"ท่านคิดว่าการฆ่าข้าจะลบล้างความผิดของท่านได้หรืออย่างไร...ศิลา"
น้ำเสียงของรินลดาสั่นพร่า ทว่าแฝงไปด้วยความเย้ยหยันที่กรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของชายหนุ่ม ร่างของนางทรุดฮวบลงกับพื้นหินเย็นเยียบ รอยสักสีแดงฉานบนข้อมือลุกลามราวกับเปลวเพลิงที่กำลังกัดกินผิวหนัง ทุกหยาดเลือดที่ซึมออกมาคือประจักษ์พยานของพันธสัญญาเลือดที่ถูกกระตุ้นด้วยเวทมนตร์ต้องห้ามที่นางแอบซ่อนไว้ตลอดหลายปี
ศิลาชะงัก กระบี่ในมือหนักอึ้งดั่งขุนเขา เขามองสตรีผู้เป็นดั่งดวงใจด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก ความเย็นชาที่เขาสั่งสมมาตลอดหลายปีพังทลายลงในเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นหยาดน้ำตาแห่งความเจ็บปวดนั่น
"หยุดร่ายเวทนั่นเดี๋ยวนี้ รินลดา! เจ้าจะฆ่าตัวตายเพื่อปกป้องเศษเดนคนสุดท้ายอย่างแม่ทัพอคินไปเพื่ออะไร!" เขาตวาด เสียงของเขาสั่นเครือไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่ด้วยความเคียดแค้นที่เขารู้ดีว่านางกำลังเล่นตลกกับความตาย
รินลดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยสุกสกาวดุจดาราบัดนี้กลับเป็นสีแดงดั่งโลหิต นางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะใช้นิ้วที่สั่นเทาชี้ไปยังเงามืดด้านหลังศิลา "ท่านมองข้ามคนใกล้ตัวไป...ศิลา ท่านคิดว่าแผนการล้มราชบัลลังก์นี้ข้าทำคนเดียวหรือ? ท่านฉลาดล้ำหน้าคนอื่นสิบก้าวเสมอ... แต่กลับลืมดูรอยเท้าของตัวเองที่เดินตามหลังใครมาตลอดชีวิต"
ศิลาชะงักกึก เขาไม่ได้หันหลังไปทันที แต่สัญชาตญาณนักรบเตือนภัยให้เขากระชับกระบี่แน่น เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่คุ้นเคยย่างกรายออกมาจากความมืด มันไม่ใช่เสียงของศัตรูที่เขาเพิ่งโค่นล้มไป แต่มันคือเสียงของคนที่เขามอบความไว้วางใจให้มากที่สุด
"ข้าบอกท่านแล้วใช่ไหมศิลา... ว่าความไว้ใจน่ะ เป็นอาวุธที่อันตรายที่สุด" เสียงของแม่ทัพอคินดังขึ้นจากความมืด เขาไม่ได้อยู่ในสภาพผู้พ่ายแพ้ แต่อยู่ในชุดเกราะเต็มยศพร้อมแววตาของผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ
อคินเดินเข้ามาใกล้ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าเข้ม "ข้าไม่ได้สมคบคิดกับรินลดาหรอก... ข้าต่างหากที่เป็นคนบงการรินลดาตั้งแต่วันแรกที่นางย้อนกลับมาหาท่าน ความทรงจำที่นางอ้างว่ามี... แท้จริงแล้วเป็นสิ่งที่ข้าประทับตราไว้ในวิญญาณของนางต่างหาก"
ศิลาหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับอคิน ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากวิญญาณออกจากร่างถาโถมเข้ามา เขาคิดว่าเขาคือคนวางแผนทุกอย่าง แต่ที่แท้ เขาก็เป็นเพียงหมากบนกระดานที่ถูกอคินหลอกใช้มาตลอดกาลเวลา
"เจ้า..." ศิลาเค้นเสียงออกมาแทบไม่ออก
"ใช่ ข้าเอง" อคินหัวเราะร่วน ดาบในมือเขาส่องประกายเย็นเยียบ "ข้ารู้ดีว่าข้าเอาชนะท่านในเชิงกลยุทธ์ไม่ได้ในชาตินี้ ข้าจึงสร้าง 'จุดอ่อน' ที่ท่านไม่มีวันทำใจฆ่าได้ขึ้นมา... รินลดาไม่ใช่คู่คิดของท่าน ศิลา... นางคือระเบิดเวลาที่ข้าฝังไว้ในใจท่าน เพื่อรอเวลาที่ท่านจะสูญเสียทุกอย่างไปพร้อมกับการเห็นคนที่ท่านรักที่สุดทรมานจนตายต่อหน้าต่อตา"
