บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ•ตอนที่ 19

เสียงกระซิบจากในวัง

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
"ท่านควรจะรู้ตั้งแต่วันที่เท้าเหยียบเข้ามาในวังหลวงแล้วว่า ที่นี่ไม่มีมิตรแท้ มีเพียงผลประโยชน์ที่ยังไม่ถูกหักหลังเท่านั้น" เสียงหวานใสแต่แฝงไปด้วยความเย็นเยียบขององค์หญิงรินลดาดังขึ้นในห้องทรงงานมืดสลัว กลิ่นกำยานราคาแพงที่อบอวลอยู่กลับทำให้ศิลาที่ยืนอยู่ตรงหน้ากระอักกระอ่วนใจ จดหมายในมือเขาสั่นเล็กน้อย ข้อความข้างในนั้นคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยงแม่ทัพอคินเข้ากับกลุ่มกบฏนอกด่าน—ไม่ใช่ในฐานะผู้ปราบปราม แต่ในฐานะ 'ผู้ชักใย' ศิลาเงยหน้าขึ้น สบตากับหญิงสาวที่เขามอบความไว้ใจให้มากที่สุดในชีวิตนี้ "ทำไมต้องเป็นตอนนี้? หากข้านำสิ่งนี้ไปถวายฝ่าบาท แม่ทัพอคินจะถูกปลดจากตำแหน่ง แต่ท่านจะตกอยู่ในอันตรายทันทีที่เขารู้ว่าใครเป็นคนส่งข่าว" รินลดาเดินเยื้องกรายเข้ามาใกล้ มือเรียวบางเอื้อมมาแตะที่ปลายแขนเสื้อของเขาเบาๆ ทว่าดวงตาคู่นั้นกลับนิ่งสนิทราวกับผิวน้ำที่ไม่มีวันกระเพื่อม "ศิลา ท่านยังไม่เข้าใจอีกหรือ? สงครามครั้งนี้ไม่ได้มีแค่ดาบกับโล่ แต่มันคือการเล่นหมากที่ใครกะพริบตาก่อนคือผู้แพ้ อคินมันไม่ได้แค่ต้องการบัลลังก์ มันต้องการ 'ล้างบาง' ทุกคนที่รู้อดีตของมัน" ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึก เขาจำได้ดีถึงความรู้สึกตอนที่ดาบของอคินเสียบทะลุหน้าอกในชาติก่อน ความเจ็บปวดนั้นไม่ได้หายไปไหน แต่มันเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันที่แหลมคมดุจอาวุธ "ท่านได้ข้อมูลนี้มาอย่างไร? อย่าบอกนะว่าท่านส่งคนไป..." "ข้าส่ง 'หมาก' ของข้าไปวางไว้ในที่ที่มันควรอยู่" รินลดาขัดขึ้นเบาๆ นางผละออกไปมองหน้าต่างที่เปิดกว้างสู่ความมืดมิดของวังหลวง "อคินมันประมาท มันคิดว่าองค์หญิงที่เอาแต่รำพัดและดื่มน้ำชาอย่างข้าจะไม่มีสมองพอจะซ้อนแผนมัน แต่ศิลา... ข้อมูลนี้ไม่ใช่แค่เรื่องกบฏ แต่มันคือรายชื่อ 'รายจ่ายลับ' ที่อคินโอนเข้าบัญชีของขุนนางในกรมคลัง" ศิลาขมวดคิ้วแน่น เขาเดินเข้าไปใกล้หญิงสาว แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านม่านหน้าต่างอาบไล้ใบหน้าของเขาทั้งสอง "หากข้อมูลนี้หลุดออกไป ราชสำนักจะสั่นสะเทือนถึงรากฐาน" "นั่นคือสิ่งที่ข้าต้องการ" รินลดาหันกลับมา แววตาของนางช่างดูเด็ดเดี่ยวจนศิลาเผลอกลั้นหายใจ "ข้าไม่ได้ต้องการแค่กู้บัลลังก์คืน ข้าต้องการให้มันพังลงมาต่อหน้าคนทรยศเหล่านั้น เพื่อให้ข้าได้สร้างมันขึ้นใหม่บนซากปรักหักพังที่สะอาดกว่าเดิม ท่านกล้าพอที่จะเป็นมือขวาให้ข้าในแผนการนี้ไหม... หรือท่านจะยอมปล่อยให้อคินเดินหมากนำท่านไปอีกหนึ่งก้าว?" ศิลาเม้มปากแน่น ความสงสัยในตัวตนที่แท้จริงของรินลดายังคงค้างคา แต่เมื่อมองไปที่มือของนางที่กำสร้อยข้อมือตราประจำตัวของเขาที่เคยหายไปในชาติก่อนเอาไว้ ศิลาก็รู้ทันทีว่าการหันหลังกลับไม่มีอยู่อีกต่อไป "ข้าจะนำความลับนี้ไปทำลายมัน" ศิลาตอบเสียงต่ำ "แต่ท่านต้องสัญญา ว่าหากถึงคราวคับขัน ท่านจะไม่ใช้ชีวิตของตนเองเป็นเดิมพันเพียงเพราะต้องการชัยชนะที่สมบูรณ์แบบ" รินลดาแย้มยิ้ม มุมปากของนางยกขึ้นเพียงเล็กน้อยอย่างมีเลศนัย "ชีวิตข้าเป็นของท่านมาตั้งแต่วันที่ท่านยื่นมือเข้ามาช่วยในห้องโถงวันนั้นแล้ว ศิลา... จงไปเถอะ ก่อนที่สายลับของอคินจะรู้ตัวว่านกพิราบสื่อสารตัวนั้นไม่ได้บินกลับไปที่กรงของมัน" ศิลาเก็บจดหมายเข้าสาบเสื้อ ก่อนจะก้าวถอยหลังเพื่อทำความเคารพ เขาหมุนตัวหมายจะออกจากห้องทว่าต้องหยุดชะงักเมื่อเสียงหนึ่งดังขึ้นจากเงามืดด้านหลังฉากกั้นห้อง "ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้แม่ทัพอคินเข้าพบในคืนนี้... และดูเหมือนว่าท่านอคินจะรู้เรื่อง 'นกพิราบ' ของท่านแล้วนะ องค์หญิง" เสียงชายแก่ที่คุ้นหูทำให้ศิลาตัวแข็งทื่อ เขาหันขวับกลับไปมองที่ฉากกั้นห้องนั้น ในขณะที่รินลดากลับไม่ได้แสดงท่าทีตกใจแม้แต่น้อย นางเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นแล้วมองไปที่ประตูห้องที่ค่อยๆ แง้มออกช้าๆ พร้อมกับเงาร่างของชายร่างสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด อคินไม่ได้มาคนเดียว รอบตัวเขามีองครักษ์เงาติดตามมาไม่ต่ำกว่าสิบคน แม่ทัพผู้โหดเหี้ยมแสยะยิ้มที่มุมปาก ในมือของเขาถือจดหมายฉบับที่ดูเหมือนจะเป็นจดหมายฉบับเดียวกันกับที่ศิลาเพิ่งได้รับไป "ขอบคุณที่อุตส่าห์รวบรวมหลักฐานให้ข้านะ องค์หญิง... ข้ากำลังหาข้ออ้างที่จะปิดฉาก 'มิตรภาพ' ของพวกท่านทั้งสองอยู่พอดีเลย" ศิลาชักดาบออกโดยสัญชาตญาณ แต่ก่อนที่เขาจะได้ก้าวข้ามผ่านหน้าหญิงสาว รินลดากลับคว้าข้อมือเขาไว้แน่น พร้อมกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ศิลาต้องเบิกตากว้าง "อย่าเพิ่งขยับ... หมากตัวที่สามของข้าเพิ่งจะมาถึง" เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกองกำลังจำนวนมากก้องกังวานมาจากนอกประตูวัง ไม่ใช่เสียงทหารของอคิน แต่เป็นเสียงฝีเท้าขององครักษ์หลวงที่เป็นคนของ 'เสด็จพ่อ' ที่ทุกคนต่างคิดว่าสิ้นพระชนม์ไปแล้ว และในจังหวะที่อคินกำลังจะสั่งบุก ประตูห้องก็พังครืนลงด้วยแรงเตะมหาศาล พร้อมกับร่างของชายผู้หนึ่งที่ก้าวเข้ามา—ผู้ที่ศิลาจำได้ดีว่าเป็นคนที่ควรจะตายไปนานแล้วในกองเพลิง ความหวังที่ริบหรี่แปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกในดวงตาของอคิน ในขณะที่รินลดาปล่อยมือจากแขนของศิลาแล้วหัวเราะเบาๆ ในลำคอเหมือนปีศาจที่กำลังสนุกกับการเห็นเหยื่อติดกับดักที่ตัวเองสร้างขึ้นอย่างแยบยล ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับการเดินทางของศิลาและองค์หญิงรินลดาในตอนนี้นะคะ!
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%