"อย่าขยับค่ะ... ถ้าไม่อยากให้รอยสักนั่นทำร้ายคุณไปมากกว่านี้"
ศิลาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าสั่นสะท้านในความรู้สึก มือหนาคว้าข้อมือขององค์หญิงรินลดาไว้แน่น ดวงตาสีเลือดที่ปรากฏขึ้นบนผิวเนื้อเนียนละเอียดบัดนี้กำลังสั่นไหวราวกับมีชีวิต มันไม่ใช่แค่รอยสัก แต่มันคือคำสาปแช่งที่ถูกจารึกไว้ด้วยเลือดจากอดีตที่รินลดายังไม่เคยล่วงรู้
รินลดาสูดลมหายใจเข้าลึก ความเจ็บปวดแล่นริ้วผ่านเส้นประสาทราวกับถูกเข็มเงินนับพันเล่มทิ่มแทงเข้าสู่หัวใจ เธอสบตาศิลา เห็นความทุกข์ระทมที่เขากักขังไว้ภายใต้ใบหน้าเย็นชามาตลอดนับตั้งแต่หวนคืนกลับมา
"ศิลา... นายรู้ใช่ไหมว่านี่คืออะไร?" เธอถาม เสียงของเธอแผ่วเบาแต่ก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงันของหอจดหมายเหตุที่มืดมิด
ศิลาไม่ตอบในทันที เขาค่อยๆ คลายมือออก แสงสีเลือดบนข้อมือรินลดาค่อยๆ จางหายไป ทิ้งไว้เพียงรอยแผลเป็นจางๆ ที่ดูเหมือนหยดน้ำตา เขานั่งลงบนพื้นหินเย็นเฉียบ สายตาเหม่อมองไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้า ก่อนจะเริ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เหมือนคนกำลังรื้อฟื้นบาดแผลที่เน่าเฟะ
"คุณเชื่อเรื่องนรกที่วนเวียนอยู่ในโลกมนุษย์ไหมรินลดา?" เขาหัวเราะเยาะตัวเอง "ในชาติก่อน... วันที่ดาบของอคินปักลงกลางหลังผม เลือดของผมไหลนองเปื้อนบัลลังก์ที่ผมเคยปกป้องด้วยชีวิต สิ่งสุดท้ายที่ผมเห็นไม่ใช่ใบหน้าของศัตรูที่สะใจ แต่เป็นใบหน้าของคุณที่กำลังถูกลากไปประหารด้วยข้อหาที่ไม่มีวันเกิดขึ้นจริง"
รินลดานิ่งงัน หัวใจเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก เธอรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง
"ในชาติที่แล้ว คุณไม่ได้ตายด้วยมือของอคินเพียงอย่างเดียว" ศิลาหันมามองเธอ ดวงตาของเขาฉายแววอาฆาตแค้นที่รุนแรงจนน่ากลัว "อคินใช้เล่ห์เหลี่ยม ใช้คำลวงหลอกให้คุณเชื่อว่าผมคือทรยศต่อแผ่นดิน เขาทำให้คุณเป็นคนเซ็นตราประทับสั่งประหารชีวิตผมด้วยมือของคุณเอง... เพื่อให้คุณต้องจมดิ่งลงสู่ความผิดบาปจนตรอมใจตายตามไป"
"ไม่... ไม่จริง" รินลดาถอยกรูดไปพิงชั้นหนังสือ แผ่นหลังปะทะกับตำราเก่าแก่จนร่วงหล่นลงมา "ฉันไม่มีทางทำแบบนั้น ฉันรัก... ฉันเชื่อใจคุณยิ่งกว่าชีวิต"
"นั่นเพราะคุณถูก 'จองจำ' ด้วยคำสาปนี้ตั้งแต่ต้นค่ะ" ศิลาชี้ไปที่ข้อมือของเธอ "รอยสักดวงตานั่น คือตราพันธสัญญาของตระกูลอคิน มันไม่ใช่แค่รอยสัก แต่มันคือเครื่องมือในการควบคุมจิตใต้สำนึก ในชาติก่อน ทุกครั้งที่คุณหลับใหล อคินจะร่ายคาถาผ่านรอยสักนี้เพื่อแทรกซึมความคิด บอกคุณว่าผมคือกบฏ บอกคุณว่าผมต้องการสังหารตระกูลคุณจนสิ้น... มันคือการทรมานทางจิตวิญญาณที่ยาวนานกว่าสิบปี"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทั้งห้อง รินลดาพยายามจะปฏิเสธ แต่ภาพนิมิตที่แวบเข้ามาในหัวของเธอกลับสวนทาง—ภาพของชายคนหนึ่งที่เธอรักสุดหัวใจถูกคมดาบเสียบทะลุอก และภาพของเธอที่กรีดร้องจนแทบขาดใจในห้องขังที่มืดมิด
"แล้วทำไม..." เธอถาม น้ำตาเอ่อล้น "ทำไมตอนนี้ฉันถึงจำได้? ทำไมรอยสักนี้ถึงเพิ่งปรากฏขึ้น?"
