"ส่งตราแม่ทัพคืนมาเดี๋ยวนี้"
เสียงขององค์หญิงรินลดาดังสะท้อนก้องทั่วท้องพระโรงที่เงียบสงัดราวกับป่าช้า น้ำเสียงของนางไม่ได้แฝงไปด้วยความเกรี้ยวกราด แต่กลับเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งที่กรีดลึกลงไปในกระดูก
อคินยืนนิ่งตัวแข็งทื่อ ดวงตาของเขาเบิกกว้างจ้องมอง 'ศรุต' คนสนิทผู้ที่เขาไว้ใจให้ถือครองหลักฐานลับชิ้นสุดท้ายไว้ในมือ แต่บัดนี้ ชายผู้นั้นกลับคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าศิลา มือที่เคยถือกระบี่ปกป้องเขา บัดนี้กำลังส่งมอบม้วนบันทึกความผิดฐานขายชาติให้อีกฝ่ายอย่างจงรักภักดี
"เจ้า... เจ้ากล้าหักหลังข้าอย่างนั้นหรือ ศรุต?" อคินเค้นเสียงผ่านไรฟัน เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบด้วยความเดือดดาล
ศรุตไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองอดีตเจ้านาย เขาเพียงแค่ก้มกราบแทบเท้าศิลาด้วยท่าทีนอบน้อม "ข้าพเจ้ามิได้หักหลังท่านแม่ทัพ แต่ข้าพเจ้าเลือกทางที่ถูกต้องให้แก่แผ่นดินต่างหาก"
ศิลาขยับกายเล็กน้อย แววตาของเขาไม่ได้มีความยินดีปรีดาที่ได้เห็นศัตรูพ่ายแพ้ เขามองอคินด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับกำลังมองดูซากศพที่ยังไม่ยอมหยุดหายใจ "สิบก้าวที่ข้าคำนวณไว้... ข้าเผื่อใจไว้แล้วว่าเจ้าอาจจะรอด แต่ข้าไม่เคยเผื่อใจไว้ว่าคนโง่เขลาอย่างเจ้า จะมีหมากตัวสุดท้ายที่พังทลายลงเพราะความทะเยอทะยานของตัวเอง"
"ศิลา! แกมันปีศาจ!" อคินคำรามลั่น พุ่งตัวจะเข้าไปกระชากคอเสื้อศิลา แต่ทว่าทหารองครักษ์นับสิบชีวิตกลับพุ่งเข้ามาขวางหน้าพร้อมปลายหอกที่จ่อคอหอยเขาทันที
"พอได้แล้ว" เสียงของกษัตริย์ผู้ชราภาพบนบัลลังก์ดังขึ้น ทรงทอดพระเนตรอคินด้วยความผิดหวังอย่างถึงที่สุด "แม่ทัพอคิน... หลักฐานชุดนี้เพียงพอที่จะส่งเจ้าไปสู่ตะแลงแกงได้ตั้งแต่วันนี้ หากเจ้ายังไม่ยอมคุกเข่าและถอดเกราะนั้นออก อย่าหาว่าข้าไร้ความปราณี"
บรรยากาศในห้องโถงหนักอึ้ง อคินมองซ้ายมองขวา ผู้คนที่เคยประจบสอพลอเขาในวันนี้กลับถอยกรูออกไปราวกับเขาเป็นโรคติดต่อ อคินทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นหินเย็นเฉียบ มือที่สั่นเทาค่อยๆ ปลดสายรัดเกราะทองคำออกทีละเส้น เสียงกระทบกันของโลหะดังก้องไปทั่ว ราวกับเสียงระฆังที่บอกเวลาจบสิ้นของชีวิตทหารผู้ยิ่งใหญ่
ศิลาเดินเข้าไปใกล้ หยุดยืนอยู่ตรงหน้าอคิน เขาโน้มตัวลงกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูของอีกฝ่าย ให้ได้ยินเพียงแค่สองคน "จำที่ข้าเคยบอกได้ไหม? ในชาติก่อน... เจ้าสอนข้าว่าความไว้ใจคือจุดอ่อนที่งี่เง่าที่สุด และวันนี้... ข้าก็แค่ใช้บทเรียนบทนั้น มาขยี้เจ้าให้แหลกคามือ"
อคินเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยอำนาจบัดนี้สั่นไหวและโกรธแค้นจนน้ำตาไหล "แกทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร! แกไม่ได้ต้องการอำนาจ หรือแม้แต่บัลลังก์... แกทำไปเพื่ออะไรกันแน่!"
ศิลาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ความสุขที่สุดเท่าที่ใครเคยได้ยิน "เพื่อลบเลือนรอยเลือดบนมือของข้า ที่ครั้งหนึ่งข้าเคยยอมให้เจ้าเข่นฆ่าคนบริสุทธิ์เพื่อแลกกับอำนาจลวงตาไงล่ะ... แต่ตอนนี้ ถึงเวลาที่เจ้าต้องไปชดใช้ในนรกที่เจ้าเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง"
องค์หญิงรินลดาเดินเข้ามาเคียงข้างศิลา นางปรายตามองอคินด้วยความสมเพช "คุมตัวเขาไปขังในคุกหลวง และห้ามใครเข้าเยี่ยมเด็ดขาดจนกว่าการสอบสวนจะสิ้นสุด"
อคินถูกลากตัวออกไป ร่างของเขาที่เคยสง่างามบัดนี้ดูทรุดโทรมและพ่ายแพ้อย่างสมบูรณ์แบบ ทว่า ในจังหวะที่เขาถูกลากผ่านประตูโถง อคินกลับหยุดชะงักและหันกลับมาส่งยิ้มที่น่าขนลุกให้ศิลา
"เจ้าคิดว่าจบแล้วงั้นหรือ? ศิลา... เจ้ามันก็แค่ตัวหมากที่ถูกเดินโดยคนที่มีอำนาจเหนือกว่าเจ้าไปอีกขั้น... หึ เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า 'ใคร' เป็นคนมอบแผนที่ชุดนี้ให้เจ้าในคืนวันนั้น?"
ศิลาชะงักฝีเท้า รอยยิ้มบนใบหน้าของเขามลายหายไปในพริบตา ความรู้สึกเย็นวาบแล่นปราดขึ้นมาตามไขสันหลัง เมื่อเขาตระหนักได้ว่า ศรุตที่เป็นคนนำหลักฐานมาให้... ไม่เคยพูดสักคำว่าเขาเป็นคนไปตามหาหลักฐานนี้มาจากที่ใด
เขารีบหันไปมองศรุตที่ยืนก้มหน้าอยู่ข้างหลัง แต่ทว่า... ศรุตคนเดิมหายไปแล้ว เหลือเพียงชายหนุ่มที่เงยหน้าขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มแสยะที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด ก่อนที่อีกฝ่ายจะล้วงมีดสั้นออกมาจากแขนเสื้อแล้วพุ่งเข้าใส่องค์หญิงรินลดาที่อยู่ใกล้ที่สุดในชั่วพริบตา!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามร่วมลุ้นไปกับศิลาในเส้นทางสายเลือดนี้ด้วยกันนะคะ
บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ•ตอนที่ 29
อคินจนมุม
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!