ในจังหวะนั้นเอง รินลดาที่นอนทรุดอยู่ก็พุ่งตัวขึ้นด้วยแรงเฮือกสุดท้าย นางไม่ได้พุ่งเข้าหาศิลา แต่กลับคว้ากริชเงินที่ซ่อนอยู่ในชายผ้าหมายจะปักลงบนหัวใจของอคิน ทว่าความเร็วของนางกลับเชื่องช้าเกินไปสำหรับจอมทัพที่ผ่านการศึกมาโชกโชน
อคินคว้าข้อมือนางไว้แล้วบิดอย่างแรงจนกระดูกลั่น เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดของนางกรีดทะลุเข้าไปในโสตประสาทของศิลา ในวินาทีนั้น ความโกรธแค้นดุจดั่งลาวาที่เดือดพล่านพุ่งทะลุขีดจำกัดที่เขามี
"ปล่อยนาง!" ศิลาตวาดก้อง พลังปราณที่อัดอั้นมานานระเบิดออกจากร่างจนพื้นหินรอบข้างแตกร้าว เขาไม่ได้พุ่งเข้าหาอคิน แต่เขากลับทิ้งกระบี่ลงแล้วพุ่งตัวเข้าหารินลดาเพื่อจะดึงตัวนางออกมาจากเงื้อมมือมาร
ทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นถัดมากลับเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด...
เมื่อศิลาเอื้อมมือไปสัมผัสตัวรินลดา แสงสีแดงฉานจากรอยสักบนร่างนางกลับไหลทะลักเข้าสู่ร่างของเขา ราวกับถูกถ่ายโอนพลังงานบางอย่างที่รุนแรงและบ้าคลั่ง ศิลารู้สึกราวกับร่างกายถูกไฟเผาไหม้จากภายใน รินลดาที่ดูอ่อนแรงในตอนแรกกลับคว้าคอเสื้อของเขาไว้แน่น ดวงตาสีแดงฉานคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเขา ก่อนจะกระซิบคำพูดที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้น
"แผนของเขาน่ะ... ข้าแก้เรียบร้อยแล้วศิลา... แต่ในราคานี้... ข้าต้องเอาวิญญาณของท่านไปเป็นตัวประกันร่วมกับข้าด้วย"
ทันใดนั้นเอง ประตูห้องโถงที่ปิดสนิทก็ถูกเปิดออกด้วยแรงมหาศาล เสียงฝีเท้าของกองทัพนับร้อยกรูเข้ามาล้อมพวกเขาไว้ แสงไฟจากคบเพลิงสว่างจ้าเผยให้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยขององค์จักรพรรดิที่ควรจะสวรรคตไปแล้ว พระองค์ยืนตระหง่านอยู่ท่ามกลางเหล่าทหารพร้อมแววตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง
"จับตัวกบฏทั้งสามคนไว้... ไม่ว่าจะเป็นศิลา รินลดา หรือแม้แต่แม่ทัพผู้ทรยศ... วันนี้คือวันปิดฉากตำนานที่น่ารำคาญใจนี้เสียที"
ศิลาหันมองรินลดาที่ยิ้มออกมาทั้งน้ำตา ก่อนจะมองไปที่อคินที่ดูตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหนือการควบคุม นี่ไม่ใช่เกมของเขาและอคินอีกต่อไปแล้ว แต่มันคือกับดักที่กว้างใหญ่และลึกซึ้งกว่าที่เขากล้าจินตนาการไว้... และความลับที่รินลดาเพิ่งส่งต่อให้เขานั้น คือกุญแจดอกสุดท้ายที่อาจจะทำลายล้างจักรวรรดินี้ให้ย่อยยับไปพร้อมกับชีวิตของเขาเอง!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายของบทที่เข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ
บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ•ตอนที่ 41
การชำระสะสางหนี้แค้น
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!