ตกผลึก ถ้างานไม่ออกมาในแบบที่ฉันต้องการ... เตรียมตัวเซ็นใบลาออกกันได้ทั้งคู่เลยนะคะ" คุณพิมพ์ชนกยิ้มหวานหยดย้อยให้ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สะกระเป๋าแบรนด์เนมแล้วเดินออกจากห้องประชุมไปอย่างไร้เยื่อใย ทิ้งให้ศิวาและมินตรานั่งนิ่งอึ้งอยู่ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าสยดสยอง
มินตราหันขวับไปมองหน้าศิวาด้วยความรู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ขณะที่สถาปนิกหนุ่มเองก็กำลังจ้องมองเธอกลับด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดไม่แพ้กัน
ก่อนที่ใครสักคนจะทันได้เอ่ยปากด่าอะไรออกมา เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของศิวาก็สั่นครืดขึ้นมาเสียก่อน ชายหนุ่มก้มลงมองหน้าจอแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับมินตราด้วยรอยยิ้มเยือกเย็นที่ทำเอาสันหลังวาบหวามอย่างประหลาด
"เตรียมเก็บกระเป๋าได้เลยครับ... คุณครีเอทีฟปากเก่ง"
ศิวาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงเก้าโน้มตัวลงมาใกล้จนใบหน้าอยู่ห่างกันเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้มเนียนจนมินตราต้องเผลอกลั้นหายใจโดยสัญชาตญาณ ดวงตาสีคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะกลืนกิน
"หวังว่าไปอยู่ภูเก็ตครั้งนี้... คุณจะปากดีได้ตลอดรอดฝั่งนะ... ที่รัก"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาฟินและร่วมจิกหมอนไปกับศึกปะทะคารมของพ่อสถาปนิกปากร้ายกับครีเอทีฟสาวคนสวยนะคะ!
สถาปนิกปากจัดกับครีเอทีฟสายฟาดในศึกออกแบบรีสอร์ท•ตอนที่ 2
ไอเดียที่เข้ากันไม่ได้เหมือนน้ำกับไฟ
ผลงานโดย ไวโอเล็ตการ์เด้น
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไวโอเล็ตการ์เด้น)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากจัดกับครีเอทีฟสายฟาดในศึกออกแบบรีสอร์ท นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
