“ถ้าท่านแม่ทัพอคินมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนเองขนาดนั้น ทำไมมือที่ถือจอกสุราถึงได้สั่นไหวจนน้ำสีอำพันหกออกมานอกขอบเช่นนั้นเล่าคะ?”
คำพูดเรียบเรื่อยของศิลาท่ามกลางความเงียบงันในท้องพระโรงดังก้องราวกับเสียงระฆังมรณะ เขายืนตระหง่านอยู่กลางโถงกว้าง แผ่นหลังเหยียดตรงไม่หวั่นเกรงต่อสายตาอาฆาตจากแม่ทัพผู้กุมอำนาจกองทัพครึ่งค่อนแผ่นดิน อคินชะงักกึก สีหน้าดุดันที่เคยปั้นแต่งขึ้นมาดูขรึมขลังเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความระแวง
“เจ้ากล่าววาจาเลื่อนลอยอะไรของเจ้า ศิลา!” อคินกระแทกจอกสุราลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังสนั่น “ข้าอุทิศชีวิตปกป้องบัลลังก์มาค่อนชีวิต มีหรือจะกล้าทรยศต่อแผ่นดินเพียงเพราะคำปรักปรำของคนช่างวางแผนอย่างเจ้า!”
องค์หญิงรินลดานั่งอยู่บนที่ประทับเบื้องสูง นางไม่ได้ตรัสสิ่งใด ทว่านัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวคู่นั้นกลับจับจ้องไปยังอคินอย่างไม่ลดละ นางโบกพระหัตถ์เพียงเล็กน้อย เหล่าทหารองครักษ์ก็ขยับกายเข้ามาล้อมวงปิดทางหนีของแม่ทัพผู้กระด้างกระเดื่องเอาไว้
ศิลาไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์ เขาเพียงแค่คลี่กระดาษแผ่นเก่าที่ขอบเริ่มเปื่อยยุ่ยออกช้าๆ จดหมายฉบับนี้คือสิ่งที่เขาเฝ้าเก็บรักษาไว้จากเถ้าถ่านของอดีตชาติ สิ่งที่เขาเคยคิดว่ามันเป็นเพียงแค่เรื่องบังเอิญ กลับกลายเป็นกุญแจสำคัญที่ทำลายหน้ากากอันสูงส่งของอคินจนย่อยยับ
“ท่านจำตราประทับสีชาดนี้ได้ไหมคะ?” ศิลาเดินเข้าไปใกล้ หย่อนกระดาษแผ่นนั้นลงบนโต๊ะตรงหน้าอคิน “ตราประทับลับของตระกูลสวินที่สืบทอดกันมาแค่ในสายเลือดของผู้ทรยศ... หรือท่านจะบอกว่า จดหมายฉบับนี้มีคนปลอมแปลงขึ้นมาเพื่อป้ายสีท่านกันแน่?”
อคินก้มลงมองกระดาษแผ่นนั้น ดวงตาของเขาเบิกกว้างราวกับเห็นภูตผี ลมหายใจสะดุดติดขัด จดหมายฉบับนี้คือหลักฐานการติดต่อลับกับศัตรูต่างเมืองเมื่อสิบปีก่อน หากเนื้อหาภายในนี้ถูกเปิดเผยออกมาให้สาธารณชนรับรู้ หัวของเขาก็ไม่รักดีที่จะอยู่บนบ่าอีกต่อไป
“เจ้านำของสิ่งนี้มาจากไหน...” เสียงของอคินแผ่วเบาลง สั่นพร่าด้วยความหวาดกลัวที่ไม่อาจปิดบัง
“จากนรกที่ท่านเป็นคนส่งข้าไปเมื่อชาติก่อนอย่างไรล่ะคะ” ศิลาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูแม่ทัพ เสียงของเขาราบเรียบแต่เย็นเยียบจนถึงกระดูก “ท่านจำไม่ได้หรือ... วันที่ท่านแทงดาบเข้าที่กลางหลังข้า ท่านยิ้มเยาะเย้ยด้วยรอยยิ้มแบบเดียวกับตอนนี้ไม่มีผิดเพี้ยน”
อคินถอยกรูดหลังชนเข้ากับผนังหิน ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ความมั่นใจที่เคยมีมลายสิ้น ศิลารู้สึกถึงความสะใจที่เอ่อล้นอยู่ในอก แต่นี่ไม่ใช่จุดจบ... นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการชำระแค้นที่ยาวนานกว่าทศวรรษ
รินลดาที่เฝ้ามองอยู่นานก็ลุกขึ้นประทับยืน นางก้าวเดินลงมาจากบัลลังก์ด้วยท่วงท่าสง่างามดุจราชสีห์ “แม่ทัพอคิน หลักฐานมัดตัวท่านแน่นหนาถึงเพียงนี้ ท่านยังมีสิ่งใดจะแก้ตัวอีกหรือไม่ หรือจะให้ข้าประกาศชื่อตระกูลของท่านว่าคือ ‘กบฏ’ ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป?”
ทว่า ในจังหวะที่สถานการณ์ดูเหมือนจะตกอยู่ในกำมือของศิลาและรินลดาจนหมดสิ้น จู่ๆ เสียงหัวเราะแหลมสูงก็น่าขนลุกก็ดังขึ้นมาจากมุมมืดหลังม่านปัก อคินที่ดูเหมือนจะจนมุม กลับเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มหยันที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิม
เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มือหนาตบลงบนโต๊ะสองสามครั้ง ก่อนจะมีเสียงฝีเท้านับร้อยของกองกำลังทหารที่ถูกซ่อนไว้ดังกึกก้องไปทั่วทั้งโถงพระโรง
“เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้าจะโง่เดินเข้ามาในวังหลวงโดยไม่มีแผนสำรอง?” อคินแค่นเสียงหัวเราะ “จดหมายนั่นน่ะ... เป็นของจริง แต่เจ้าหารู้ไม่ว่าผู้ที่ลงนามในคำสั่งครั้งนั้น แท้จริงแล้วไม่ใช่ข้า... แต่เป็นคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์เหนือหัวเจ้าต่างหาก!”
ศิลานิ่งงันไปครู่หนึ่ง เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของอันตรายที่เปลี่ยนทิศทางในทันที ในขณะที่รินลดาเบิกตากว้าง พระหัตถ์ที่กำแน่นบนชายผ้าพริ้วไหวด้วยความสั่นเทา
ประตูด้านหลังพระโถงถูกกระชากเปิดออกพร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะปรากฏตัวขึ้นในเวลาวิกฤตเช่นนี้ ศิลาหมุนตัวกลับไปมอง ก่อนจะพบว่าแผนที่เขาวางไว้สิบก้าว ถูกใครบางคนทำลายลงด้วยหมากตัวที่เขา ‘ไว้ใจ’ ที่สุดเพียงตัวเดียว... คนที่เขาเคยคิดว่าเป็นพวกเดียวกัน กลับกลายเป็นดาบที่จ่ออยู่ที่คอหอยของเขาในตอนนี้!
ขอบคุณที่ติดตามการเดินทางที่แสนเข้มข้นนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ•ตอนที่ 28
พิสูจน์ความบริสุทธิ์
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!