"ท่านแม่ทัพอคิน... ข้าไม่คิดเลยว่าใต้เท้าจะกล้าตบหน้าข้าต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ เพียงเพราะข้าเสนอความเห็นเรื่องเสบียงกองทัพ!"
เสียงตะคอกแหบพร่าของ 'ใต้เท้าวิรุฬห์' ขุนนางใหญ่ผู้กุมอำนาจฝ่ายคลังดังสนั่นไปทั่วโถงประชุมกลาง เสียงของเขาสั่นสะท้านด้วยความโกรธจัด ฝ่ามือหนาสั่นเทาชี้หน้าบุรุษผู้สวมชุดเกราะเหล็กกล้าที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
อคินไม่ได้สะทกสะท้าน มุมปากของเขาเหยียดออกเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่ดูน่ารังเกียจ เขาขยับกายเข้าไปใกล้ขุนนางเฒ่าจนระยะห่างเหลือเพียงคืบ กลิ่นคาวเลือดจางๆ บนชุดเกราะของเขาสะกดให้ผู้คนในห้องเงียบกริบ
"ความเห็นหรือ?" อคินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ สายตาของเขาวาวโรจน์ดั่งสัตว์ป่า "ข้าเรียกสิ่งที่เจ้าพ่นออกมาว่า 'การยักยอก' ต่างหาก วิรุฬห์... เจ้าคิดว่าข้าตาบอดหรือถึงไม่รู้ว่าเงินเบี้ยหวัดทหารสามหมื่นนาย หายไปอยู่ในกระเป๋าลับของเจ้าที่หมู่บ้านริมน้ำได้ยังไง"
ศิลาที่แอบสังเกตการณ์อยู่หลังม่านบังตาชั้นบนสุดของโถงประชุม ลอบระบายลมหายใจออกมาเบาๆ เขาขยับกายเล็กน้อยจากจุดที่ห้อยโหนเมื่อครู่มาสู่มุมมืดที่มองเห็นเหตุการณ์ได้ชัดเจน ดวงตาคมกริบของเขาสอดส่ายไปทั่วโถง สายตาหยุดลงที่ 'องค์หญิงรินลดา' ซึ่งนั่งนิ่งดั่งรูปสลักบนบัลลังก์สูงเด่น นางไม่ได้แสดงท่าทีตกใจ แต่ดวงตาคู่นั้นกลับจ้องมองอคินด้วยความสมเพชที่แนบเนียนที่สุด
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องที่ศิลาวางแผนไว้ แต่มันคือน้ำผึ้งอาบยาพิษที่เขายื่นให้แม่ทัพอคินด้วยมือตัวเอง
"เจ้ากล่าวหาข้า!" วิรุฬห์หน้าถอดสี แต่เขาก็ยังกัดฟันสู้ "ท่านแม่ทัพ ท่านไม่มีสิทธิ์ทำตัวเป็นรัฏฐาธิปัตย์ในวังหลวงแห่งนี้!"
"ไม่มีสิทธิ์งั้นรึ?" อคินคว้าคอเสื้อขุนนางเฒ่าอย่างรวดเร็ว เสียงเหล็กกระทบกันดังกังวานไปทั่วโถง "ข้าคือคนที่รักษาหัวของพวกเจ้าไว้บนบ่า ไม่ใช่ไอ้แก่ตระหนี่ถี่เหนียวอย่างเจ้าที่วันๆ เอาแต่สูบเลือดเนื้อแผ่นดิน!"
ทันใดนั้น ศิลาก็ขยับมือเบาๆ ในเงามืด เขาดีดเม็ดกรวดเล็กๆ ออกไป กระทบเข้ากับแจกันทองเหลืองที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ เสียงดัง *เพล้ง!* ทำให้ความสนใจของทุกคนในห้องพุ่งไปที่ต้นเสียง อคินชะงัก สายตาหันควับไปยังจุดที่ศิลาซ่อนตัวอยู่ แต่รินลดากลับทำลายจังหวะด้วยการหยิบพัดขึ้นมาคลี่เบาๆ เสียงพัดที่กางออกนั้นดึงดูดสายตาของแม่ทัพให้กลับมาหานางอีกครั้ง
"พอได้แล้ว ท่านแม่ทัพอคิน" เสียงหวานเย็นขององค์หญิงรินลดาดังก้องขึ้น ทรงพลังและเฉียบขาด "ท่านจะฆ่าขุนนางในวังหลวงของข้าด้วยเหตุผลส่วนตัว หรือเพราะท่านไม่อยากให้ใครตรวจสอบบัญชีลับของท่านกันแน่?"
