คมมีดสั้นวาววับสะท้อนแสงไฟในห้องโถง มันกรีดผ่านอากาศด้วยความเร็วที่หมายจะฝังลึกลงบนลำคอระหงขององค์หญิงรินลดา แต่ทว่า ก่อนที่ปลายเหล็กกล้าจะสัมผัสผิวหนัง มือหนาของใครบางคนกลับคว้าข้อมือของ 'ศรุต' ไว้ได้อย่างแม่นยำ ราวกับดักรอเวลานี้มานานแสนนาน
"หมากตัวนี้... ข้าเสียสละเดินเองกับมือ เพื่อให้เจ้าเผยหน้ากากที่ซ่อนอยู่ออกมาโดยเฉพาะ" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเย็นเยียบถึงขั้วหัวใจ เขาออกแรงบีบจนกระดูกข้อมือของคนตรงหน้าส่งเสียงลั่น รอยยิ้มแสยะบนใบหน้าของชายที่เคยเป็นสหายสนิทของศิลากลายเป็นความบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด
"ศิลา! เจ้าคิดว่าข้าจะโง่ถึงขนาดส่งมาแค่คนเดียวหรือไง!" ศรุตเค้นเสียงผ่านไรฟัน ในขณะที่มืออีกข้างควักสลักระเบิดควันออกจากแขนเสื้อทันที
ปัง!
ควันสีเทาคลุ้งกระจายไปทั่วห้องโถง บดบังทัศนวิสัยจนมืดมิด ทว่าศิลาไม่ได้ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขาคว้ามือองค์หญิงรินลดาแล้วถอยกรูดไปยังมุมอับทันที "รินลดา อยู่ใกล้ข้าไว้ การร่ายรำจริง ๆ ของคืนนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น"
"ข้าเชื่อใจท่าน ศิลา" รินลดาตอบกลับอย่างหนักแน่น ดวงตานางเป็นประกายไร้ซึ่งความหวาดกลัว แม้ท่ามกลางกลุ่มควันและเสียงดาบที่เริ่มปะทะกันด้านนอกอาคาร
เสียงฝีเท้าหนัก ๆ นับร้อยจากด้านนอกดังระงม กองกำลังส่วนตัวของแม่ทัพอคินกำลังบุกเข้ามา พวกมันไม่ใช่ทหารหลวงที่เน้นระเบียบวินัย แต่เป็นกลุ่มนักฆ่ารับจ้างที่ฝึกฝนมาเพื่อสังหารโดยเฉพาะ อคินต้องการกวาดล้างเสี้ยนหนามให้สิ้นซากในค่ำคืนนี้
ศิลาปลดล็อกกระดุมเสื้อคลุมเผยให้เห็นอาวุธลับที่ซ่อนอยู่ภายใน เขาไม่ได้คิดจะสู้แบบตรงไปตรงมา การทำลายกองกำลังของอคินไม่ใช่การเอาดาบไปฟันให้ตายทีละคน แต่มันคือการทำลาย 'รากฐาน' ที่ค้ำจุนอำนาจนั้น
"ส่งสัญญาณ" ศิลาออกคำสั่งสั้น ๆ
บนยอดหอคอยนาฬิกาที่อยู่ห่างออกไป พลุสีแดงฉานพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าแทนคำสั่งนัดหมาย ทันใดนั้น เสียงระเบิดที่ดังสนั่นหวั่นไหวกลับไม่ได้มาจากภายในห้องโถง แต่มาจาก 'คลังเสบียง' และ 'โรงเก็บอาวุธ' ของกองกำลังอคินที่ตั้งอยู่ห่างออกไปไม่กี่ไมล์!
