“ท่านจะเลือกทำลายมัน... ทั้งที่อำนาจทั้งหมดกำลังจะตกอยู่ในมือท่านงั้นหรือ?”
เสียงของอคินสั่นพร่า เขาไม่ได้ตกตะลึงเพียงเพราะความพ่ายแพ้ แต่เขากำลังเผชิญกับความจริงที่ว่า แผนการที่เขาเคี่ยวกรำมานานปีกลับกลายเป็นเพียงฝุ่นผงใต้เท้าของศิลา
ศิลาไม่ตอบในทันที เขาเพียงแต่หมุนแหวนหยกประจำตำแหน่งผู้สำเร็จราชการในมือเล่น ราวกับมันเป็นเพียงเศษเหล็กไร้ค่า รินลดายืนอยู่เบื้องหลัง เขาสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากแววตาของนางที่มองมาอย่างเข้าใจ ในขณะที่ความเงียบงันภายในห้องโถงกว้างใหญ่เริ่มกดทับจนแทบหายใจไม่ออก
“อำนาจที่ได้มาด้วยคราบเลือดของคนบริสุทธิ์... ท่านอคิน คิดว่าข้าจะอยากได้มันไปทำไม?” ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบจนน่าขนลุก เขาก้าวเท้าผ่านร่างของแม่ทัพผู้เกรียงไกรไปราวกับอีกฝ่ายเป็นเพียงอากาศธาตุ “ข้าไม่ใช่ท่าน ที่เห็นชีวิตคนเป็นเบี้ยในกระดาน”
“เจ้ามันคนเสียสติ!” อคินคำราม ลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล มือคว้าดาบข้างกาย แต่ก่อนที่คมเหล็กจะได้ออกจากฝัก ศิลาเพียงแค่ปรายตามอง ทุกอย่างรอบตัวก็พลันหยุดนิ่ง ทหารองครักษ์ที่อคินเคยเชื่อมั่น ต่างวางอาวุธลงพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย นี่ไม่ใช่พลังเหนือธรรมชาติ แต่มันคือผลของ ‘หมาก’ ที่ศิลาเดินไว้เมื่อสามเดือนก่อน... หมากที่อคินไม่มีวันมองเห็น
ศิลาหยุดเดินที่หน้าหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นอาณาจักรทั้งอาณาจักร ลมหนาวปะทะใบหน้าเขา แต่เขากลับรู้สึกถึงความผ่อนคลายที่ไม่ได้สัมผัสมานานสองชาติภพ
“ตำแหน่งกษัตริย์หรือผู้สำเร็จราชการ... สำหรับข้ามันคือโซ่ตรวนค่ะรินลดา” ศิลาหันกลับมาหาองค์หญิง “ข้าล้างแค้นเสร็จสิ้นแล้ว อคินต้องรับโทษในสิ่งที่เขาทำ ส่วนจักรวรรดินี้... ถึงเวลาต้องมีผู้นำที่แท้จริง ไม่ใช่หุ่นเชิดที่ข้าสร้างขึ้น”
รินลดาก้าวออกมาด้านหน้า ดวงตาของนางวาวโรจน์ด้วยความเด็ดเดี่ยว “หม่อมฉันเข้าใจค่ะ สิ่งที่ท่านต้องการไม่ใช่บัลลังก์ แต่คือการปลดเปลื้องบ่วงกรรมที่ผูกมัดเราไว้ แต่ท่านคิดหรือคะว่า... พวกขุนนางที่เหลือจะยอมปล่อยให้ท่านเดินออกไปง่ายๆ?”
“ใครจะยอมหรือไม่ ไม่สำคัญเท่ากับว่าข้าได้ทำลายกลไกความฉ้อฉลของที่นี่จนสิ้นซากแล้ว” ศิลาขยับยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความเย่อหยิ่ง แต่เต็มไปด้วยความว่างเปล่าที่งดงาม “ความลับที่รินลดาให้ข้ามา... มันไม่ใช่แค่แผนการยึดอำนาจ แต่มันคือรายชื่อทุกคนที่เคยร่วมมือกับอคินในวันนั้น วันที่ข้าต้องตาย... วันที่ข้าสูญเสียทุกอย่าง”
เขาโยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะกลางห้องต่อหน้าอคิน รายชื่อเหล่านั้นคือจุดจบของขุนนางครึ่งสภา อคินมองดูเอกสารนั้นด้วยแววตาแตกสลาย เขาแพ้แล้ว... แพ้ราบคาบให้กับชายที่เขาเคยดูแคลนว่าไร้น้ำยา
“ท่านจะไปไหน?” อคินถามด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง
“ไปที่ที่ไม่มีใครรู้จักนามของข้า” ศิลาตอบพลางหันหลังกลับ “และที่ที่ท่านจะไม่มีวันตามไปถึง... เพราะนรกที่ท่านกำลังจะลงไปนั้น มันมืดมิดเกินกว่าจะมองเห็นทางกลับมา”
ในจังหวะที่ศิลาเตรียมจะก้าวเดินออกไปจากห้องโถงแห่งประวัติศาสตร์นี้ ประตูใหญ่ก็ถูกผลักออกอย่างแรง เงาร่างหนึ่งที่คุ้นเคยปรากฏตัวขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนในห้อง ร่างนั้นไม่ได้มาคนเดียว แต่มาพร้อมกับกลุ่มกองกำลังเงาที่ศิลาเคยคิดว่าเขาทำลายไปหมดแล้วในคืนฝนพรำ
“ช้าก่อนศิลา...” เสียงที่คุ้นเคยจนน่าสะพรึงกลัวดังก้องขึ้น “เจ้าลืมไปแล้วหรือว่า... โชคชะตาที่เจ้าพยายามจะฉีกทิ้งน่ะ มันมีเจ้าของที่แท้จริงอยู่!”
ศิลาชะงักฝีเท้า มือที่กำแหวนหยกแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เขาค่อยๆ หันกลับไปมองบุคคลนั้น แววตาที่เคยสุขุมเยือกเย็นพลันสั่นไหวเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี... เพราะคนตรงหน้าคือคนเดียวที่เขาไม่เคยคำนวณไว้ในแผนการ และเขาคนนั้น... คือผู้ที่กุมความลับที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าเรื่องบัลลังก์เลือดเสียอีก
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและร่วมลุ้นไปกับศิลาในทุกๆ ตอนนะคะ!
บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ•ตอนที่ 42
ความเปลี่ยนแปลงของอาณาจักร
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!