อคินปล่อยมือจากคอเสื้อวิรุฬห์อย่างไม่เต็มใจนัก เขาหันมาทำความเคารพองค์หญิงรินลดาด้วยท่าทีที่ดูถูกเหยียดหยามอย่างเปิดเผย "หม่อมฉันเพียงแค่สั่งสอนหนอนบ่อนไส้ให้พะยะค่ะ ฝ่าบาท"
"สั่งสอน?" รินลดาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง สายตาของนางไม่ได้จับจ้องที่อคินเพียงคนเดียว แต่มองเลยไปถึงมุมมืดที่ศิลาซ่อนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา "ถ้าเช่นนั้น ท่านก็ช่วยสั่งสอนให้ข้าเห็นหน่อยเถอะ ว่าเหตุใดเอกสารลับชุดนี้... ถึงได้มาวางอยู่บนโต๊ะของข้า ในตอนที่ท่านกำลังจะสังหารใต้เท้าวิรุฬห์"
สิ้นคำพูดขององค์หญิง รินลดาก็สะบัดมือขวา เอกสารจำนวนหนึ่งที่ดูเหมือนบันทึกการส่งส่วยลับถูกปัดร่วงลงจากโต๊ะ ท่ามกลางสายตาของขุนนางทั้งสภา อคินเบิกตากว้าง เขาพุ่งตัวไปคว้าเอกสารเหล่านั้น แต่กลับพบว่ามันเป็นเพียง 'กระดาษเปล่า' ที่มีเพียงตราประทับปลอมของเขาประทับไว้
เงียบ... โถงประชุมเงียบสนิทราวกับป่าช้า
อคินหน้าซีดเผือด เขาถูกต้อนเข้ามุมด้วยละครฉากใหญ่ที่เขาไม่รู้เลยว่าใครเป็นคนเขียนบท
ศิลาที่มองดูเหตุการณ์อยู่ด้านบนถึงกับยกยิ้มมุมปาก 'รินลดา... เจ้าทำได้ดีกว่าที่ข้าคิดไว้อีกนะ'
ในตอนนั้นเอง อคินพยายามจะชักกระบี่ออกมา แต่ทว่า ขุนนางที่เคยเกรงกลัวเขากลับเริ่มลุกขึ้นยืนทีละคน สองคน... พวกเขาไม่ได้มาเพื่อช่วยวิรุฬห์ แต่มาเพื่อจับผิดอคินตามแผนที่ศิลาหยอดไว้ให้พวกเขาตั้งแต่สามวันก่อน
"ท่านแม่ทัพ... ท่านจะฆ่าพวกเราทุกคนที่นี่เลยหรือไม่?" หนึ่งในขุนนางถามขึ้น เสียงสั่นด้วยความโกรธที่ผสมกับความกลัว
อคินหันขวับไปรอบๆ เขาเริ่มตระหนักได้ว่าตัวเองกำลังยืนอยู่กลางวงล้อมของศัตรูที่ถูกปลุกปั่นด้วยข้อมูลเท็จจริงสลับกันอย่างแนบเนียน
"นี่พวกเจ้า... พวกเจ้าทั้งหมดวางแผนกันงั้นรึ!" อคินคำรามลั่น แต่ในจังหวะที่เขากำลังเสียสมาธิ ศิลาก็ทิ้งตัวลงจากเพดานอย่างเงียบเชียบดั่งเงา เขาไม่ได้พุ่งเข้าหาอคิน แต่พุ่งตรงไปยังเอกสารที่กองอยู่บนพื้น ก่อนจะหยิบชิ้นหนึ่งที่มีรอยหยดเลือดประทับอยู่ขึ้นมา
"ท่านแม่ทัพอคิน ท่านลืมอะไรไปหรือเปล่า?" เสียงที่คุ้นเคยของศิลาดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้ร่างกายของแม่ทัพผู้เหี้ยมโหดถึงกับแข็งทื่อไปชั่วขณะ
อคินค่อยๆ หันกลับมา สายตาของเขาประสานเข้ากับศิลาที่ยืนขวางทางหนีเอาไว้ ในมือของศิลาไม่ใช่แค่เอกสาร แต่เป็น 'ตราประทับประจำตระกูล' ของอคินที่หายไปนานนับปี ซึ่งตอนนี้มันวางอยู่บนฝ่ามือของคนที่เขาเคยเชื่อว่าตายไปแล้วในกองเพลิง
ดวงตาของอคินเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด
"เจ้า... เจ้ายังมีชีวิตอยู่..."
แต่ศิลากลับยิ้มเย็นให้กับคู่แค้นที่กำลังจะล่มสลาย "ข้าไม่เพียงแค่มีชีวิตอยู่ แต่ข้าจะดูวันที่เจ้าถูกหมาในฝูงของเจ้าเอง... รุมฉีกเนื้อจนไม่เหลือซาก"
ทว่าในวินาทีที่ศิลาคิดว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผน ประตูโถงประชุมกลับถูกพังลงจากภายนอกด้วยกองกำลังชุดเกราะดำที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน บุรุษในชุดคลุมสีนิลก้าวเท้าเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่เหนือกว่าทุกคนในห้อง แม้แต่อคินหรือรินลดาก็ยังต้องถอยกรูดด้วยความตกใจ
"ดูเหมือนพวกเจ้าจะลืมไปนะ ว่าหมากในกระดานนี้... ไม่ได้มีแค่พวกเจ้าที่เล่น"
ศิลาชะงักค้างเมื่อเห็นใบหน้าของบุรุษผู้นั้นชัดๆ ความแค้นที่สั่งสมมานานนับภพชาติพุ่งขึ้นมาจนแทบควบคุมไม่อยู่... เพราะคนผู้นี้คือคนที่บงการการตายของเขาตั้งแต่ต้น!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางล้างแค้นที่เต็มไปด้วยอันตรายนี้กับเงียบแต่ฟาดเรียบนะคะ
บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ•ตอนที่ 9
ละครฉากใหญ่
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง บัลลังก์เลือดหวนคืน: แผนล่าทรยศข้ามภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!