เปลวเพลิงสีส้มแดงลุกโชนขึ้นสู่ท้องฟ้า ย้อมเมฆาให้กลายเป็นสีเลือด ความโกลาหลเริ่มกัดกินจิตใจของเหล่านักฆ่าที่กำลังบุกเข้ามา เมื่อพวกมันเห็นฐานที่มั่นของตนเองกำลังถูกเผาผลาญจนราบคาบ
ศิลาอาศัยจังหวะที่ศัตรูเสียสมาธิ พุ่งตัวออกจากกลุ่มควันดั่งพยัคฆ์ร้าย ดาบสั้นในมือวาดวงโคจรที่งดงามและโหดเหี้ยม ตัดผ่านเส้นเลือดใหญ่ของนักฆ่าที่ขวางหน้าอย่างไม่ปราณี เขาก้าวผ่านร่างที่ไร้วิญญาณด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง
"อคิน... เจ้าคิดว่าการส่งศรุตมาจะหยุดข้าได้งั้นหรือ?" ศิลาพึมพำกับความมืด "เจ้าไม่เคยรู้เลยว่า ในชาติก่อนที่ข้าต้องตาย... ข้าไม่ได้เรียนรู้แค่เรื่องการรบ แต่ข้าเรียนรู้วิธีการทำลายวิญญาณของคนที่เป็นเจ้าของอำนาจอย่างเจ้าให้แหลกคามือ"
องค์หญิงรินลดาเดินเคียงข้างเขา แม้ชุดหรูหราจะเปื้อนคราบเลือด แต่นางยังคงสง่างามดุจราชินีผู้พิชิต "ศิลา หากเราทำลายคลังอาวุธของเขาแล้ว กองกำลังส่วนตัวที่เหลืออยู่ก็จะขาดแคลนเสบียงและอาวุธที่สำคัญ พวกมันจะกลายเป็นเพียงหมาหิวโหยที่ไร้เขี้ยวเล็บ"
"ใช่ และหมาหิวโหยเหล่านั้นจะหันกลับไปกัดเจ้าของเมื่อไม่มีอาหารตกถึงท้อง" ศิลาแสยะยิ้มที่มุมปาก "เราไม่ได้แค่ฆ่าทหารของเขา แต่เรากำลังทำให้ทหารของเขาทรยศเขาเอง"
การต่อสู้ในห้องโถงดำเนินไปอย่างดุเดือด ศิลาและรินลดาเคลื่อนไหวราวกับเงา ทั้งสองทำงานร่วมกันอย่างไร้ที่ติ ศิลาเป็นคมดาบ ส่วนรินลดาเป็นดวงตาที่คอยอ่านจังหวะการโจมตีของศัตรู ทุกคำสั่งที่นางเอ่ยออกมาแม่นยำจนศัตรูต้องพ่ายแพ้ไปทีละคน
ทว่า ในขณะที่สถานการณ์ดูเหมือนจะเข้าทางศิลา ร่างหนึ่งก็เดินแหวกกลุ่มทหารที่บาดเจ็บเข้ามา เสียงปรบมือดังแผ่วเบาแต่ก้องกังวานในความเงียบที่น่าสะพรึงกลัว
"เยี่ยมมาก... ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะอ่านเกมได้ขาดขนาดนี้ ศิลา"
ชายร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำทมิฬก้าวออกมาจากเงามืด ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นนั้นคือ 'อคิน' ที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่ในเวลานี้
อคินหยุดยืนตรงหน้าศิลา เขามองดูซากศพของเหล่าสมุนด้วยสายตาที่ไม่มีความอาลัยอาวรณ์แม้แต่น้อย ก่อนจะหันมาสบตาศิลาด้วยรอยยิ้มที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างหยุดชะงัก
"เจ้าคิดว่าที่นี่คือจุดจบของข้า แต่เจ้าลืมไปหรือเปล่า... ว่านอกจากคนของข้าที่เจ้าทำลายจนย่อยยับไปแล้ว ข้ายังเหลือ 'อาวุธลับ' อีกหนึ่งอย่างที่ยังไม่ได้ใช้"
อคินหันไปมองรินลดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม ก่อนจะชักมีดสั้นเล่มหนึ่งออกมา มันไม่ใช่มีดธรรมดา แต่มันคือมีดที่อาบด้วยยาพิษชนิดเดียวกับที่เคยสังหารศิลาในชาติก่อน
"รินลดา... บอกเขาสิ ว่าคืนนี้เจ้าไม่ได้มาที่นี่เพื่อช่วยเขา แต่เจ้ามาที่นี่เพื่อส่งเขาไปลงนรกด้วยมือของเจ้าเอง"
ศิลาชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจที่เคยเยือกเย็นราวกับถูกกระชากด้วยความไม่คาดฝัน เขาค่อย ๆ หันไปมองหญิงสาวที่เขาไว้ใจที่สุดในชีวิตใหม่นี้
ทว่ารินลดากลับไม่ได้ปฏิเสธ นางทำเพียงยืนนิ่ง ก่อนจะหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากอกเสื้อแล้วยื่นให้กับศิลาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า... แววตาที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้กับ "เงียบแต่ฟาดเรียบ" นะคะ
บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ•ตอนที่ 30
การแก้แค้นที่แท้จริง
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!