"เพราะอคินกำลังเริ่มแผนเดิมค่ะ" ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาร่างของเขาบดบังแสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่าง "มันกำลังเริ่มดึงเอาความจำชั่วร้ายเหล่านั้นกลับมาใช้งาน และครั้งนี้... มันต้องการให้คุณลงมือฆ่าผมอีกครั้ง ในวันที่มันจะช่วงชิงบัลลังก์ในอีกสามวันข้างหน้า"
รินลดาสั่นสะท้าน เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมในช่วงหลังมานี้ เธอถึงรู้สึกโกรธแค้นศิลาอย่างไร้สาเหตุ ทำไมความคิดที่อยากจะถอยห่างจากเขาถึงวนเวียนอยู่ในหัวเป็นระยะๆ ที่แท้ศัตรูไม่ได้อยู่แค่หน้าประตูวัง แต่มันกำลังกัดกินตัวตนของเธอจากข้างใน
"เราต้องทำลายมัน" รินลดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เธอเช็ดน้ำตาออก ความกลัวถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาแบบฉบับองค์หญิงผู้ทรงอำนาจ "ถ้ามันคิดจะใช้รอยสักนี้เป็นหมากในการทำลายเรา ฉันก็จะเปลี่ยนมันให้เป็นอาวุธในการสังหารมันด้วยมือตัวเอง"
"ผมไม่มีวันยอมให้คุณเจ็บปวดซ้ำสอง" ศิลาเดินเข้ามาใกล้ สัมผัสที่มือของเธออย่างแผ่วเบา "แผนการนี้เราวางไว้ล่วงหน้ามานานกว่าสามปี... แต่อคินฉลาดกว่าที่คิด มันรู้ว่าผมจะล้างแค้น แต่มันไม่รู้ว่าผมรู้วิธีสลับ 'ตราคำสาป' นี้ไปไว้ที่ตัวมัน"
รินลดาเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างประหลาดใจ "สลับงั้นหรือ? จะทำได้อย่างไรในเมื่อ..."
ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารองครักษ์นับสิบก็ดังขึ้นที่หน้าประตูหอจดหมายเหตุ ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่เยือกเย็นและคุ้นเคยของผู้ที่ไม่มีใครอยากเจอมากที่สุดในเวลานี้
บานประตูไม้แกะสลักถูกถีบออกจนพังกระจาย อคินเดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว มือของเขากำดาบแน่น แต่สายตาไม่ได้มองศิลาเลย... เขามองตรงมาที่รินลดา ราวกับจะควบคุมเธอด้วยสายตา
"ช่างเป็นเรื่องเล่าที่น่าประทับใจจริงๆ ศิลา" อคินหัวเราะร่วน เสียงของเขาทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจมืด "แต่เจ้าลืมไปหรือเปล่าว่า... นอกจากรอยสักดวงตานั่นแล้ว ข้ายังเตรียม 'ของขวัญ' อีกอย่างไว้ให้องค์หญิงคนสวยของข้า"
อคินชูขวดแก้วใบเล็กที่มีควันสีม่วงม้วนตัวอยู่ภายในขึ้นมา รินลดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ข้างใน—นั่นคือหัวใจที่ยังคงเต้นตุบๆ ของสัตว์อสูรที่หายสาบสูญไปนานนับร้อยปี
"ถ้านางไม่ฆ่าเจ้าด้วยคำสาป ข้าก็จะให้นางฆ่าเจ้าด้วยวิธีนี้... ร่างกายที่ไร้การควบคุม จะตอบสนองต่องานเลี้ยงวันพรุ่งนี้อย่างไรกันนะ?"
ศิลาชักกระบี่ออกมาทันที แต่เขากลับชะงักไปเมื่อเห็นรินลดากุมหน้าอกตัวเอง ร่างกายของเธอกระตุกรุนแรง ดวงตาทั้งสองข้างเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานเช่นเดียวกับรอยสักบนข้อมือ!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้ เป็นกำลังใจให้ "เงียบแต่ฟาดเรียบ" ด้วยนะคะ!
บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ•ตอนที่ 40
ความจริงที่ถูกเปิดเผย
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!